สะกิดรักเล่ห์อสูร : ปริญญ์

Standard

ชื่อหนังสือ : สะกิดรักเล่ห์อสูร
ชื่อชุด : ชุด Ever After… หัวใจในกาลครั้งหนึ่ง
ผู้แต่ง : ปริญญ์
สำนักพิมพ์ : แจ่มใส (LOVE)
ISBN : 978-616-06-1398-4
จำนวนหน้า : 264 หน้า

คำโปรย :
เจ้าชายขี่ม้าขาวอาจจะมีเพียงแค่ในเทพนิยาย
แต่ ‘ผู้ชาย’ที่มีหัวใจมั่นคงใน ‘ความรัก’
จะทำให้ชีวิตบนโลกแห่งความจริงของพวกเธอทั้งห้า
มีความสุข…ตราบชั่วนิจนิรันดร์

รายละเอียด :
บางครั้งชีวิตจริง… ก็ไม่ต่างอะไรไปจากเทพนิยาย เพราะเรื่องราวของเขาและเธอดูยังไงก็คล้ายเรื่องราวความรักของ ‘โฉมงามกับเจ้าชายอสูร’
แต่! เธอ ‘เมขลา’ผู้หญิงธรรมดาๆ ตัวเล็กๆ ไม่ได้ครองตำแหน่ง ‘โฉมงาม’ หญิงสาวหน้าตาสะสวย ผู้เป็นที่หมายปองของใครๆ หากเป็น ‘อสูรร้าย’ที่ต้องเฝ้ารอความรักโดยไม่แม้แต่จะเห็นแสงแห่งความหวัง เมื่อ… โฉมงามอย่างเขา ‘อนาคิม’ เป็นถึงซูเปอร์สตาร์ชื่อดังระดับเอเชีย!
เพียงแค่คิดจะรักก็ผิดมหันต์ แถมอุปสรรคนานาที่ไม่คาดคิดก็ดาหน้าเข้าใส่ อสูรร้ายอย่างเธอคงต้องเก็บกดความรู้สึกเอาไว้ข้างใน… แต่ในเสี้ยววินาทีที่จะตัดใจ แสงแห่งความหวังก็กระพริบวาบขึ้นมา แล้วแบบนี้เธอควรจะทนเจ็บแล้วเฝ้ารอวันที่หัวใจด้านชา หรือเดินหน้าเพื่อต่อสู้เพื่อความรักและเพื่อโฉมงามที่เธอหมายปอง


หนังสือในชุดเดียวกัน : ชุด Ever After… หัวใจในกาลครั้งหนึ่ง
หัวใจในหอคอย (เด็กทะเล)
เงือกน้อยร้อยเหลี่ยมรัก (ศรัณญ์ชล)
มงกุฎนางฟ้า (tintin)
กระจกส่องใจ (นายน้อย)


บันทึกหลังการอ่าน…

มาถึงเล่มสุดท้ายของเซตนิทานเจ้าหญิง งานของพี่ปริญญ์
บอกตามตรงว่าฝนยังไม่หายหลอนจากเซตที่แล้ว
แต่ด้วยธีมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในนิทานเรื่องโปรด โฉมงามกับเจ้าชายอสูร
เป็นนิทานที่ฝนชอบจริงๆนะ เพลงเพราะ ชุดเบลล์สวย แถมคุณเครื่องใช้ในปราสาทก็น่ารัก
ทำให้ตัดใจไม่อ่านไม่ได้
แล้วก็ไม่ผิดหวังนะ คือรู้สึกเล่มนี้เป็นเล่มที่มารักษาแผลใจจากเซตที่แล้ว ถึงจะไม่หายสนิทแต่ก็ดีๆ

