Posted in หนังสือแปล จีน, ห้องสมุด: แปลจีน

เต้าหู้ไซซี : Yu Du Jun Hua



ชื่อหนังสือ : 东冈恶 | เต้าหู้ไซซี
ผู้แต่ง : ​一度君华 | Yu Du Jun Hua
ผู้แปล : ทีมห้องสมุด (彭爱心, 乔丽华, 朱秀芬)
สำนักพิมพ์ : ห้องสมุด
ISBN :
#1 | 978-616-7856-55-1
#2 | 978-616-7856-56-8
#3 | 978-616-7856-57-5
พิมพ์ครั้งที่ : 1 | มกราคม 2560
จำนวนหน้า : 916 หน้า (295+307+314)

รายละเอียด :
นางเป็นเพียงลูกสาวบ้านตระกูลกัว ร้านขายเต้าหู้เล็กๆ ในอำเภอห่างไกลที่ใครๆ ก็ไม่คาดว่าวันหนึ่งจะมีวาสนาเอื้อมถึงตำแหน่งพระชายาอ๋อง!
ซวิ่นฮ๋องมู่หรงลี่ ผู้นำกองทัพนักรบปีศาจแห่งแคว้นต้าเอี้ยนไม่คาดคิดมาก่อนว่าสตรีที่ตนเก็บตกได้ระหว่างออกรบจะเป็นชิ้นส่วนที่มาเติมเต็มหัวใจอันว่างเปล่า
สตรีผู้นี้เป็นเพียงสาวชาวบ้าน นิสัยเรียบง่าย หัวอ่อน พูดน้อย…
นางมีทุกอย่างที่ตรงข้ามกับเขาโดยวิ้นเชิง แต่กลับเป็นบอดพรูหนึ่งเดียวที่ทำให้นักรบอย่างเขารู้สึกอยากวางอาวุธในมือ.. แล้วกลับบ้าน
นี้เป็นเรื่องราวของซินเดอเรลล่าในยุคจีนโบราณ
เป็นเรื่องของสาวน้อยยากจนกับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์
ต่างกันที่เจ้าชายของเรื่องนี้ ดุ เหี้ยม ปากร้าย และไม่ไว้หน้าใคร
ส่วนสาวน้อยเองก็ดื้อเงียบจนเจ้าชายต้องโบงธงยอมแพ้!


บันทึกหลังอ่าน…

ลำบากใจกับการเขียนบันทึกหลังอ่านของเรื่องนี้มาก…

เล่าที่มาที่ไปก่อน
จากดราม่าครั้งก่อนๆ หญิงก็ตั้งใจว่า ถ้าทาง สนพ ยังไม่เคลียร์ตัวเอง และไม่จัดการตอบข้อสงสัยในประเด็นหลายๆข้ออย่างตรงไปตรงมา ก็จะไม่อุดหนุนแล้ว ถึงจะอยากอ่านมากแค่ไหนก็จะไม่จ่ายเงินซื้อจนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบจริงๆ
พอตั้งใจแบบนั้นแล้ว เวลามีหนังสือเรื่องใหม่ๆของ สนพ นี้ออกมา ก็จะอ่านปกหน้าปกหลัง แล้วผ่านเลย ไม่สนใจ

จนเจอกระแสเข้า ทั้งกระแสด้านดีและด้านบวก
บางกลุ่มออกมาอวยหนังสือเรื่องนี้ว่าดีอย่างนู้นดีอย่างนี้ แล้วก็เอาหนังสือเรื่องอื่นมาเทียบ มาดิสเครดิต จนหญิงเกิดความสงสัย
… มันดีขนาดนั้นจริงดิ?
พอมีคนอวยก็ต้องมีคนอยู่ฝั่งตรงข้าม เอาเนื้อหาที่อีกฝั่งว่าดี มาชี้แจงหาความสมเหตุสมผล หาข้อติจนไม่เหลือข้อดี หญิงก็เกิดความสงสัยอีก
… อ้าว ตกลงมันยังไงแน่?

