Posted in Asian Love, นักเขียนไทย

Amour กรุ่นหัวใจ…กลิ่นอายรัก : จั้วเจีย



ชื่อหนังสือ : Amour กรุ่นหัวใจ…กลิ่นอายรัก
ผู้แต่ง : Zuo Jia – จั้วเจีย
สำนักพิมพ์ : ฟิสิกส์เซ็นเตอร์
ISBN : 978-974-434-323-9
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (พฤษภาคม 2553)
จำนวนหน้า : 276 หน้า

หลังปก :
“ผมใช้เวลาเป็นชั่วโมง กว่าจะตกปลาตัวนั้นได้ แต่คุณกลับปล่อยมันไป ดังนั้นคุณต้องชดใช้” เซี่ยวเทียนบอกเสียงเข้ม “วันนี้คุณต้องตกปลามาใช้คืนผม แล้วก็ต้องตัวใหญ่กว่าไอ้ตัวที่คุณปล่อยไปเมื่อกี้ด้วย”
“ฉันไม่ทำหรอก” เธอบอกเสียงแข็ง “คุณจะบังคับให้ฉันทำแบบนี้ไม่ได้ มันบาป ฉันไม่มีทางทำร้ายสิ่งมีชีวิตเด็ดขาด”
“จะตกหรือไม่ตก” น้ำเสียงแหบต่ำถามขึ้นอีกครั้ง
“ไม่” อี๋หลินสั่นศีรษะ
“จะลองดีกับผมใช่มั๊ย”
“ว้าย”
ตูม!
“เซี่ยวเทียน! คุณกล้าผลักฉันตกน้ำเหรอ! คุณมัน…”
“คุณอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าแถวนี้มีฉลามหรือเปล่า นี่ไง มันจะได้เฉลยคำตอบที่คุณสงสัยเสียที” เซี่ยวเทียนพูดลากเสียงได้อย่างกวนอารมณ์ สายตาเจ้าเล่ห์มาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายตอนที่กล่าวกับเธอ “ขอให้สนุกกับการว่ายน้ำนะ”
“นี่คุณคิดจะทำอะไรน่ะ! คิดจะทิ้งฉันไว้อย่างนี้เหรอ! คนป่าเถื่อน! คุณมันเลวร้ายที่สุด!”


บันทึกหลังอ่าน…

เรื่องนี้หญิงได้มีโอกาสได้อ่านเพราะเข้าร่วมกิจกรรม ออกเดท(หนังสือ) ของ kunaom สาวชาว bloggang ค่ะ
อ่านมาพักใหญ่ๆแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้มาเขียน (จริงๆคืออู้)

เรื่องนี้เป็นเรื่องของสาวมั่นที่มีเป้าหมายในชีวิตคือทำงานให้ได้ดี ได้เลื่อนตำแหน่ง และซื้อของที่อยากได้เป็นรางวัลให้กับตัวเอง ซึ่งตอนนี้เธอก็อยากได้รถมากหลังจากที่ถอยกระเป๋าแบรนด์หรูมาแล้วหนึ่งใบ ซึ่งตรงล็อคพอดีกับโปรเจ็คที่เธอกำลังทำอยู่ ถ้าเธอทำมันได้สำเร็จก็จะได้เลื่อนขั้น และเข้าใกล้ความฝันของเธอขึ้นอีกนิด
แต่การที่จะทำงานชิ้นนี้ได้สำเร็จนั้น เธอต้องพาดารานักร้องหนุ่มที่กำลังเป็นกระแสข่าวว่าเพิ่งเลิกลากับนักแสดงสาว เนื่องจากอาการติดเหล้าและความไม่มั่นคงทางอารมณ์ และห่างหายจากวงการบันเทิงมานานมาเป็นตัวเอกในงานโฆษณาของเธอให้ได้ ถึงจะต้องเดินทางไปยังเกาะที่แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ก็ยังเข้าไม่ถึง มีเรือโดยสารแค่สองวัน แถมสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่มี แถมคนที่เธอจะไปคุยด้วยก็ใช่ว่าจะคุยในแบบที่คนปกติคุยด้วยกันได้ แต่เธอก็ทนเพื่อให้งานของเธอสำเร็จ

แล้วก็ตามพล็อตทั่วๆไปเนอะ
ไปตามผู้ให้กลับมาทำงาน ก็มีประโยคปลุกใจให้ผู้รู้สึกลึกซึ้งตรึงใจและประทับใจ แต่ก็ต้องปากจัดตามสไตล์คนฟอร์มเยอะ แล้วก็ลุ้นต่อว่านางเอกจะทำงานสำเร็จไหม ผู้ที่ติดต่อไปจะมาไหม จนผู้ยอมให้ความร่วมมือ แต่ก็มีการเข้าใจผิดทั้งเรื่องคนในอดีตของผู้ และคนในปัจจุบันของนางเอก แล้วก็ลงล็อคปรับความเข้าใจกันได้
จบปิ๊ง

บอกตรงๆเลยนะ คือนิยายเรื่องนี้ไม่ใช่ทางของหญิงเลย ไม่ซิ ต้องบอกว่าสไตล์การเขียนของเขาไม่ใช่ทางของหญิง
เพราะอ่านแล้วเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัวไม่ได้เลย คือหญิงเป็นสาวชอบเผือก แล้วเวลาอ่านนิยายก็ชอบที่จะรู้ทุกเรื่องในนั้น จะรู้ช้ารู้เร็วแต่ก็ชอบให้รู้แบบชัดเจน ดังนั้นจะแฮปปี้มากถ้าหญิงสามารถเข้าถึงตัวละครผ่านตัวหนังสือได้ รับรู้ได้ว่า ณ ตอนนั้นตัวละครรู้สึกอะไร ทำไมถึงทำแบบนั้น พออ่านแล้วจะทำให้เข้าใจและสามารถจินตนาการได้ว่าตัวละครกำลังทำอะไรและคิดอะไรอยู่
แต่เรื่องนี้ เหมือนมีกำแพงมาขวางไม่ให้หญิงเผือก #ขัดใจมาก
เหมือนเราแค่เดินผ่านและบังเอิญได้มีโอกาสหยุดฟังตัวละครคุยกัน ซึ่งก็ได้แค่ฟังแต่เราจับความรู้สึกนึกคิดหรือเหตุผลที่พวกเขากำลังเล่าและกำลังทำอยู่ไม่ได้ เพราะเขาไม่ให้เรารู้ เขาให้เรารู้แค่ในสิ่งที่เขาอยากให้รู้ จนจบเล่ม จบเรื่อง หญิงก็ยังไม่เข้าใจในบางจุดที่เขาพยายามจะสื่อ และไม่รู้สึกอินกับความรักและความรู้สึกของพระ/นางได้เลย

