บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน : เจมส์ โบเวน



ชื่อหนังสือ : A Street Cat Named Bob – บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน
ผู้แต่ง : James Bowen – เจมส์ โบเวน
ผู้แปล : ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ
สำนักพิมพ์ : Springbooks
ISBN : 978-974-289-596-9
พิมพ์ครั้งที่ : 2 (กุมภาพันธ์ 2558)
จำนวนหน้า : 223 หน้า

คำโปรย :
ชายคนหนึ่งกับแมวตัวหนึ่ง และความหวังที่เก็บได้จากข้างถนน เรื่องราวน่าประทับใจของแมวสีสันที่โด่งดงที่สุดในโลก

รายละเอียด :
เมื่อ ‘เจมส์ โบเวน’ พบแมวเร่ร่อนสีส้มตัวหนึ่งนอนบาดเจ็บอยู่ตรงโถงทางเดินในแฟลต เขาไม่เอะใจเลยว่า ชีวิตตัวเองกำลังจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งสุดท้ายที่เจมส์ นักดนตรีเปิดหมวกข้างถนนต้องการก็คือสัตว์เลี้ยง ถึงกระนั้น เจมส์ก็ไม่อาจตัดใจไม่ช่วยเหลือแมวท่าทางฉลาดหลักแหลมตัวนี้ได้ แถมยังตั้งชื่อให้ว่า “บ๊อบ” อีกด้วย เขาดูแลรักษาบ๊อบจนค่อยๆ กลับมามีสุขภาพดีดังเดิม และคิดจะส่งมันกลับไปใช้ชีวิตข้างถนนอย่างเก่า ทว่าบ๊อบไม่ยอมจากไป แล้วทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนคู่ซี้ ผ่านการผจญภัยอันน่าขันหลากหลายรูปแบบ และอันตรายบ้างเป็นบางครั้ง ที่ค่อยๆ เยียวยาบาดแผลจากอดีตที่ผ่านมาของทั้งคู่ บ๊อบแมวเตะฝันข้างถนน เป็นเรื่องราวสอนใจที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเร้าอารมณ์ ซึ่งจะจับใจทุกคนที่ได้อ่าน


หนังสือที่เกี่ยวข้องกัน :
The World According to Bob
A Gift From Bob ของขวัญจากบ๊อบ


บันทึกหลังอ่าน…

น้ำฝนผู้ซึ่งตั้งใจว่าจะไปดูหนังเรื่องบ๊อบก็ต้องเจ็บใจเพราะหาเวลาไม่ได้เลย ต้องทำนู้นนี่นั่นไปหมด ฮือออ เจ็บใจมาก อยากดูน้องบ๊อบบบบ พอไม่ได้ดูเลยจิ้มหนังสือมาอ่านแทน!

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเจมส์ โบเวน ในวันที่เขาพบบ๊อบและช่วงเวลาสำคัญของเขากับบ๊อบ
บ๊อบทำให้เขาได้พบเจอเหตุการณ์หลายๆอย่างมากมาย ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาตัดสินใจเลี้ยงบ๊อบ เขาหาทางที่ทำให้ชีวิตของเขาและของบ๊อบดีขึ้น เพราะเขามีบ๊อบที่ต้องดูแล จากที่ร้องเพลงเปิดหมวกก็พยายามหาอาชีพที่ดีกว่าเดิม เจอคนรังเกียจ เจอคนรังแก เจอคนมาหาเรื่อง แม้กระทั้งเกือบทำบ๊อบหาย การพยายามเลิกยาแบบที่สะอาดหมดจด หรือการกลับไปหาแม่ ผู้ซึ่งเขาไม่ได้กลับไปหาร่วมสิบๆปี

พออ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นหนังสือที่ดีมาก
ไม่ใช่เสนอแค่เรื่องความน่ารักแสนรู้ของแมวตัวหนึ่งที่เป็นแมวข้างถนนแล้วโดนรับไปเลี้ยง แต่น้ำฝนชอบความคิดของเจมส์ ชอบตอนที่เขาพยายามทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นโดยไม่ล้มเลิกความตั้งใจไปอีก เหมือนเขามีบ๊อบเพื่อเป็นจุดฉุดรั้งในวันที่เขามืดมน เพราะมีบ๊อบทำให้เขาเริ่มมองโลกเปลี่ยนไปแล้วอยากจะปรับปรุงตัว หลายๆครั้ง ตอนที่อ่านประวัติในอดีตของเจมส์ที่เขาเขียนบอกก็อยากจะเข้าไปตีมือเจมส์มาก เพราะบางเรื่องเจมส์ก็ทำไปเพราะความเป็นเด็ก และเขาก็ไม่คิดจะทำให้ดีขึ้นเลย พอพยายามเลิกยาแล้วก็ไม่มีแรงจูงใจให้ไปต่อก็กลับไปติดใหม่ บางครั้ง ปัญหาง่ายๆที่เราเห็นวิธีแก้ เจมส์ก็ไม่สนใจจะทำ เขาทำตัวเองตกต่ำ แล้วพอเขาจะเปลี่ยนตัวเอง เขาก็พยายามมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ จนอดเอาใจช่วยไม่ได้ในตอนที่อ่านถึงอุปสรรคของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา แล้วสุดท้ายก็ดีใจที่เจมส์มีชีวิตใหม่และก้าวข้ามผ่านความกลัวของตัวเอง ยอมกลับไปเจอแม่ของเขา