ยอมรับเลยว่า พอฟังเสียงสองฝั่งแล้วก็เกิดความหงุดหงิด จะกดกันไปกดกันมาทำไมเนี่ย เห็นใจคนชอบเผือกอย่างหญิงบ้าง เสียงสองฝั่งไม่เหมือนกันเลย ตกลงฝั่งไหนบรรยายเกินจริง???
แล้วนี่ก็โรคจิต เวลาเกิดความสงสัยก็ชอบหาคำตอบให้ได้จนกว่าจะพอใจ แต่อย่างที่บอก เคยตั้งใจไว้ว่าจะไม่สนับสนุนหนังสือของ สนพ นี้อีก ถ้าเขายังไม่จัดการปัญหามากมายของเขา แล้วบังเอิญที่ว่าเพื่อนสาวของหญิงซื้อมา แล้วยินดีที่จะให้หญิงยืมอ่าน (ย่อเข่าถอนสายบัวขอบพระคุณ)
หญิงเลยได้มีโอกาสได้อ่าน

ก่อนอ่านก็ทำใจโล่งๆ ทำตัวเบลอๆ ลบทั้งคำอวยและคำติที่เคยเสพมาทั้งหมด เปิดใจกว้างๆ เปิดสมองโล่งๆ คิดว่าเรากำลังอ่านหนังสือเรื่องหนึ่งที่ไม่มีประเด็นอะไรมาก่อน ถ้าเราไม่สนใจคำติและคำอวยของหนังสือที่อ่านมาจากแหล่งอื่น หญิงจะมีความเห็นต่อเรื่องนี้เป็นของหญิงเอง

แล้วเริ่มอ่าน…

เรื่องนี้เป็นเรื่องของสาวน้อยที่โชคร้าย โดนกลุ่มโจรจับตัวไป ยังไม่พอ โดนกลุ่มทหารเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มโจรก็เกือบจะโดนขมขืนโดยพลทหารหลายคน แต่สุดท้ายโดนขืนใจจากคนเป็นแม่ทัพอ๋อง(พระเอก)แทน พอสำเร็จความพึงพอใจแล้วก็ถูกโยนโครมลงที่หน้าบ้าน ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเห็นและรับรู้ได้ว่านางเอกแปดเปื้อนแล้ว
ความโชคร้ายยังไม่จบ เมื่อถึงบ้านก็โดนคู่หมั้นตั้งแต่เด็กบอกยกเลิก แต่ยินดีถ้าจะแต่งเข้ามาเป็นอนุ ซึ่งนางเอกก็เซย์โน พ่อนางเอกเลยมองหาคนอื่นให้ พอจะหาคนแต่งด้วยใหม่ได้ พระเอกก็เรียกตัวกลับไปรับใช้อีกเพราะคิดถึงอะไรหลายๆอย่างจองนางเอก ถึงจะไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ด้วยไม่อยากให้คนในครอบครัวเดือดร้อนก็ต้องจำใจไป แต่ยังดีที่ได้แต่งเข้า เป็นอนุคนหนึ่งของอ๋องผู้สูงศักดิ์

มาว่าด้วยฝั่งพระเอก
พระเอกเป็นอ๋องที่ทำตามใจตัวเองและอยู่ในช่วงเสียใจกับการศูนย์เสียหญิงที่เป็นที่รักไปเมื่อหลายปีก่อน และเมื่อเห็นนางเอกเข้าก็ใช้นางเอกเป็นตัวแทนคนรักที่ตายจากไป แม้กระทั้งการร่วมรักก็เอาแต่คิดถึงคนรักเก่า ตอนแรกก็เข้าใจนางเอกก็น่าเหมือนหญิงคนอื่นๆ ได้แล้วก็คงลืม ก็เลยพาไปทิ้ง แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ ก็ต้องลกบากลูกน้องไปพาตัวกลับมาใหม่ เพราะเขาติดรสมือของสาวน้อยนางนั้นแล้ว พากลับมาแต่งเป็นอนุเพื่อเป็นสมบัติของเขาคนเดียว

เนื้อเรื่องก็มีการแก่งแย้งชิงบัลลังก์ สงคราม และการผิดใจของชีวิตคู่ รวมไปถึงพัฒนาความรักของพระ/นาง

เล่าแค่นี้พอเนอะ
เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาเขียนบรรยายให้รู้สึกว่าเป็นการเล่าเรื่องได้ หญิงช็อคตั้งแต่ฉากข่มขืนแล้ว