หญิงขัดใจในบางฉากบางตอนด้วยนะ
อย่างฉากที่พระเอกจูบนางเอก คือจูบเพื่อให้นางเอกหยุดพูด จูบเสร็จก็ขู่แล้วก็เดินจากไป ตื่นเช้ามานางเอกเฉยมาก เฉยแบบไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องโกรธเลย แถมยังคิดด้วยว่าตัวเองผิดที่พูดมากจนอีกฝ่ายหงุดหงิดเขาเลยต้องทำแบบนั้น
ฮืม???
ใช่เหรอ???
แบบนี้ก็ได้เหรอ?
แต่พอเพื่อนชายที่ควบตำแหน่งลูกชายเจ้าของบริษัทตีเนียนบอกว่าเธอคือว่าที่คู่หมั่น เธอกลับโกรธเป็นฝืนเป็นไฟ ต่อหน้าผู้ใหญ่ด้วยนะ ผู้ใหญ่กลุ่มนั้นก็คือผู้บริหารบริษัทด้วยนะ เสียจริตและความเป็นโปรเฟสชั่นแนลไปเลย ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ค่อนข้างสูงด้วย
แหมะ ทีพระเอกจูบครั้งแรกไม่โกรธ…..
จะยกเหตุผลว่าเพราะคุณเพื่อนตีเนียนโดยไม่ถามความสมัครใจของเธอ เธอก็เลยโมโห งี้เหรอ? แต่ความผิดส่วนหนึ่งก็มาจากเธอนะ ไม่ปฏิเสธชัดเจน ดูออกว่าเขามาชอบ เขามา treat แต่ก็ไม่ปฏิเสธ มันก็เหมือนให้ท่าเข้าด้วยหรือเปล่า? จะมาหงุดหงิด งอแง เหวี่ยงวีนเพราะเขาตู่เอง มันไม่แฟร์ต่อเขานะ #อันนี้ไม่เข้าข้างเลย
แล้วช่วงหลังๆ ก็มีมาบอกว่า นางเอกเป็นแฟนคลับพระเอกมานานแล้ว ตรงนี้ก็ไม่รู้ว่าใส่มาเพื่อซัพพอร์ตเหตุผลที่ว่าทำไมนางเอกถึงยอมพระเอกมากขนาดนั้นหรือเปล่า?

แต่จุดที่คุณเพื่อนจะอาศัยช่วงเมามาเกาะแก อันนี้ไม่โอเค คุณเพื่อนผิดค่ะ!

ที่จะบอกคือ นิยายมีความลำเอียงต่อตัวละครแบบค่อนข้างเห็นได้ชัด อารมณ์ของตัวละครในแต่ละซีนก็ไม่สมูท รู้สึกเหมือนทุกตัวละครอารมณ์ขึ้นลงสลับไปมาได้ง่ายกันหมด ไม่มีอะไรมาสนับสนุนด้วยว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ยิ่งตัวพระเอกด้วย คนนี้คืออารมณ์แปรปรวณมาก

มีจุดที่ไม่แน่ใจด้วย
ตรงที่นิยายบอกว่าพระเอกจะติดสัญญากับทางบริษัทน้ำหอมที่ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์หนึ่งปี แต่จากที่ลองนับทาร์มไลน์ไม่เรื่อง ยังไม่ครบหนึ่งปีดีเลย นางก็ยอมเซ็นสัญญากับอีกค่ายแล้ว… ตรงนี้หญิงไม่แน่ใจว่าหญิงนับเวลาพลาดหรือเปล่า แต่ก็ขี้เกียจกลับไปอ่านใหม่อีกรอบอะ T^T เลยมโนไปเองว่าเพราะนางรักนางเอกมากจนอาจจะยอมผิดสัญญาเก่า

จริงๆหญิงอาจจะเรื่องมากจุกจิกไปเองก็ได้นะ

เรื่องนี้ถ้าจากความคิดเห็นส่วนตัวก็เหมาะกับคนที่ชอบอ่านอะไรแบบไม่ต้องคิดเยอะค่ะ เบาๆ ง่ายๆ สบายๆ ค่ะ
แต่ไม่ใช่สไตล์ของหญิง…

P.S.
→ หญิงอ่านจบในวันเดียว….
→ เห็นว่าตอนนี้มีรีปริ้นต์เปลี่ยนปกแล้วด้วยนะ ปกใหม่น่ารักเชียว


More :
Goodreads


Advertisements
Posted in หนังสือแปล จีน, Gold Banana: งานแปล

เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์ : ซูสิงเล่อ

ชื่อหนังสือ : 夫君,悠着点 – เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์
ผู้แต่ง : 苏行乐 – ซูสิงเล่อ
ผู้แปล : เหมยสี่ฤดู
สำนักพิมพ์ : Happy Banana
ISBN : 978-616-312-331-2
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (ตุลาคม 2559)
จำนวนหน้า : 734 หน้า (367+367)

รายละเอียด :
เมื่อคนสองคนมาเจอกัน คนหนึ่งแสร้งทำตัวเป็นกุลสตรี เรียบร้อยและอ่อนหวาน อีกคนหนึ่งแสร้งทำตัวเป็นท่านอ๋องผู้สุภาพและอ่อนน้อม ท่ามกลางสงครามแย่งชิงบัลลังก์ ความรักของทั้งสองจะลงเอยเช่นไร เมื่อมารดาของ “เหยียนซื่อหนิง” จากไป นางจึงต้องไปอาศัยอยู่กับบิดาที่เมืองหลวง ทั้งยังต้องเก็บนิสัยที่แท้จริงให้มิดชิด เพื่อความอยู่รอด ปลอดภัยในจวนอัครเสนาบดี ที่มีองค์หญิงคังฮวา ภรรยาเอกอีกคนของบิดาเป็นผู้กุมอำนาจ มาวันหนึ่งนางได้เจอกับ “เผยจิ่น” อ๋องเก้าที่เคยกลั่นแกล้งนางตอนเด็กๆ ในวังหลวงโดยบังเอิญ โชคชะตาของคนทั้งสองจึงมาบรรจบกันอีกครั้ง สิงโตน้อยที่ตกอยู่ในกำมือปิศาจจิ้งจอก จะหนีเอาชีวิตรอดจากการถูกจับกินได้หรือไม่

หลังปก :
#1
เผยจิ่น โอรสองค์ที่เก้าของฮ่องเต้ นิสัยสุภาพอ่อนน้อมมาแต่ไหนแต่ไร ผู้คนต่างเรียกขานเขาว่า ฮ่องเก้าผู้ทรงคุณธรรม
เป็นองค์ชายที่ไม่มีความปรารถนาและความทะเยอทะยานใดๆ ในสายตาของทุกคน
เหยียนซื่อหนิง บุตรีของอัครเสนาบดี กุลสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ออกเรือยเสียที
ตั้งแต่อายุหกขวบจนถึงสิบแปดปี นางรู้มาตลอดว่าเผยจิ่นเป็นเดรัจฉานในคราบมนุษย์ที่ตบตาเก่งเป็นที่หนึ่ง ภายนอกสุภาพเรียบร้อยก็จริง แต่ภายในกลับต่ำช้าไร้ยางอาย
#2
ในช่วงที่มืดมนที่สุดของเผยจิ่น เหยียนซื่อหนิงตกลงมาในหลุมพรางที่เขาขุดไว้
ไม่ว่าจะที่หมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองเซวียนเฉิง หรือในคฤหาสน์และวังหลวงในเมืองหลวง
ไม่ว่านางจะเป็นเด็กในชนบทที่ดุร้ายเซ่อซ่า หรือเป็นสาวงามที่แกล้งทำตัวเป็นกุลสตรีผู้อ่อนหวาน
เขาก็อยากรังแกนางมาตลอด ไม่ต้องพูดถึงชีวิตหลังแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว
แน่นอนว่าเขาย่อมเปิดศึกหนักกับนางทุกคืนอย่างไม่บันยะบันยัง ดังนั้นข่าวลือที่ชายาอ๋องผู้ทรงคุณธรรมชอบนอนตื่นสายจึงแพร่ออกไป