เป็นเรื่องของสาวน้อยที่ไม่มั่นใจในตัวเองเลยยยย แล้วคิดว่าตัวเองเป็นอสูรที่ทำได้แต่มองโฉมงาม(พระเอก)
ซึ่งจริงๆแล้วคุณขิม(นางเอก) เธอก็ไม่ใช่ว่าไม่สวยนะ แค่ไม่มั่นใจในตัวเองเฉยๆ
อาจจะด้วยเพราะคนข้างตัวมีแต่คนหน้าตาดี แล้วยิ่งอนาคิมยิ่งโตยิ่งหล่อ
แถมเป็นนักร้องดังก็ยิ่งทำให้นางเอกกดตัวเองมากขึ้น
ถึงทำงานดี เป็นสาวแกร่ง ขยันและลุย แต่ก็กดตัวเองในเรื่องหน้าตาอยู่ดี
แหนะ ตรงนี้ฝนเข้าใจนะ คือไงอ่ะ
แบบว่าแอบชอบน้องคิม แต่แบบน้องคิมเป็นนักร้อง สาวๆในวงการหน้าตาดีเลิศก็เยอะแยะ
เรามันเป็นใคร สาวออฟฟิศทำงานหามรุ่งหามค่ำจะเอาอะไรไปเทียบกับนักร้องดาราสาวๆในวงการ
อะไรแบบนั้น
ทั้งตอนที่มีรุ่นพี่มาสารภาพว่าชอบ คุณขิมยังไม่อาจหลงตัวเองเพิ่มขึ้นได้
ทั้งตอนที่ผู้จัดการลีมาบอกทางอ้อมว่าชอบ นางยังอึ้งๆ ตกใจเลย นางกดตัวเองสุดๆ
เหนื่อยใจแทนน้องคิม จะรักสาวบื้อในความรักก็ทำใจนะน้อง (ขำ)

ถามว่าฝนกรี๊ดใคร? แน่นอนต้องคุณบาร์เทนเดอร์ค่ะ (ไม่ใช่แล้ว!!)
ก็ได้ ถ้าไม่ใช่สุดหล่อคนนั้น ก็บอกเลยว่าประทับใจพี่ชาร์ล! แล้วก็ชูป้ายไฟเป็นแฟนคลับราฟาเอล!!!!
(หัวเราะ) เดี๋ยวบอกว่าทำไมๆๆ

ขอบอกก่อนๆ
แบบว่าเรื่องนี้ฝนรู้สึกว่าเหมือนดูละครเกาหลีแบบย่อมๆเลยล่ะ
ยังไงนะเหรอ? คือพระรองบทฟินกว่าพระเอกไง….
รู้สึกเหมือนพระเอกไม่ต้องทำอะไรเยอะแยะมากมาย แต่ก็ได้ความรักจากนางเอก
แต่พระรองทำให้เกือบจะทุกอย่าง ดูแลกันแบบสุดๆ แต่นางเอกรักไม่ได้ ก็อกหักกันไป แบบนั้นเลย
ฝนพอๆจะเดาทางได้ ตามภาษาคนเคยติ่งเกาหลี (ฮาาา)
คือคิดไว้แล้วล่ะว่าพระรองนี้ต้องหลงใหลในตัวตนของนางเอก
แล้วทั้งๆ ที่รู้เธอมีเจ้าของ แต่หัวใจมันเรียกร้อง ฉันจึงจำต้องยอมทน (ไม่ใช่!!)
แล้วก็ห้ามตัวเองไม่อยู่ จรรักแต่ก็ไม่เรียกร้อง แค่ทำให้ แค่ให้เขายิ้มก็พอ (แมนไหมละ)
แล้วเพราะพอเดาๆได้ เลยไม่ทำให้ฟินมากมายเท่าไร
แต่ก็ตกใจมากที่นางยอมทุ่มซื้อของขวัญให้ขนาดนั้น! (อยากได้บ้าง นี่บอกเลย)

แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าพระเอกไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่พระรองนางแย่งซิน ทำเอาคนอ่านรู้สึกเชียร์นางสุดใจขาดดิ้นเลยทีเดียว
ตอนอาจจนจะจบ ฝนก็มานั่งคิดว่าเล่ห์อสูรยังไง น่าจะเป็นเล่ห์โฉมงามมากกว่า ถ้ามองตรงคู่หลักนะ
คือผู้จัดการลีนางทิ้งท้ายบอกคุณขิมไว้ว่า น้องคิมเนี่ยร้ายกว่าที่คิดนะ
ฝนเลยมานั่งคิด อื้มมม อาจจะเป็นตอนแรกๆที่นางวางแผนให้นางเอกมาอยู่ข้างตัว
กันคุณชาร์ล(ของฝน)ไม่ให้เข้าใกล้ โดยทำทีเป็นว่า……. (อยากรู้ใช่ม๊าาา อ่านเองเน้ออออ)
แล้วก็หลอกล่อเหมือนจะรู้ว่านางเอกจะหนีจากตัวเองนะ ก็วางแผนทำเซอร์ไพรส์กันสนั่นคอนเสิร์ต
(อุ้ย ฉากนี้ประทับใจมากกกก นี่ถ้ามีแฟนเป็นไอดอลแล้วทำแบบนี้ จะรักจนสุดใจเลย!!!)
แต่นอกนั้นในมุมของนางเอก(และคนอ่านอย่างฝน)เจอคือ น้องคิมขี้อ้อน เอาแต่ใจ เรียกร้อง ดูเด็กจริงๆ
คือถ้าอยู่กับนางเอก จากที่อายุน้องกว่า 4 ปีก็ดูเด็กอยู่แล้วใช่ไหม? ยิ่งอ้อนๆเอาแต่ใจแบบนี้ก็ยิ่งดูเด็ก
ทำให้นางเอกเธอยิ่งเป็นห่วง แล้วก็เถียงกันว่าทำไมมองเราเด็ก ก็ดูทำเข้าซี่ ไม่เด็กยังไงไหว!!!
(แต่ชอบนะ -4 ปี กำลังดี แอร๊ยยยยย คุณขิมเธอจะเป็นอมตะ)
อ๋อๆๆ มีฉากที่ลักหลับ(?)ที่จริงๆแล้วไม่ใช่ด้วยนั้นแหละที่ดูเหมือนเป็นเล่ห์โฉมงาม
อย่างที่บอกไว้คือ ถ้าผู้จัดการลีเธอไม่บอกนางเอกว่านางเจ้าเล่ห์นะ
แล้วไม่มีฉากกลางคอนเสิร์ตนั้น จะไม่ทำให้ฝนรู้สึกเลยว่านางทำอะไรๆเพื่อนางเอกจริงๆ
ดูคุณชาร์ล(ของฝน)กับผู้จัดการลีจะทำอะไรอะไรให้นางเอกเยอะซะกว่า (โอ๊ย อิจฉาลาเบลล์)
แล้วส่วนเรื่องเล่ห์อสูรนะ ฝนว่าเหมาะกับคู่รองมากกว่า
นางนี้อสูรเจ้าแผนการจริงๆ เป็นอสูรจอมเจ้าเล่ห์แบบสุดๆ เหมาะสมกับชื่อเรื่องมาก!!
เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการยังไง ไม่เยอะค่ะไม่เยอะ ใครมาทำร้ายโฉมงามของผม ผมจัดการไม่ยั้ง
ใช้ความหล่อแล้วความเป็นผู้ใหญ่กว่า ล่อลวง(?)สาวน้อยให้เป็นไปตามที่ต้องการ (ยังไง!!)
บอกตามตรงเลยว่า แย่งซีนจริงๆ
ขนาดฝนชอบเด็กๆ ยังคิดว่าคนแก่ เอ๊ย ผู้ใหญ่อย่างพระรองยังเริ่ดกว่าเลย!!