ตอนเริ่มอ่าน ต้องนั่งทำใจและให้สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย
ที่ต้องทำใจเพราะรู้ว่าสำนวนของ สนพ นี้เป็นแบบไหน อ่านไปก็ขัดใจไป จะบอกว่าชินก็ชินเพราะอ่านของเขามาก็หลายเล่ม มันเป็นความขัดใจแบบชินๆ น่ะ
เล่มแรกเป็นช่วงปรัยตัวปรับใจ พยายามเข้าใจและคิดเสมอว่า นั้นคือสังคมแบบจีนโบราณ ที่ชายเป็นใหญ่ หญิงเป็นบุคคลที่ไม่มีปากไม่มีเสียง ดังนั้น เวลาอ่านเจออะไรที่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ก็จะบอกตัวเองด้วยคำนี้เสมอ
พอเริ่มเข้าเล่มสองตอนต้นๆเล่ม ก็รู้สึกเหมือนเริ่มมีเนื้อให้อ่านได้บ้าง แล้วก็พอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมนักอ่านบางคนถึงบอกว่าเรื่องนี้เป็นหนังสือตลก (แต่หญิงไม่ขำไง)
พออ่านจบเล่มสาม บอกเลยว่า … ฉันรอดพ้นจากเรื่องอัลไลก็ไม่รู้แล้วววววววววววววววววววววววววว

คือแบบ อ่านไปก็เหมือนสะสมความหงุดหงิดไปเรื่อยๆ ทั้งที่ต้องกล่อมตัวเอง แล้วก็ต้องตั้งสมาธิคิดหาเหตุผลให้กับตัวละครเอง! เหนื่อยแล้วก็หงุดหงิดมาก

ความหงุดหงิดอย่างแรกเลย คือ อย่าได้เชื่อคำบรรยายหลังปก อารมณ์ต่างกัน

หงุดหงิดต่อมา คือ จำเป็นต้องบรรยายฉากทำอาหารมากมายขนาดนี้ไหม ไม่เข้าใจว่าเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเรื่องหรือยังไง แล้วต้องคิดเข้าข้างเนื้อเรื่องขนาดไหน ถึงจะสามารถอ่านฉากทำอาหารและอาหารมากมายขนาดนั้น แล้วโอเคเซย์เยสว่าเรื่องนี้คือนิยายในยุคอดีต จริงๆ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะหญิงไม่ได้ไปตามหาตามอ่านดูว่าส่วนประกอบ วิธีทำอาหาร และเมนูอาหารที่อยู่ในเรื่องนั้นเหมาะสมกับธีมเรื่องไหม รู้สึกเสียเวลาที่จะมานั่งจับผิด แค่เสียเวลาอ่านให้จบสามเล่มก็อยากจะร้องไห้แล้ว

เรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์ของตัวละครในเรื่อง ที่อ่านไปก็งงไปกับความลำดับญาติ
นี่ก็สงสัย ทำไมพระเอกเป็นอ๋อง ต้องอ่านไปเรื่อยๆ ถึงจะรู้ว่าได้ยศนี้มาได้ยังไง พ่อเป็นใคร ขนาดตัวพ่อยังเรียกอ๋องเลย อ่านไปถึงกลางเรื่องถึงได้รู้ว่าเป็นฮ่องเต้

ตัวละครที่บางตัวก็เหมือนจะมีบท บางตัวก็เหมือนจะไม่มี อยากเขียนถึงก็มา ไม่อยากเขียนถึงก็มีแบบตัดๆไปไม่ถึงบรรทัด (ไม่รู้ว่าจะเขียนถึงทำไมเหมือนกัน) อย่างพวกพี่ๆน้องๆของพระเอก
ในเนื้อเรื่องรบกันทหารตายเป็นพันๆ พี่น้องคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวละครหลักทำอะไรระหว่างพบกันก็ไม่บอก มาเขียนถึงทีหลังแล้วบอกว่าคนนั้นเป็นแบบนั้น คนนั้นเป็นแบบนี้ (อ๋อ ให้คนอ่านไปคิดย้อนเอาเองว่าเพราะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ฉากตอนที่ควรจะมีเลยไม่มี ซินะ…)