บันทึกหลังอ่าน…

ก่อนเล่าเรื่อง ขอเล่าที่มาก่อน
คือหลังจากที่อ่านจอมนางคู่บัลลังก์ฉบับพิมพ์ใหม่แล้วก็ได้เตือนตัวเองว่า นิยายค่ายบ้านกล้วยอย่าได้แตะต้องอีก เพราะสำนวนแปลของเขาไม่ถูกจริตเรา ดังนั้นอย่าได้ซื้ออีก!
…จำนะคะน้้ำฝน ถึงกระแสจะอวยมากแค่ไหนก็อย่าได้ซื้ออออออ
แต่ตอนไปเดินงานหนังสือกับเพื่อนสาวแก๊งกลุ่มภารกิจพิชิตกองดองก็เห็นว่าบ้านกล้วยมีราคาโปรโมชั่น แถมหน้าปกเรื่องนี้ก็สวย ลูบแล้วเพลินมือ(?) ยังไม่พอ! พี่สาวบ้านชะนีรีวิวยังบอกอีกว่า หน้าปกฝีมือนักวาดคนไทยนะเธอ โอเค๊ น้ำฝนที่ชอบสนับสนุนงานฝีมือคนไทยก็จัดการหยิบนางมา พร้อมกับหวังว่า สำนวนเขาอาจจะดีขึ้นจนเราพอจะอ่านจนจบแบบไม่ต้องใช้สกิลกวาดสายตาอ่านผ่านได้!

ผลเป็นไง???
…อ่านบรรทัดต่อๆไปเดี๋ยวก็รู้วววว

เรื่องนี้เป็นเรื่องของนางเอกที่แสร้งทำตัวเป็นกุลสตรีที่เรียบร้อยและอ่อนหวาน กับพระเอกที่แสร้งทำตัวเป็นท่านอ๋องผู้สุภาพและอ่อนน้อม ย้ำว่าทั้งสองแสร้งทำแบบนั้นเพื่อให้สังคมภายนอกรวมไปถึงคนในครอบครัวรู้ว่าเป็นแบบนั้น แต่แท้จริงแล้วทั้งคู่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย!
โชคชะตา(?) ทำให้พระ/นางที่เสแสร้งแกล้งแสดงบทละครตบตาคนภายนอกทั้งสองคนต้องแต่งงานกัน และบังเอิญที่ว่าทั้งคู่นั้นรู้นิสัยที่แท้จริงของกันและกันด้วย ทำให้เกิดเรื่องรางมากมาย

เนื้อเรื่องก็ตามชื่อเลย ทั้งเรื่องความรักและการแย่งชิงบัลลังก์

น้ำฝนเล่าไม่ได้มาก ไม่ใช่เพราะกลัวสปอย แต่อ่านไม่ละเอียด
… ใช่แล้วค่ะ น้ำฝนอ่านไม่ละเอียด เพราะสิ่งที่เคลมไว้หลังปกกับคำโปรโมททำให้น้ำฝนคาดหวังไว้ค่อนข้างสูง แต่พออ่านแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คิด

คำเตือน!
ใครหวังจะอ่านรีวิวดีๆ มีเหตุ มีผล อาจจะหาไม่เจอในบรรทัดต่อๆไปนะ แต่อาจจะมีเผลอหลุดสปอยไปบ้างตามอารมณ์ของน้ำฝนเอง

ทำไมถึงไม่ใข่อย่างที่คิด

คือน้ำฝนไม่คิดว่านิยายจะมีฉากร่วมรักเยอะขนาดนี้!! มีเยอะจนไม่คิดว่าเป็นนิยายชิงบัลลังก์ มีเยอะจนอยากรู้ว่าเรื่องนี้ขายอะไรกันแน่ น้ำฝนก็ไม่ได้สาวโลกสวยอ่านนิยายโรมานต์ติดเรทไม่ได้ แต่ไม่คิดไงว่าจะมีเยอะแล้วก็อธิบายเยอะขนาดนี้ ตอนแรกที่อ่านคำเตือนหลังปกก็เข้าใจว่ามีบ้างสองสามฉากพอกรุบกริบ ที่ไหนได้ #คุณหลอกดาว ไม่ซิ #ดาวคิดไปเอง!!!

พออ่านจบเล่ม 1 ก็ทึ่งหัวด้วยความหงุดหงิดเพราะหาปมเรื่องไม่เจอ ใครชิงกับใคร สาเหตุมาจากอะไร มีใครเล่นบทชิงบัลลังก์นี้ด้วย ทำไมไม่เจออะไรเลยนอกจากฉากรักของคู่พระนาง! (ที่เด่นมากด้วยนะ)
ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า … เขาคงกำลังปูทางสร้างปมสร้างสถานการณ์อยู่ (มั้ง)

พอเข้าเล่ม 2 เริ่มได้น้ำได้เนื้อมาบ้าง เริ่มเห็นแล้วว่ามีใครชิงใคร ใครทำอะไร ใครเล่นเกมอะไรอยู่ และจะเดินไปทางไหน ส่วนฉากเรทที่จัดเต็มไปให้เล่มแรกนั้นน้อยลง (หรืออาจจะเพราะฉากเรทน้อยลง เนื้อหาเลยเริ่มมีมากขึ้นหรือเปล่า?) แต่เมื่อความอดทนอ่านแบบละเอียดหมดไปตั้งแต่เล่มแรก เล่มนี้ฝนเลยอ่านแบบพอจับทางจับเนื้อหา ง่ายๆคืออ่านข้ามๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรเยอะ (กลัวจะหงุดหงิด)

ต่อไปนีคือการบ่น… ด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจของน้ำฝนเอง
ย้ำอีกครั้ง ทั้งหมดคือความรู้สึก ความคิดเห็นส่วนตัว คนอื่นอาจจะคิดเป็นแบบอื่น ถ้าเห็นแย้งมาคุยกันได้~~~

ตัวละครในเรื่องนี้บางตัวไม่มีความคิดให้สมกับตำแหน่งเลย มองไม่เห็นนิสัยพื้นฐานของตัวละคร อยากจะให้ทำแบบนั้นก็ทำ อยากจะให้เป็นแบบนี้ก็เป็น แล้วมาเขียนว่าตัวละครนิสัยแบบนี้นะ (ห้ามคิดเป็นอื่น) ไม่สนใจเลยว่าพื้นฐานตัวละครเป็นแบบไหน โตมายังไง แล้วควรแสดงอารมณ์หรือแสดงความคิดแบบไหนถ้ามีนิสัยแบบนั้น

ก็ปมย่อยมาแบบนั้น ถ้าจะให้ปมย่อยจบก็ต้องให้ตัวละครเป็นแบบนี้
อ้าวเฮ๊ย แล้วที่ปูทางมามันไม่ใช่เหรอ?? #หลอกหญิงทำไม!