โดยรวมฝนว่าโอ แต่ก็ยังมีติดแหละ
ด้วยความที่ผู้จัดการลีเธอเป็นคนต่างชาติ (ก็ไม่รู้ว่าชาติไหนแน่อาจจะลูกครึ่งเกาหลี)
ที่เรียนภาษาไทยมาเพื่อเหตุผลหลายๆอย่าง
แล้วนางเอกเธอหลุดสำนวนหนึ่งขึ้นมาตอนพูดกับผู้จัดการลี ที่อ่านแล้วดูเป็นนิยายพีเรียดมากจนฝนอึ้ง….
คือฝนไม่เข้าใจความหมายตรงๆของสำนวนหรือคำๆนี้ แต่จากบริบท ฝนพอเดาๆได้
แน่นอน ถึงจะพูดไม่ได้เต็มปากว่ารู้ภาษาไทยดี (ขนาดพูดบางทีก็สลับการวางประโยค)
แต่ฝนก็คนไทยอ่ะ เป็นคนไทยมา 25 ปี ยังไม่ค่อยจะเข้าใจคำๆนั้นเลย
ฝนเอาตัวเองเป็นมาตรฐานนะ ถึงจะไม่เทียบเท่าคนต่างประเทศแต่ก็ใช้วัดความรู้ทางภาษาเท่ากับคนต่างประเทศได้
เพราะฝนเพิ่งเริ่มต้นจริงจังกับภาษาไทยตอนที่จบมหาวิทยาลัยเอง
แล้วก็มาคิดว่าขนาดฝนยังไม่เข้าใจ แล้วคนต่างชาติอย่างผู้จัดการลีจะเข้าใจเหรอ?
หรือนางจะเป็นแบบฝน ที่งงๆ แล้วเดาความหมายจากภาพรวมของประโยคแทน
อาจจะเป็นแบบนั้น เพราะประโยคต่อมาในนิยายเป็นว่า “ผมควรจะดีใจหรือเสียใจดี” อะไรแบบนั้น
แต่ถึงอย่างนั้น ฝนก็ติดอยู่ดี
แน่นอนว่านิยาย 1 เล่มมักจะมีประโยคหรือคำที่ฝนไม่เข้าใจอยู่อย่างน้อย 1 ประโยค
ซึ่งที่เคยเจอก็ยังดูไม่อึ้งมาก มีแต่ไม่เข้าใจ ก็ถามๆคนรอบๆตัวเอง
แต่คำนี้ไม่ใช่เลยย ไม่คิดว่าจะเจอในนิยายปัจจุบันด้วยซ้ำ
แต่ก็นั้นแหละ อาจจะเพราะนางเอกเป็นพวกอนุลักษณ์นิยมก็ได้…..

ส่วนคำว่าหล่อนที่เจอในบทบรรยายอันนี้ฝนไม่ชินเอง เจอในนิยายทีไรสะดุ้งทุกที
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนจิกกัด (นึกภาพละครทีวี) “นี่หล่อน ไปหยิบน้ำมาซิ” อะไรแบบนั้น
แต่เข้าใจนะคะว่าเป็นแนวทางการเขียนของพี่ปริญญ์ แต่ก็สะดุ้งทุกครั้งที่อ่านจริงๆ ฮาาา

ฝนติดเรื่องทำไมถึงกรี๊ดราฟาเอลใช่ไหมๆ
เกือบจะลืมเลย (ขำ)
จริงๆ ถ้าหนุ่มไทยไปดังที่เมืองนอกฝนจะล็อคเลยว่า เนี่ยเมนฝน!
อย่างวงบ่ายสอง (2PM) ฝนก็ตามนิชคุณ (ควรเรียกพี่ไหม?)
อ่ะ ฝนตามพี่คุณ แต่ก็เมนพี่แท็คด้วย (ฮาาา)
แล้ววงของน้องอนาคิม
ตอนแรกก็กะจะเมนน้องนะ (น้องจริงเหรอ?) ก็น้องของคุณขิมไง!! #ตบตีกับตัวเอง
แต่พอรู้ชื่อสมาชิกในวงทั้งหมดเท่่านั้นแหละ ฝนบอกเลยว่าฝนเมนราฟค่ะ!! (ชูป้ายไฟ เตรียมซื้อของหน้าคอน)

ทั้งๆที่ราฟออกมาไม่กี่หน้า (ลองเอาบทมารวมๆกันน่าจะมีไม่กี่หน้าจริงๆ) แต่ฝนรู้สึกผูกพันกับราฟมาก (อาการหนัก)
รู้สึกปริ่มที่ราฟเลิกกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว ฝนบอกได้เลยว่าฝนไม่ได้มีส่วนในการแอนตี้ชะนีนางนั้น
แต่ภาวนาขอให้เลิกกันในเร็ววันอยู่ทุกวันตอนสวดมนต์ก่อนนอน (หนักไหม บอกเลยว่าอาการหนักมาก ฮาาา)

เริ่มจะเพ้อ (กลับมา น้ำฝน กลับมาาาา)

คือฝนเรียนแล้วก็ผูกพันกับราฟ (ไม่ใช่!) เอาใหม่ๆ
คือฝนเรียนชั้นประถมถึงมัธยมต้นมากับโรงเรียนที่ชื่อว่า เซนต์ราฟาแอล
ทุกๆปี อย่างน้อยก็ต้องมี 1 ครั้งที่คุณครูจะพูดถึงราฟาเอลให้ได้ฟัง ไม่ว่าจะในโบส์ถหรือห้องเรียน
นี้ไงคือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงผูกพันธ์กับราฟ เพราะเจอทีไรก็คิดถึงโรงเรียนเก่าตลอด (รักมาก บอกเลย)
ถ้านิยายเรื่องไหนมีตัวละครที่ชื่อนี้ ตัวละครนั้นจะเป็นจุดสนใจสำหรับฝนทันที! ฮาา
ไม่ว่านางจะเป็นตัวประกอบ พระรอง หรือตัวร้าย บอกเลยว่า ฝนจะชอบนางค่ะ!