อย่างฉากรบราแย่งชิงบัลลังก์ ที่ควรจะยิ่งใหญ่อลังการเพราะเกี่ยวข้องกับแผ่นดินมรเรื่องและแผ่นดินรอบข้าง
เนื้อหากลับเขียนแบบไม่ใส่ใจ ไม่ใส่รายละเอียด คือไม่เน้นใช่ไหม? (แล้วเรื่องนี้เน้นอะไร? พระเอกขื่นใจนางเอก พออยู่ร่วมกันนานวันเข้าก็เลยรักกัน เหรอ????)
ลูกชายตบตีแย่งตำแหน่งแห่งความเป็นใหญ่ ผู้เป็นพ่อก็แก้ไขปัญหาแบบง่ายๆ ขนาดจะรบกันทีก็รบกันง่ายๆ เหมือนเด็กแย่งของเล่นกันเลย
หญิงอ่านไปก็ทึ้งหัวไป นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนที่ใส่ใจรายละเอียดของพล็อตจริงๆ แล้วก็ไม่เหมาะกับคนที่ชอบอ่านเนื้อหามากๆด้วย

ยังมีเรื่องการเล่าเรื่องแบบที่อ่านแล้วไม่คิดว่ากำลังอ่านนิยายอยู่
ตรงนี้เป็นอะไรที่หงุดหงิดแรงมาก
เธออออออ หญิงรู้สึกเหมือนอ่านสรุปความรวมมากกว่าการอ่านนิยายจริงๆ ไม่มีบรรยายความรู้สึกนึกคิด ตัวละครอยากทำอะไรก็ทำเลย ไม่บอกไม่กล่าวเลยว่าทำไปเพราะอะไร ทำไปเพื่ออะไร ทำไมถึงเลือกที่จะทำแบบนี้ อยากทำ ทำเลย บรรยงบรรยายไม่ต้อง อยากรู้ไปนึกเอาเอง!! เหมือนนักเขียนเขาเขียนไว้อ่านเอง ไม่ได้อยากให้คนอื่นอ่าน เขียนให้ตัวเองเข้าใจคนเดียวว่าตัวละครทำแบบนี้เพราะอะไร
เอาจริงๆ ถ้าเขาบรรยายลักษณะนิสัยให้ดีกว่านี้ เวลาอ่านถึงการกระทำของตัวละครโดยที่ไม่ต้องมีการบรรยายจะเข้าใจได้ เพราะมีจุดที่บอกมาอยู่แล้วว่า พื้นฐานนิสัยของตัวละครเป็นยังไง เวลาเจอเหตุการณ์นู้นนั่นนี่จะทำยังไง แต่นี่ไม่มีเลย ทุกอย่างนักอ่านต้องมโนเอง แต่ละคนมโนไม่เหมือนกันด้วยนะ หญิงถึงได้บอกว่า การอ่านเรื่องนี้ทำให้เหนื่อย เพราะต้องมานั่งหาเหตุผลการกระทำของตัวละครเอง ต้องโลกสวยมากๆ คิดเยอะๆ ถึงจะรู้ว่าตัวละครทำแบบนั้นเพราะอะไร

คิดดูวววว นางเอกเกือบแท้งลูก เนื้อเรื่องก็ชูโรงเลยค่ะว่าร่างกายอ่อนแอกว่าเดิม แล้วไงต่อ ผ่านไปสองสามฉาก กลับมาแข็งแรงแล้ว
คำถาม แข็งแรงได้เพราะอะไร?
ตอบ.. อยากรู้ต้องมโนเองค่ะ! เขาไม่บอก หาเหตุผลร้อยแปดพันเก้าจากเนื้อหาในหน้าต่อๆไป
กำลังกายก็ไม่ออก วันๆอยู่แต่บนเตียงกับในครัว เร้าใจหน่อยก็ออกป่า ฆ่าสัตว์ ยาบำรุงก็ไม่ได้แตะ เอาตรงไหนมาแข็งแรงขึ้นคะ? พูด!!!!