ส่วนที่ควรต้องขยายความก็ไม่มี อยู่ดีๆก็มีตัวละครโผล่ออกมาแล้วบอกว่าคนๆนี้สนิทกับพระเอกนะ

อ้าว? ยังไง? ขยายความก็ไม่มี แค่เขียนบอกให้รู้ว่าสนิทนะ จบปิ๊ง หมดหน้าที่ก็หายไป #เดี๋ยวๆๆๆๆๆ จนตอนนี้อ่านจนจบเรื่อง เขาไปรู้จักกันได้ไง ก็ไม่เข้าใจ ว่าง่ายๆ ยังไม่อินกับความมีอิทธิพลของพระเอกเลย….
แต่ส่วนที่ไม่ต้องขยายความบ่อยก็ได้ดันเขียนซะเยอะ ฉากร่วมรักที่ขยายความเยอะมาก ละเอียดทุกฉาก นอนกันกี่รอบก็บรรยายทุกรอบ เดี๋ยวนะยูววว สิ่งที่หญิงอยากรู้ทำไมไม่บอกหญิงแบบที่บรรยายฉากบนเตียงบ้าง เขาก็นอนกันท่าเดิมๆ เพิ่มเติมแค่เริ่มจากห้องไหน ไม่ต้องเขียนเยอะขนาดนั้นก็ได้! ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นนนนนน

ตกลงองค์รัชทายาทจะมีนิสัยแบบไหนแล้วตกลงคิดอะไรอยู่?
ช่วงแรกไม่เห็นสนใจนางเอก ตอนเปิดตัวมาไม่เห็นแสดงท่าที ออกจะติดไม่สนไม่แคร์ไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ พอสักระยะก็บรรยายว่าจริงๆแล้วแอบสนใจนะ ถึงขั้นเอากลับไปฝัน(เปียก)
แล้วตกลงยังไงแน่ จะบอกว่าสนใจคนพี่แต่ก็นอนกับคนน้อง(จัดเต็มขนาดนั้น) แล้วมาบอกทีหลังว่ารังเกียจที่ทำก็เพราะแม่บอก แล้วก็ถัดมามาบอกอีกว่าที่ร่วมรักไปเพราะโดนวางยา
… อ้าว ฉากเปิดตัวมานี่เรียกอยากและสมยอมนะ ตกลงยังไงเอาให้แน่ ทำไมอธิบายแบบนั้นละ?
ปูเรื่องมาซะขนาดนั้น แล้วกลับลำแบบนี้ เรือคว้ำไหมถามใจดูววววว
คือพี่ไม่คิดจะให้น้องจะอยากตั้งตัวตั้งลำแต่แรกเลยเหรอ? บอกก่อนนิดนึงก็ดีนะ ไม่ใช่อยากจะทำอะไรก็ทำ น้องอ่านและคิดเรื่องตามไม่ถูกกกก

คนสนิทรัชทายาทบอกว่ารัชทายาทไม่สนใจสตรีเลยพาไปร้านอาหารที่มีชายหนุ่มบริการ
…ย้อนกลับไปอ่านบทที่ 1 นะคะ
ไม่สนใจบ้าอะไร #ขอหยาบ ร่วมรักกลางแจ้งแบบนั้น จะบอกว่าเขาทำไม่ให้คนอื่นรู้ ได้เหรอ? ปกติรัชทายาทต้องมีคนที่รู้ทุกเรื่องอยู่ข้างกายหรือเปล่า? เป็นถึงรัชทายาทแต่ไม่มีคนรองมือรองเท้าอยู่ข้างตัว ขนาดไปเต๊าะหญิงยังไม่รู้ ใช่เหรอ? หรือนี่เข้าใจผิด #โปรดบอกที

แล้วที่รัชทายาทบ่นว่าอึดอัดเหมือนอยู่ในกรอบอยู่ในกรง จากที่ดูก็ไม่นะ ขนาดไปร้านอาหารนอกวังยังไปได้ แอบมีอะไรกับสาวก็ยังทำได้ ไหนคะกรอบ ไหนคะระเบียบ ถ้าอึดอัดก็น่าจะเป็นแค่กับแม่กับพ่อหรือเปล่า? แต่อ่านมาก็ไม่อินกับความอึดอัดเลย ดูว่างงานด้วยซ้ำ ต้องใช้แรงมโนมากขนาดไหนถึงจะอินกับความอึดอัดของนาง

แล้วก็สงสัยอีกอย่าง หลายคนในเรื่องบอกว่ารัชทายาทอ่อนแอ
คืออ่อนแอยังไงไม่เข้าใจ ขี้โรคหรือตัวผอมบาง? หรือแค่หัวอ่อนตามใจแม่? อ่อนแอยังไงอธิบายมาซิ!! ไม่มีเล๊ย มีแต่พี่พระเอกเป็นคนพูดเองว่าอ่อนแออย่างนู้นอย่างนี้
… ขอหญิงมโนเองบ้างก็ได้นะ บางอย่างก็อยากมโนเอง แต่บางอย่างมโนไปตามเนื้อเรื่องดันมาบอกทีหลังว่ามโนผิด จริงๆเป็นแบบนั้น รู้สึกเหมือนขับรถไปตาม google map แล้วนางบอกว่าเลี้ยวซ้าย แต่ป้ายบอกทางบอกว่าเลี้ยวขวา ประสบการณ์ที่เคยขับรถมาบอกว่าให้ตรงไป
#บอกทีควรเชื่อใคร?

ที่หงุดหงิดสุดคือ
อัครเสนาบดี แก้ปัญหาแบบนี้ก็ได้เหรอ? เหมาะสมกับตำแหน่งมากกกก #ประชด
เวลาในเรื่องคือ 7 วัน รอฝื้น แต่แล้วไง ทุกตัวละครคือต้องรอ ปล่อยเวลา 7 วันไว้เปล่างี้เหรอ องค์หญิงน่าจะเดินเรื่องหาทางรอดซิ ร้ายมาซะขนาดนั้น ลูกก็ต้องดูแลไหม หาหมอมาดูบ้างไรบ้าง ก็ไม่มี พ่อก็มีอำนาจพอควร ไปคิดจะหาทางรอดอื่นเลยเหรอ ลูกสาวอีกคนก็มี เอาแต่นั่งรอเฉยๆ บ้าไปแล้ว!!! พอถึงเวลาก็เข้าเฝ้า โหยหวนขอความเมตตา บีบน้ำตาขอร้องแล้วมาคิดว่าน้ำตาจะช่วยได้
นี่คือวิธีแก้ปัญหาของคนเป็นอัครเสนาบดีเหรอ?
อยู่ในวังมากี่ปี ฐานอำนาจส่วนตัวไม่มีเลยดิ หรืออยู่แต่ตำแหน่งหรือไง ไม่เข้าใจ!!