แล้วราฟาเอลเป็นใคร? ทำไมถึงนำมาตั้งชื่อโรงเรียน? ทำไมต้องนำมาเล่าในชั่วโมงเรียน?
จิ้มข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ
ราฟาเอล (อัครทูตสวรรค์)
Raphael (archangel)

ดังนั้น น้ำฝนเมนราฟค่ะ บอกเลย
ป้ายไฟขายที่ไหนค่ะ มีผ้าเชียร์ไหม พัดราคาเท่าไร โปสเตอร์ขนาดเท่าตัวจริงหมดหรือยัง?

PS.
→ จะมีเล่มของราฟาเอลไหมน๊าาาาาา อยากอ่านมากๆเลย!! ถ้ามีก็จะจิ้มมาเก็บกกไว้ในอ้อมใจเลย
→ คุณบาร์เทนเดอร์ กรี๊ดดดดดด
→ กินเด็กแล้วจะเป็นอมตะ แต่กินคนแก่กว่าจะเป็นนิรันดร์!! ดังนั้นคุณขิมจะเป็นอมตะ แต่น้องลาเบลล์จะเป็นนิรันดร์ (ฮาาา)


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Jamsai


Date: November 3, 2014
Advertisements

รักภักดิ์ใจ : ปริญญ์

Standard

ชื่อหนังสือ : รักภักดิ์ใจ
ชื่อชุด : ชุด Hot Guys, Hot Mind หล่อนี้…ที่หัวใจ
ผู้แต่ง : ปริญญ์
สำนักพิมพ์ : แจ่มใส (LOVE)
ISBN : 978-616-06-1262-8
จำนวนหน้า : 296 หน้า

คำโปรย :
เมื่อชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่า ‘หล่อ (มาก) ที่หัวใจ’ ทั้งสี่คน
พร้อมใจกันพาเหรดมารวมตัวในรายการ The Talk อันโด่งดัง
บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่จึงถือป้ายไฟมานั่งติดหน้าจอกันตาไม่กะพริบ!

รายละเอียด :
เพราะความปรี๊ดแบบจิตหลุดที่โดนมือดีกรีดรถคู่ใจเป็นทางยาวทำให้ ‘แก้วกันตา’ ไม่รู้ว่าเธอกำลังแผลงฤทธิ์เดชต่อหน้า ‘หริทัศว์’ กรรมการผู้จัดการของบริษัทลูกค้าที่เธอดูแลอยู่ซะแล้ว ในสายตาเธอ… เขาเหมือน ‘พ่อพระ’ มาโปรดที่ทำให้เธอจับคนมือบอนได้ แต่ในสายตาเขา… เธอไม่ดูเป็นนางร้ายขี้วีนเหวี่ยงไปแล้วหรือ งานนี้เธอก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าได้เจอกันอีกเลย
แต่ดูเหมือนฟ้าจะไม่ฟังคำขอ เมื่อเธอบังเอิญได้พบกับเขาอีกครั้งที่ ‘บ้านให้ธรรม’ สถานปฏิบัติธรรมที่ครอบครัวของเขาเป็นผู้ก่อตั้ง ทำให้หลังจากนั้นเธอได้รู้จักตัวตนของเขาในอีกแง่มุมหนึ่งที่ไม่ใช่ชายหนุ่มมาดนักธุรกิจ หากแต่เป็นชายหนุ่มที่จิตใจดีงามอุทิศตัวทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง
แก้วกันตารู้ดีว่าผู้ชายที่แสนดีเพอร์เฟ็กต์ขนาดนี้คงไม่แลหญิงสาวที่ต่างจากเขาสุดขั้วอย่างเธอ แต่!… ใครจะอธิบายได้บ้างว่าท่าทีของเขาตอนนี้นี่มันคืออะไร… บังคับให้เธอเรียกเขาว่า ‘เฮียเฮี้ยบ’ แถมแทนตัวเองว่า ‘เฮีย’ กับเธอได้อย่างสนิทสนมหน้าตาเฉย และยังพยายามพาตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอทีละนิดอีก!