ยิ่งอ่านก็ยิ่งแฟนตาซี ยิ่งอ่านยิ่งต้องหาเหตุผลมารองรับเอง

แล้วก็ความรักของพระรองกับนางเอก
คือเธออออ นางเอกนางหวั่นไหวกับพระรอง พระรองก็หวั่นไหวกับนางเอก แต่ต่างฝ่ายต่างไม่พูด เหมือนมีเคมีถึงกันเฉยๆ แต่แบบ เขาไม่ได้บอกกันเลยนะว่ารักกัน แล้วหญิงอ่านเจอ มีฉากหนึ่งที่เขาเขียนมาคล้ายๆกับว่า ต่างฝ่ายต่างรู้ใจกันแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่อยากทำผิดเลยต้องตัดใจ บลาๆๆๆ อยากจะกรี๊ดให้ลั่นห้อง พวกเธอไปบอกรักกันตอนไหน พูด!! นี่ไม่ได้อ่านห้ามสักตัวอักษรเลยนะ!! หรือคนสมัยก่อน แค่มองตา ดูจากการกระทำก็อ่านใจกันได้แล้วว่าอีกฝ่ายมีใจให้? โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพระเอกกับนางเอก พวกเขารักกันได้ยังไง หญิงก็ยังงงๆ
เรื่องการข่มขืนแล้วมารักกัน หญิงพอจะหาเหตุผลทางวัฒนธรรมมารองรับได้ พอจะเข้าใจได้ถึงความต่างของยุคสมัยและวัฒนธรรม
ถ้าให้พระ/นางอยู่ด้วยกันเพราะหน้าที่ความเป็นสามีภรรยา ยังพอไหว แต่รักกันแบบรักกันอะ ถึงในเรื่องจะไม่มีฉากที่บอกว่า ข้ารักเจ้า ข้ารักท่าน อะไรเถือกๆนี้ แต่เนื้อเรื่องชูโรงเลยว่าพระ/นางรักกัน มันเลยแบบ……….(ไม่รู้จะต้องคิดและพูดอะไรออกมาดีเลย)

ยังมีเรื่องสงสัย ไปอ่านคอมเมนต์มาว่า ตอนนางเอกเอาคืนพระเอกเนี่ย สะใจมาก
พอมาอ่านเอง…
ไม่เห็นถึงความสะใจอะไรเลย ที่ทนอ่านจนเล่มสุดท้ายเพราะอยากรู้ความสะใจนี้ด้วยนะ!!! ****!

เกือบลืม ขอบ่นเรื่องการแปลหน่อยแล้วกัน
ไม่ใช่เรื่องสำนวนนะ เพราะรู้อยุ่ว่า สนพ นี้เขามีสไตล์การแปลแบบนี้
แต่หมายถึง footnotes ใจคอเขาจะไม่มีเลยจริงเหรอ? ก็รู้แหละที่เขาชูโรงว่า ทำหนังสืออ่านเล่น (#เบ้ปาก อ่านเล่นอะไรแพงขนาดนี้) ไม่ได้ทำหนังสือวิชาการ แต่เธออออ บางจุดก็ควรจะมีไหม?
ตั้งแต่อ่านมา ยังไม่รู้เลยว่า ไซซี หมายถึงอะไร?????
แล้วบางสำนวนที่มาแบบสำน๊วนสำนวน พี่จะมา พี่ก็มา หญิงอ่านน้องยังงงเลยว่า พี่จะใส่สำนวนนี้มาทำไม ไม่เห็นเกี่ยวกับเนื้อหาตรงไหน?
โอเค๊ ใช้คำสวยให้ดูว่าเป็นสำนวนจีนนะ แต่บางสำนวนก็ไม่มีการขยายความอะไรเลย พี่คิดว่าน้องจะเข้าใจไหม?????
อะไรควรจะมีก็มีเถอะ ถือว่าหญิงขอ หญิงไม่ได้ฉลาดพอที่จะอ่านทุกตัวหนังสือแล้วเข้าใจได้ ไม่ต้องวิชการจ๋าก็ได้ เอาแบบที่ทำให้คนที่ไม่มีความรู้ทุกเรื่องพอจะรู้ว่าอะไรเป็้นอะไรก็พอ เอาให้คุ้มค่าหนังสือหน่อย….

อ๋อ
เรื่องนี้ดีอยู่อย่าง บรรยายฉากร่วมรักแบบไม่น่าเกลียด (ถ้ามองข้ามการขื่นใจให้สมยอมได้อะนะ) จบ!

บ่นพอแล้ว เหนื่อย อ่านก็เหนื่อย คิดเนื้อเรื่องมาอัพบันทึกฯก็เหนื่อย!!

P.S.
→ เรื่องต่อไปของนักเขียนคนนี้ ที่ออกกับ สนพ นี้ แล้วเขายังเขียนงานสไตล์สรุปความแบบนี้ไม่อ่านแล้วนะ พอแล้ว เหนื่อย
→ กลัวติ่งเรื่องนี้มาตบมาก ถ้าเห็นต่างรบกวนคอมเมนต์แบบงามๆ ก็บอกนะคะ มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้ ขอแบบดีๆ หญิงไม่สู้คน หญิงกลัววววว
→ ขอบคุณเพื่อนสาวอีกครั้งในความกรุณานี้ค่ะ


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3