แล้วก็สงสัยความสัมพันธ์ของพ่อนางเอกกับองค์หญิงแม่เลี้ยงมาก
เขียนบอกมาว่ารักมากกก องค์หญิงอยากได้ชายคนนี้มาก ขนาดวางยาร่วมรักสร้างเรื่องว่ามีลูกให้ได้แต่งงาน แสดงว่ารักมากกกก แต่เวลาคุยกันดันเรียกจิกกัด ท่านพี่อย่างนั้น ท่านพี่อย่างนี้ ไม่มีเลย ข้าๆ เจ้าๆ ตลอด ตกลงรักจริงดิ ถ้าไม่รักจะเรียกยังไง? คนรักกันเขาเรียกกันงี้จริงดิ? หรือเพราะนิสัยขององค์หญิง ความเป็นองค์หญิงจะเรียกสามีที่ฐานะต่ำกว่ายังไงก็ได้ เหรอ?????
มันก็ไม่เกี่ยวหรือเปล่า จารีตประเพณีบ้านเมืองเขา ถึงนิสัยจะเจ้ายศยังไง แต่รักมากก็ต้องมีคำพูดที่แสดงออกว่ารักบ้างไหม?
จากที่อ่านมาคือไม่มีเลย….

คนสนิทองค์หญิงก็อีกคน เรียกองค์หญิงว่าคุณหนู
นี่ก็สงสัย ตกลงองค์หญิงเนี่ย แต่ก่อนมียศเป็นอะไร หรือเพราะเป็นน้องของฮ่องเฮาเลยต้องเป็นองค์หญิง แต่ก่อนเป็นคุณหนู คนสนิทแต่เดิมก็เลยเรียกคุณหนู?
องค์รัชทายาทก็เหมือนกัน ต่อหน้าพ่อแทนตัวว่าลูก ผ่านไปสองหน้าแทนตัวเองว่าข้า #ถามคนแปล ตกลงยังไงคะ? จะให้แทนตัวว่าอะไรดี เลือกมาสักทางเนอะ คนอ่านงงค่ะ หรือต้นฉบับเขามาแบบนี้จริงๆ? #อยากรู้มาก

ความสนิทของพระ/นางก็มองไม่ออก
บอกว่าสนิทมาแต่เด็ก นอกจากการเปิดเผยตัวตนของอีกฝ่ายกับการพูดเป็นกันเองแล้ว นอกนั้นคือเฉยมา เฉยสุดๆ นี่ยังงงเส้น timeline ของเรื่องอยู่เนี่ย จะแสดงความสนิทสนมกันก็มีเขียนบอกว่าทำไมถึงสนิท ยังสงสัยอยู่เลยว่าตกลงเรื่องราวในวัยเด็กเป็นไง ปะติดปะต่อไม่ถูกแล้ว เจอกันตอนเด็ก ถูกแกล้ง แล้วพระเอกก็กลับมาเข้าเมือง โดยสัญญาว่าจะกลับมาแต่ก็ไม่ได้กลับ พอนางเอกเข้าเมืองหลวงพระเอกก็ไปต่างแดน เพิ่งได้มาเจอกันตอนเปิดเรื่อง
ซึ่งแน่นอนว่าจะเจอกันได้ต้องสร้างสถานการณ์ ก็เขียนบอกว่า เพราะรู้ข่าวว่านางเอกอาจจะต้องแต่งงานเลยเข้าเมืองมา อ้าวแล้วไง ก่อนหน้านั้นไม่สนใจ เพิ่งมาสนใจเอาตอนนี้ (ห๊ะ?)
เอาจริงๆ แค่พระเอกรักนางเอกตั้งแต่เด็ก นี่ก็ไม่อินแล้ว เขาเขียนไว้แหละว่ารักมาก หลงมาก แคร์มาก แต่ทำให้อินไม่ได้ แล้วมาบอกทีหลังว่า ทั้งหมดที่เคยเขียนบรรยายไว้ในเล่ม 1 มันไม่ใช่นาจา ที่มโนไว้ผิดนาจา จริงๆแล้วเขาวางแผนให้นางแต่งเข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว (หืม?) ทุกอย่างคือแผนนนนน
… จ๊ะ
เรื่องความเสแสร้งแกล้งทำนั้นยกให้พระ/นางคู่นี้จริงๆ เขาเสแสร้งได้ตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่อง แล้วก็ยอมใจเรื่องความรักและการเป็นคู่ชีวิตของเขาสองคนนั้นมากที่ฝ่าฟันอุปสรรค(?)ต่างๆมาได้ ถึงแม้บางฉากบางตอนจะทำให้เกิดคำถามและความไม่อินก็เถอะ

ส่วนคุณน้องของนางเอก
ตกลงยังไงเจ้าคะ นอนกับรัชทายาท แต่พอเห็นพระเอกก็อยากได้
ความรู้สึกแท้จริงคืออะไรกันแน่ แค่เสียหน้าเพราะในอดีตตามจีบไม่ได้ แต่ก็จะนอนกับรัชทายาทด้วยเพราะแม่สั่งมา สุดท้ายตอนก่อนจบเล่ม 1 นางก็ทำเหมือนจะรักรัชทายาท รักมากกกกกก รักจนทำให้เป็นถึงขนาดนั้นได้ #ถอนหายใจ จะบอกว่าตอนแรกไม่รู้สึกตัว ที่ทำไปทั้งหมดเพราะแม่สั่ง แต่นานวันเข้าความใกล้ชิด(แบบใกล้ชิดมากๆ)ทำให้ตัวเองรักแบบไม่รู้สึกตัว พอรู้ตัวก็เมื่อสาย
… ใช่ไหม?

ความเลวร้ายในเรื่องทั้งหมดยกให้พ่อพระเอก เพราะอะไรไปอ่านเองแล้วกัน ไม่บอก #หมดอารมณ์

บอกตรงๆว่า ไม่ชอบเลยต้องมาอ่านอะไรที่ไม่เข้าใจ ไม่เคลียร์ ไม่ชัดเจนแบบนี้
เหมือนเขียนบางจุดเพื่อให้มีเหตุบางอย่างขึ้น อย่างฉากหึงหวง ฉากทะเลาะหัน หรือสร้างเรื่องให้มีสีสัน อยากจะให้มีตรงไหนก็มี อยู่ๆก็โผล่มา พอหมดความสำคัญก็จบไป หายไป
บางมุกที่ใส่มาก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกตลก รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่ขำ และไม่สนุก

ส่วนบทสรุปของเรื่องก็แบ่งเป็นส่วนๆไป ส่วนของครอบครัวนางเอกก็จบไปตั้งแต่เล่มแรก เล่มสองก็ครอบครัวพระเอก ถ้าอ่านไปก็พอจะเดาได้ว่าสุดท้ายใครจะได้บัลลังก์ไป
อ่านตรงร้อยหน้าหลังรู้เรื่องทุกอย่างเลย….