หนังสือในชุดเดียวกัน : ชุด Hot Guys, Hot Mind หล่อนี้…ที่หัวใจ
รักจารใจ (เด็กทะเล)
รักโอบใจ (วลีวิไล)
รักพิทักษ์ใจ (ศรัณญ์ชล)


บันทึกหลังการอ่าน…

บอกเลยว่า เป็นเรื่องที่น้ำฝนไม่กล้าอ่าน เพราะกลัวเข้าไม่ถึง…..
มันเกี่ยวกับพุทธศาสนาอ่ะ คือน้ำฝน (ไม่เชิง) ไม่เท่ากับศาสนาพุทธนะ
ศาสนาตั้งแต่เกิดก็ศาสนาพุทธนั้นแหละ แต่ยังไม่สนิทใจเท่านั้นเอง ไม่ชิน
ฝนโตกับกับโรงเรียนศริสต์ ที่มีโบสถ์อยู่ติดกับโรงเรียน มันไม่แปลกใช่ป่ะ
คือคนอื่นเขาก็ไม่เป็น แต่เนี่ย นำสวดมนต์ตอนเช้าตั้งแต่ ป.5-ม.3 ไง
บทสวดก็เป็นบทสวดของคริสต์ไง ถึงจะไม่ได้นำสวดทุกวัน แต่นางสวดแบบนี้ทุกเช้าในทุกวัน
เข้าโบถส์เฉลี่ยเดือนละครั้ง (กิจกรรมของโรงเรียน) เพื่อนสนิทก็เป็นคนคริสต์
เลยเป็นความเคยชินมากกว่า แล้วตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยไปวัดพุทธ
จะไปก็ตอนไปเยี่ยมปู่ย่าที่ใต้ ไม่ก็เยี่ยมตายายที่ร้อยเอ็ด เฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง
มองเห็นอะไรไหม? …นั้นแหละ เดือนละครั้งกับปีละ 2 ครั้ง ความต่างอยู่ตรงนี้ไง
นอกจากบทสวดเบสิคๆ ที่ป๊ะสอนให้สวดก่อนนอนทุกคืนแล้ว ทุกอย่างคือ ไม่รู้เรื่องเลย
แต่เพลงคริสมาส ทั้งเวอร์อิ้งและไทย นี่นางร้องได้หมด
เรียกว่าอยู่กับคริสต์มากกว่า ถึงตอนนี้จะเข้าวัดบ่อยขึ้น แต่ก็ยังไม่สนิทใจเท่าไร

ถ้าถามว่าเชื่อในฝั่งไหน
เรียกว่าเชื่อทุกอย่างที่ทำแล้วดี ทำแล้วไม่บาป ดีกว่า
เพราะแบบนี้แหละ ทำให้กลัวอ่านแล้วเข้าไม่ถึง
แต่พออ่านไปอ่านมา ก็พอไหวอยู่นะ เพราะไม่ได้เอ่ยถึงพุทธศาสนามากจนเข้าใจไม่ได้
แล้วก็เปิดเนตรมาก เพราะฝนเพิ่งรู้ว่านอกจากวัดแล้วยังมีสถานที่ที่คนมานั่งสมาธิ ฟังธรรมได้ด้วย
ว๊าวววว (เธอไปอยู่ไหนมาย่ะ) ไม่เคยรู้มาก่อนเลย
เข้าใจว่า ทำบุญต้องไปวัด ถือศีลก็เข้าวัด ปฏิบัติธรรมก็เข้าวัดไรงี้
ทำให้รู้เรื่องนี้มากขึ้นแหละ

ส่วนเนื้อเรื่อง….
ฝนว่าไม่ใช่ทางของฝนอ่ะ อ่านแล้วไม่วี๊ดว๊าย กรี๊ดกร๊าด ไม่ฟิน ไม่โดน
ไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนานะ คือถ้าตัดเรื่องศาสนาออก ก็รู้สึกแบบนั้นอยู่ดีอ่ะ

ความรู้สึกส่วนตัวนะ
คืออ่านไปแล้วรู้สึกเหมือนว่า เนื้อเรื่องถูกแบ่งออกเป็นพาร์ทๆ
พาร์ทแรก.. พระนางป๊ะกัน เจอกัน รักกัน 100 หน้า
(100 หน้าจริงๆนะ ตอนอ่านนี้เงยหน้ามองเลขหน้าเลย)
ไม่ทันครึ่งเล่ม รักกัน ตกลงกันแล้วว่าจะคบกัน หวานกัน พ่อแม่รับรู้
ถ้าจบเรื่อง ณ ตรงนี้ คือได้เลยอ่ะ รู้สึกแบบนั้นจริงๆ
ตอนอ่านก็ เฮ้ย รักกันเร็วจัง ยังไม่ได้ซึมซับถึงคำว่ารักเลย คบกันแล้ว งี้ก็จบแล้วดิ?
พาร์ทต่อมา.. ปมที่เป็นทีมของเรื่อง
อ่ะ ปมมาแล้ว อื้มม แล้วเกี่ยวกับพระนางยังไง? (อ่านแบบเนื่อยๆ)
พาร์ทจบ.. ตัวร้ายพบจุดจบ ผู้เกี่ยวข้องได้รับผลกรรม พระนางแต่งงานกัน
อื้ม อย่างที่คิด ตัวร้ายน่าจะเป็น… อื้มๆๆ เดาถูก ใช่ด้วยอย่างที่คิด
อ่านจบแบบไม่วี๊ดว๊ายเท่าไร

เนี่ย แบบนี้อ่ะ
อารมณ์ฝนจบตั้งแต่พระนางตกลงรักกันแล้ว ส่วนปมนี้ไม่ค่อยน่าสนใจแล้วอ่ะ
เพราะพอจะเดาๆได้อยู่ แต่ไม่เมคชัวร์ว่าใช่ไหม แต่ก็ใช่อ่ะ
ไม่ใช่ว่าฝนสนใจแต่เรื่องรักๆใคร่ๆนะ
แต่… นิยายรักนิ นิยายรักใช่ป่ะ ก็ควรจะคงทีมนิยายรักไว้
ไม่ซิ ควรจะเอาความรักเป็นหลักอ่ะ ฝนไม่ได้บอกว่าพระนางควรจะรักกันตอนจบนะ
แต่บทสรุปของความรักไม่ใช่การแต่งงานเสมอไป การแต่งงานไม่ใช่จุดจบของคำว่ารัก
ฝนคิดว่า มันเป็นเรื่องของความรู้สึกอ่ะ
ถ้าพระนางรู้สึกว่าใช่ อุปสรรคไม่มีมันก็จบแล้วอ่ะ
อย่างอันนี้ พระเอกสนใจ พรหมลิขิตชักพา คนใกล้ตัวชักนำ ลงมือจีบ นางเอกโอเค พ่อแม่บอกผ่าน
มันจบได้เลย จบได้แล้วจริงๆ เพราะมันไม่มีอะไรแล้ว
คือถ้ามีต่อ ฝนว่ามันควรเป็นเรื่องของความรู้สึก แบบเล่นในเรื่องของความรู้สึก
อาจจะมีพลิกล็อค ความไม่เชื่อใจบ้างล่ะ ความหลัง ปมในใจหรืออะไรยังไง แบบนั้นอ่ะ
แต่อันนี้ติดแค่เรื่องนางเอกชอบกรี๊ดคนหล่อ
พระเอกก็ติ ไม่ดุ แค่ติแล้วแทรกแง่คิด นางเอกเชื่อฟัง จบ จบแล้ววววววววว
เนี่ยยยยยยยยยยย
บอกตรงๆเลยว่า มันไม่อิ่ม มันไม่ใช่ทางของฝน ฝนว่าไม่โดนใจฝนเลย