บ่นไปยาวขนาดนี้ เรื่องนี้มีจุดให้ชอบไหม?
นอกจากหน้าปกที่เป็นฝีมือคนไทยแล้ว ความรักและการเยียวยาแผลใจที่เกิดมาจากปมวัยเด็กของคู่พระ/นางก็พอทำให้คิดถึงได้บ้าง คือพระ/นางโตมาจากความขาด ขาดความรักจากพ่อ คนหนึ่งพ่อรังเกียจ อีกคนพ่อเหมือนจะรักแต่ก็ไม่แสดงออกเลยว่ารัก แต่ถึงแบบนั้นคนทั้งคู่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองเสียหลัก ต่างจากตัวละครตัวอื่น ที่ปูทางมาว่าพ่อแม่รักมาก สุดท้ายก็จบไม่สวย
… นั้นแหละ

ใครที่ไม่เรื่องมากเรื่องเยอะอย่างน้ำฝน แล้วชอบนิยายแนวชิงบังลังก์ที่พระเอกรักนางเอกมากกกกกกกกกกกกกกกกก ก็น่าจะชอบเรื่องนี้
อ่านที่น้ำฝนพิมพ์ไปแล้วก็อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าไม่สนุก คือน้ำฝนแบอกไม่โอเค ไม่ชอบ ไม่โดน แต่คนอื่นเขาสนุก เขาชอบ เขารักมากกกก ดังนั้นแต่ละคนมีความชอบต่างกัน มีความคาดหวังของการอ่านนิยายแต่ละเรื่องต่างกัน ดังนั้นอย่าได้ตัดสินใจจากความเห็นของคนๆเดียว ลองหาตัวอย่างมาอ่านก่อน เนอะ #ยิ้มหวาน

PS.
→ เตือนตัวเองอีกครั้ง! จะไม่ซื้อนิยายพี่กล้วยอีกแล้ว นอกจกากนักแปลไม่ใช่คนที่คุ้นตาและเพื่อนร่วมรสนิยมเดียวกันแนะนำบอกว่าดีจริง หญิงโดนทำร้ายจากพี่กล้วยมาจนเจ็บเกินไปแล้วววววว #ปาดน้ำตา
→ เห็นต่างก็คุยกันได้นะเธอ คุยกันดีๆ หญิงไม่กัด


More :
Goodreads : #1 | #2
ทดลองอ่าน : Happy Banana


Posted in หนังสือแปล จีน, Gold Banana: งานแปล

จอมนางคู่บัลลังก์ (ปกใหม่) : เฟิงน่ง

ชื่อหนังสือ : 孤芳不自赏 – จอมนางคู่บัลลังก์
ผู้แต่ง : 风弄 – เฟิงน่ง
ผู้แปล : กู่ฉิน
สำนักพิมพ์ : Happy Banana
ISBN :
#1 | 978-616-312-250-6
#2 | 978-616-312-251-3
#3 | 978-616-312-252-0
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (กันยายน 2558)
จำนวนหน้า : 1,438 หน้า (471+463+504)

รายละเอียด :
#1
ไป๋พิงถิงไม่เคยเชื่อถือในคำโบราณที่ว่า “ไร้สามารถคือคุณธรรมแห่งสตรี” นางเป็นเพียงสาวใช้ของอ๋องน้อยจิ้งอัน แต่กลับได้ใช้ชีวิตสูงศักดิ์ เสียยิ่งกว่าคุณหนู ทั้งหมดนี้มิใช่ได้มาโดยอาศัยรูปร่างหน้าตา หากแต่เป็นสติปัญญาที่เฉียบแหลมเสียยิ่งกว่าบุรุษ สิ่งที่นางต้องการคือคู่คิดที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่ และมีฝีมือทัดเทียมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทว่าระหว่างความรักกับความภักดีนั้น จำเป็นต้องเลือกเพียงสิ่งเดียว นางจึงได้แต่ภาวนาว่าความรักของฉูเป่ยเจี๋ยจะไม่ได้ลึกซึ้งดั่งเช่นที่นางคิด…

#2
ฉูเป่ยเจี๋ยจำต้องแยกจากพิงถิงชั่วคราว เพื่อกลับไปเยี่ยมเจ้าครองแคว้นที่ประชวรหนักจากการสูญเสียพระโอรสทั้งสองไป โดยไม่รู้ว่าตกอยู่ในแผนการของพี่ชาย ที่ยินยอมมอบพิงถิงให้กับเหอเสียเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม ด้วยเชื่อว่าสายเลือดอันเข้มข้นของราชนิกุล จะทำให้ฉูเป่ยเจี๋ยเห็นแก่สายใยระหว่างพี่น้อง ยอมเสียสละพิงถิงได้ ทว่า แผนการของเหอเสียครั้งนี้ ไม่เพียงจะทำให้พิงถิงแยกจากฉูเป่ยเจี๋ยเท่านั้น แต่ยังจะทำให้พิงถิงสิ้นเยื่อใยกับฉูเป่ยเจี๋ยอีกด้วย

#3
พิงถิงที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว กลับยังมีชีวิตอยู่ นางเลือกที่จะเร้นกายอยู่ในป่า เพื่อเลี้ยงดูลูกน้อย โดยมีหยางเฟิ่งและเจ๋ออิ่นเดินทางไปด้วย ทว่าชีวิตที่เรียบง่ายของพิงถิงดำเนินไปได้ไม่นาน ทั่วหล้าก็ตกอยู่ในไฟสงคราม แผ่นดินถูกชโลมด้วยเลือด จากน้ำมือของเหอเสียที่ต้องการรวมสี่แคว้นให้เป็นหนึ่ง และมอบมงกุฎราชินีแห่งสี่แคว้นให้องค์หญิงเย่าเทียน พิงถิงจะยอมละทิฐิออกตามหาตัวฉูเป่ยเจี๋ย และช่วยให้สี่แคว้นรอดพ้นจากการล่มสลายด้วยน้ำมือของนายน้อยเหอเสียได้หรือไม่ ในเมื่อยามนี้ไม่มีนายน้อยผู้อบอุ่นดังเช่นวันวานอีกต่อไปแล้ว


บันทึกหลังการอ่าน…

เล่าที่มาของหนังสือก่อน
เรื่องนี้เป็นเล่มปรารถนาของใครหลายๆคน รวมถึงพี่สาวของฝนด้วย
นางงอแงให้ฝนตามหาซื้อมาไว้ในครอบครองให้ได้ ช่วงนั้นตามหายากมากๆ แถมราคาก็โหดจนสู้ไม่ไหว จนฝนก็สงสัยว่า ทำไมพี่สาวถึงงอแงว่าต้องหามาให้ได้ (นางเคยอ่านแล้วชอบมากแค่หาสะสมยาก นางอยากได้มาสะสม) มันสนุกขนาดที่ “ต้องมี” เลยเหรอ?
ฝนก็หาๆ จนถึงวันที่พี่กล้วย (Happy Banana) ประกาศว่าจะรีปริ้นต์ พี่สาวก็ลั่นลา ดีใจที่จะได้มาครอบครองแล้ว จิ้มสั่งแล้วรอมาส่ง ระหว่างรอน้ำฝนก็ไปหารีวิวมามากมาย มีแต่คนบอกว่าสนุก คุณค่าที่คุณคู่ควร
แหนะๆๆๆ ความอยากรู้ก่อให้เกิดความอยากอ่าน
ทีนี้ ระหว่างรอเรื่องนี้มาส่ง น้ำฝนก็ไปสอยงานสายวายของเฟิงน่งมาลองอ่านก่อน (รัชทายาท) รีปริ้นต์เช่นเดียวกัน เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่างานดีมากมาย (เหมือนกัน) แต่พอฝนอ่านจบ ก็ส่ายหัวรัวๆ ไม่ใช่ทางของดาว ดาวว่ามันไม่ใช่! (ไม่แน่ใจว่าเป็นที่พล็อตเรื่องหรือภาษาแปลออกที่อ่านแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่โอเค) จากเล่มนั้นทำให้ฝนชะลอความอยากอ่านงานของเฟิงน่งไปเลย