เรื่องปมก็แทรกแง่คิดในเรื่องของความดีและหลักธรรมไปด้วย
ถามว่าดีไหม โอไหม ฝนว่าดีและโอมาก ตรงนี้นะ
แต่… พระเอกดูขาว ขาวมาก (ไม่ใช่สีผิวนะ!) มีเล่ห์บ้างเล็กน้อย (น้อยมาก)
แต่จัดอยู่ในผู้ชายโซนขาว (ที่น้ำฝนจะไม่ยุ่ง) ดูไม่มีอยู่จริงเลยอ่ะ
ดีมาก จนดูเหมือนดีเกินไปเลย
อาจจะเพราะด้วยความที่พระเอกอายุมากกว่านางเอกมั้ง หลายๆฉากเลยเป็นผู้ใหญ่ปรามเด็ก (นางเอก)
แล้วเด็กก็ฟัง เชื่อฟังเลย อาจมีรั้นนิดหน่อยพอเป็นพิธี แต่ก็เชื่อฟังเลย
มันเลย เนื่อยๆ (คือผ่านช่วงพาร์ทแรกไปแล้วอ่ะ เนี่ยคือพาร์ทที่สองเข้าสู่ปมแล้ว)
จริงๆ ผู้ใหญ่ปรามเด็ก แล้วเด็กฟังคือเรื่องที่ถูกแล้ว แต่มาแนวนี้ฝนว่ามันเฉยๆอ่ะ ไม่โดน

แล้วก็ติดด้วยแหละ
เรื่องความปรี๊ดของนางเอก (ที่เขียนไว้ที่หลังปก) มันขัดๆ
ด้วยความที่ตัวเอง (โหมดแซะตัวเองสมัยยังสาว?) เป็นสาวขี้เหวี่ยง วีน และปรี๊ดเหมือนกัน (ในอดีตนะ)
คือถ้าปรี๊ดและเหวี่ยงได้ จะไม่สนใจการนินทาของใครเลย จริงๆนะ
จะทำอะไรยังไงกับใคร จะไม่กลัวการถูกนำไปพูดลับหลัง จะไม่สนว่าใครจะอะไรยังไง
ถ้าเชื่อว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูก ใครจะบอกว่าผิดก็เรื่องของเขา เพราะเราจะแคร์แค่คนที่เรารักอย่างเดียว
ถ้าบังเอิญได้ยินก็จะอีกเรื่อง อันนี้ก็แล้วแต่นิสัยของแต่ละคน แต่ไม่เคยกลัวว่าจะถูกเอาไปพูด
แต่นางเอกนางดูเป็นสาวขี้วีนและเหวี่ยง แต่กลัวการถูกนินทาจนหลอน เลยดูแปลกๆ กลัวจนดูหลอนเลยนะ
การเปิดตัวก็แรงดี แต่พอมาเจอนางเอกหลอนเรื่องถูกนินทา เลยสะดุด
ก็เลยคิดว่า นิสัยนางเป็นแบบนั้นแหละ ดูขัดๆ แต่ก็นั้นแหละ นิสัยของคนไม่เหมือนกัน
มีคนจำพวกกลัวการโดนนินทาเหมือนกัน แต่กลัวจนดูหลอนเลย ฝนว่ามันไม่เข้ากับคำว่าปรี๊ดแตกอ่ะ
พอไปใกล้ๆจะจบเรื่อง ตอนที่นางเอกเจอคนนินทาตรงๆ อันนั้นโอเคนะ การแก้ปัญหาแบบนั้นผ่านค่ะ!
เพราะมีการเติบโตของตัวละคร (นางกุ๊กกิ๊กกับพระเอกใช่ป่ะ ก็ซึมซับอะไรอะไรมาบ้าง
มันดูใช่อ่ะ! อันนี้โอเคเลยอ่ะ

อย่างที่บอก เรื่องนี้ไม่ถูกจริตฝน อ่านแล้วไม่อิ่ม
รสนิยมส่วนตัวน๊า คนอื่นอาจจะโอ อาจจะชอบ ก็แล้วแต่คนเน้อ

PS.
→ ตอนนี้พยายามนึกถึงวัดและพระมากขึ้น เป็นความตั้งใจตั้งแต่เรียนมหา’ลัยแล้วล่ะ ป๊ะกับแม่ก็พาไปทำบุญมากขึ้น (อายุ 25 ไงปีนี้) กะว่าถ้าไม่ได้จริงๆ อาจจะต้องพิจารณาตัวเองแล้วล่ะ ฮาาาา
→ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ไม่ได้เปิดตัวด้วย The Talk แหละ แต่มีมากลางๆเรื่อง แล้วพูดถึงนิดเดียวด้วย
→ ถ้าเรียงลำดับการสัมภาษณ์ เรื่องนี้มาเป็นเล่มแรกน๊า จริงๆควรอ่านเป็นเล่มแรกเลย


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Jamsai


Date: July 7, 2014