จนปีใหม่ ฤกษ์งามยามดี หยุดยาว น้ำฝนก็ใช้เวลาวันหยุดที่มีน้อยนิดกับนาง
แน่นอน ด้วยเสียงเล่าอ้างมากมายว่าสนุก! น้ำฝนก็ต้องตั้งใจอ่านซิค่ะ! พยายามไม่สปอยตัวเองด้วยการเปิดเล่มจบหรือเปิดท้ายๆเล่มอ่านก่อนด้วยนะ อ่านทีละหน้าทีละบรรทัดอย่างตั้งใจเลยทีเดียว

เนื้อเรื่อง
สำหรับสาวๆหนุ่มๆ ที่ตามนิยายจีนมาก่อนหน้าฝน (ฝนเพิ่งอ่านจริงจังเมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ะ) ก็น่าจะรู้จักมักคุ้นกันดีอยู่ แต่ถึงแบบนั้นฝนก็จะเล่า! #ขำ
เป็นเรื่องของสาวน้อย (นางเอก) ที่โชคชะตาพาให้เกิดเรื่องมากมาย ตั้งแต่เกิดก็เป็นเด็กกำพร้า แล้วก็ได้ครอบครัวท่านอ๋องพากลับวังอ๋องมาเป็นสาวใช้ให้กับอ๋องน้อย นางเอกไม่สวย แต่ไม่ขี้เหร่ เรียกว่าหน้าตาจัดว่าธรรมดาแบบมีเสน่ห์แต่ไม่งามล้มเมือง แต่ นางเก่ง นางฉลาด นางเลิศเลอเกินหญิงงามใด ไม่ว่าจะงานเจ็บปัก งานดนตรี งานร้องเพลง งานเรียนหนังสือ และงานออกรบ! นางทำได้ดีทั้งหมด แล้วด้วยความครบเครื่องนี้แหละที่พาทั้งความสุขและพาภัยมาให้กับนาง
เรื่องเกิดที่ ท่านอ๋องน้อยได้รับชัยชนะจากการรบมาอย่างสวยงาม แต่พอกลับมาเมืองหลวงก็โดนข้อหาก่อกบฏ (ซะงั้น) จนต้องแยกทางกันหนี ยังไม่ทันได้หนี โชคชะตาก็พาให้นางเอกมาอยู่ที่เมืองของศัตรูที่เพิ่งรบชนะมา แล้วระหว่างที่กำลังหาทางตามหาท่านอ๋องน้อยและหนีออกจากเมืองศัตรูให้ได้ บังเอิญเป็นที่สนใจของท่านอ๋องของเมืองเข้า (พระเอก) งานเข้านางเอกซิค่ะ เพราะพระเอกเนี่ยแหละคือคนที่นางไม่อยากเจอที่สุด นางเอกก็ยิ่งหาทางหนี พระเอกก็ตาม ทั้งตามจีบ ตามจับ จนสามารถกักตัวนางเอกไว้ได้ แต่ด้วยภาระหน้าที่และความกตัญญูค้ำคอนางเอกอยู่ นางเอกก็ต้องหนีจากพระเอกทั้งๆที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่ารัก ถึงรักฉันก็ต้องจากไปไรงี้ แล้วพอหนีจนได้กลับไปอยู่กับท่านอ๋องน้อย ท่านอ๋องน้อยก็เกิดความระแวงต่อนางเอก (ซะงั้น) นางเอกก็เสียใจ หนีจากท่านอ๋องไปหาเพื่อนสาวที่ต่างเมือง โชคชะตาก็เล่นตลกกับนางเอกอีกครั้ง เมืองที่หนีไปเปิดศึกรบกับเมืองของพระเอก แล้วเพราะต้องช่วยสามีของเพื่อน เลยต้องไปรบกับพระเอก วางแผนรบ(ซ้อนแผนรัก) พอกำลังจะเลิฟๆให้คนอ่านรู้สึกว่าพวกนางกำลังจะหวานกัน ก็เกิดความเข้าใจผิดกัน ดราม่าไปอีก พระเอกเข้าใจนางเอกผิด นางก็ง้อจนคนอ่านก็น้ำตาไหลตาม แล้วพอง้อได้ ชีวิตกำลังจะรักกันได้ดี คุณเธออออออออ โชคชะตาแกล้งพวกนางอีกครั้ง พระเอกมีเหตุให้ต้องผิดสัญญากับนางเอก เข้าใจผิดกันไปอีก แล้วก็เป็นช่วงที่นางเอกถูกท่านอ๋องน้อยมาตามตัวกลับไปอยู่ในเมืองใหม่อีกเมือง ทีนี้เรื่องราวเริ่มใหญ่โต พระเอกก็จะตามนางเอกกลับ ท่านอ๋องก็ไม่ให้ องค์หญิงภรรยาท่านอ๋องก็หึง ซ้อนแผนไปที่ท่านเจ้าเมืองเก่าของท่านอ๋องน้อยดันอยากได้ตัวนางเอกอีก นางเอกก็จะหนี ทั้งหนีท่านอ๋องน้อยแล้วก็หนีพระเอก หนีทุกผู้ทุกคน นางจะไปอยู่กับเพื่อนสาวของนาง ยังไม่ทันได้เจอเพื่อนสาวก็เกิดเรื่องอีกครั้ง (ชีวิตทำไมจะรันทดขนาดนี้ค่ะ!) คราวนี้ทุกอย่างเหมือนจะลงตัว คนเสียใจก็เสียใจไป คนอยู่สงบก็สงบไป คนแค้นเงียบนางก็แค้นไป แต่มันไม่ใช่แบบนั้น เพราะเหตุการณ์ที่นางเอกหนีกลับไปอยู่กับเพื่อนสาวเหมือนจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสงครามที่ยิ่งใหญ่ขึ้น!!
ล้มบ้านล้มเมืองกันเลยทีเดียว

พออ่านจบ ความคิดแรกของฝนคือ นางเอกถึงไม่งาม แต่นางก็ล้มเมืองได้นะเธอ ความงามไม่ใช่คำตอบเสมอไป #สะบัดผมสวยๆ

ฝนอ่านแบบละเอียดอยู่ประมาณเล่มครึ่งค่ะ ส่วนที่เหลือฝนทนอ่านแบบละเอียดไม่ไหว เพราะเสียความรู้สึกกับสำนวนจริงๆ อ่านเก็บพล็อตอย่างเดียว

ตอนแรกที่อ่านก็ว่าอ่านง่ายดี แต่พออ่านๆไปเริ่มรู้สึกเหมือนนิยายไทย

ช่วงแรกๆไม่อินเท่าไรกับการพรากจากของพระ/นาง ตอนที่นางเอกกำลังจะวางแผนหนีแล้วบรรยายให้คนอ่านรู้ว่ารักแต่ก็ต้องจาก แล้วพอถึงช่วงจากจริงๆก็เฉยๆ ดราม่าไม่สุด พีคไม่ได้
ฝนแปลกใจมากว่าเพราะปรกติฝนน้ำตาไหลง่ายกับส่วนของช่วงดราม่า คือแค่นางเอกคิดถึงแบบปวดๆใจ ใจฝนก็เริ่มสั่น น้ำตาเริ่มคลอ อะไรแบบนั้น บ่อน้ำตาของฝนตื้นมาก แต่อ่านช่วงนี้แล้วไม่รู้สึกอะไรเลย น่าจะเป็นที่ยังสื่อให้อินไม่ได้ไม่ก็ยังเป็นช่วงแรกๆ
แต่พอเป็นช่วงครึ่งหลังของเล่มแรกดันได้! ช่วงนางเอกตรอมใจ ปลงตก วางแผนทรมานตัวเอง ไม่อยากอยู่แล้วโลกใบนี้ ส่วนนี้โอเค ปวดใจตามได้แล้ววววว ทั้งร้องไห้ด้วยความสงสารแล้วก็หงุดหงิดไปพร้อมๆกัน (เพราะกว่าจะบิ้วต์ตัวเองได้นี่ต้องมโนเข้าช่วย)
ส่วนหลังจากนั้น ก็มาค่ะ น้ำตาฝนมาแล้วค่ะ (ขำ) มาพร้อมกับความตงิดๆในใจ

ตงิดเรื่องสำนวนที่ไทยมากนี่แหละค่ะ ว่าแจ่มใสทำนิยายออกมาอ่านง่ายแล้ว พี่กล้วยทำออกมาได้อ่านง่ายจนชวนหงุดหงิดได้มากกว่าค่ะ!
ใครว่าพี่แจ่มทำว่าด้วยอาชีพนางสนมไม่โอเค ฝนว่าอาชีพนางสนมยังโอเคกว่าที่พี่กล้วยทำกับเรื่องนี้นะ (ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ จากประสบการณ์ตรงที่ลองอ่านแล้ว)

คือ ฝนก็อ่านของฝนมาเรื่อยๆ บอกตัวเองว่าอย่ายึดติดนะจ๊ะตัวเธอ ทิ้งสำนวนคุณหลินโหม่วที่เคยอ่านในเรื่องป่าท้อฯไปก่อนไรงี้ (ซึ่งสำนวนในป่าท้อฯถึงจะอ่านยากแต่ฝนชอบมากกกกกกกก)
ฝนมือสั่นตรงเจอ “สลัดแตงกว่า” ในบทพูดของท่านอ๋องน้อย แล้วกำมือแน่นกับ “กระพริบตาปริบๆ” ในหลายๆคำในนิยาย ไม่ทนตรงสำนวน “ดับเครื่องชน” แล้วเกินทนตรง “ผ้าขนหนู” OMG!!!!!
บอกหญิงทีว่านี่หญิงอ่านนิยายแปลจีนโบราณอยู่ใช่ไหม!! กรีดร้องโหยหวนโวยวายไปพักใหญ่
ฝนเสียดายมากที่ตัวเองตามเรื่องนี้ช้าไป! ฝนรู้แล้วว่าทำไมพี่สาวฝนถึงอยากได้! ฝนอยากอ่านเวอร์ชั่นเก่า!!!!!!
ฝนเคยอ่าน สามชาติฯภาคป่าท้อฯ นะคะ คือชอบมาก ยอมรับว่าช่วงแรกอ่านยากจริง แต่พออ่านๆไปจะเริ่มชิน แล้วจะไหลตามได้ ฝนรู้สึกไว้ใจในการอ่านมาก เพราะนักแปลเขามีการพูดคุยกับนักเขียนแล้วบอกคนอ่านอย่างเราด้วยว่าเป็นแบบนี้เพราะอะไร แก้ไขเพราะอะไร ทำให้ฝนรู้สึกโอเค แล้วก็ไว้ใจที่จะอ่าน เพราะเขาไม่ได้ปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องหรืออารมณ์อะไรมากมาย แต่พอมาอ่านเรื่องนี้ ฝนไม่ไว้ใจเลย ฝนเสียใจ ฝนเสียความรู้สึกมาก อะฮืออออ

เพื่อนฝนมาปลอบใจว่าพี่กล้วยทำให้ออกมาอ่านได้ง่าย
ส่วนง่ายก็ง่าย แต่ก็ควรไม่ให้เสียบรรยากาศในนิยายไปนะ
คือฝนก็เข้าใจส่วนของสลัดนะ แต่คือใช้คำจีนแล้วมาทับศัพท์แล้วเชิงอรรถยังโอเคกว่า ถึงแปลออกมามันก็คือสลัดเหมือนกัน แต่ด้วยคนที่พูดประโยคนี้เป็นคนจีนไงค่ะ! คนจีนนนนนนน #ร้องไห้สะอื้นแรง
แล้วผ้าขนหนูอีก ฮือออออออ ทำไมฝนรู้สึกว่าไม่ควรมีผ้าขนหนูในนิยายจีนโบราณก็ไม่รู้ อ่านแล้วมันไม่ใช่ อ่านแล้วหญิงว่าไม่โอเค #กระซิก
แต่ฝนก็เข้าใจนะว่า คนแปลเขาก็มีแรงกดดันของเขา ของเก่าทำออกมาดี แถมยังห้ามแปลเหมือนของเก่าอีก ถึงแบบนั้นก็ยังเสียความรู้สึกอยู่ดี

อย่าถามฝนในส่วนของเนื้อเรื่องเล่มสาม แล้วก็ความรู้สึกตอนอ่านเล่มสาม เพราะฝนอ่านเก็บพล็อตค่ะ
ฝนรู้ว่าใครทำอะไรที่ไหนได้อย่างไรเท่านั้น ความรู้สึกหรืออะไรๆอื่นๆ ไม่สามารถตอบได้

บอกก่อนนะว่า ทั้งหมดนี้คือความรู้สึกส่วนตัวของฝนค่ะ
ฝนเป็นพวกเรื่องมากกับเรื่องแปลกๆ ดังนั้น ถ้าใครไม่ยึดติดกับสำนวน คิดว่าสำนวนไม่มีผลต่อการอ่าน คิดว่าสำนวนคุณหลินอ่านยากไป ก็อ่านได้ค่ะ ลองอ่านดู เพราะด้วยพล็อตหลักเขาสนุก และน่าติดตามจริงๆ

PS.
→ สำหรับพี่กล้วย ยกให้เรื่องงานจัดส่งนะ นางส่งของได้ดีงามมาก แต่เรื่องนี้ทำเสียความรู้สึกมาก งานแปลของค่ายนี้ขอเลือกเป็นเรื่องๆกับนักแปลเป็นคนๆไปแล้วกัน…
→ สะเทือนใจแรงมากกว่าจะมาเขียนได้ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว
→ หญิงจะหาเวอร์ชั่นคุณหลินโหมวอ่านให้ได้ หญิงคาใจมาก หญิงอยากได้อะไรมาแก้ไขความรู้สึกนี้!!


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3