คือดีมาก เขาทำให้น้ำฝนเห็นโลกในอีกมุมที่ไม่เคยเห็นด้วยนะ โลกของคนที่ไร้บ้าน จนพยายามหางานทำ โลกของคนติดยาและการพยายามเลิกยา และจุดยึดเหนี่ยวจิตใจของคนที่แทบจะไม่เหลืออะไรในชีวิตเลย ยังได้เห็นความมีน้ำใจของสังคมและการกลั่นแกล้งกันของมนุษย์ด้วยนะ อ่านแล้วได้อะไรค่อนข้างเยอะทีเดียวละ

เธออออ ควรไปหามาอ่านนะ ดีจริงๆ

PS.
→ คนรักแมวไม่ควรพลาด!
→ งานแบบ eBook นางมีแค่ pdf นะ เลยทำให้อ่านใน eReader ไม่ถนัด แต่พอมาเปิดในมือถือแล้วโอเคเลย รูปกระดาษเขาน่ารักมาก มีแมวเกือบทุกหน้า
→ พอได้ลองไปหาคลิปดูเจมส์กับบ๊อบ เธอออ เจทส์เนี่ยดูไม่ออกเลยว่าเคยติดยามา นางอวบ ดูอุดมสมบูรณ์มาก บ๊อบก็เช่นกัน น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก


More :
Goodreads


Advertisements

ซินเดอเรลลา : BiscuitBus



ชื่อหนังสือ : ซินเดอเรลลา
No.1 Bloodhound ตอน ปฐมบทแห่งหมาล่าเนื้อ
No.2 Hunting The Lion ตอน ตามล่าราชสีห์
No.3 Sagittarius ตอน แผนพิฆาตราชสีห์
ผู้แต่ง : BiscuitBus
สำนักพิมพ์ : บ้านอรุณ
ISBN :
#1 | 978-616-18-1473-1
#2 | 978-616-18-1474-8
#3 | 978-616-18-1475-5
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (สิงหาคม 2559)
จำนวนหน้า : 1,519 หน้า (406+544+569)

หลังปก :
#1
แมกซ์วินเทอร์, แอชลีย์, ทวีทตี้ คุณจะเรียกเธอด้วยชื่อไหนก็ได้ เด็กสาววัยสิบหก ที่มีชีวิตห่างไกลจากเทพนิยายสุดกู่ เธอเป็น “หมาล่าเนื้อ” ที่ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดภายในโลกใต้เงามืด จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นบนเตียงกับชายแปลกหน้า และทะเบียนสมรส เธอก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางอันตรายกว่าที่เคยเจอมาทั้งชีวิต อาณาจักรและครอบครัวแวนดิแคมป์ เหมือนปราสาทที่ซินเดอเรลล่าเข้าไปร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ งานเลี้ยงที่บรรเลงดนตรีด้วยเสียงลั่นกระสุน ระเบิด และกลิ่นคาวเลือด รวมทั้งความลับบางอย่างในโลกมืด ที่ใครๆ เตือนว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ ‘หมาล่าเนื้อ’ เมื่อกัดแล้วไม่มีทางปล่อย ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครก็ตาม
#2
หมาล่าเนื้ออย่างเธอเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองเสมอ การสืบหาที่มาของพ่อ ทำให้แอชลีย์พบเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากมาย เธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม็กซ์ ซ้ำร้ายเขาอาจจะเป็นคนฆ่าพ่อของเธอ ศัตรูในเงามืดเริ่มเคลื่อนไหว และในขณะที่ต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับพ่อ ปริศนาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เนท ตกเป็นผู้ต้องหา ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องจัดการ เด็กสาวเกือบจะหันหลังและปล่อยวางให้กับทุกเรื่อง หากคนที่เธอรักจะไม่ถูกปองร้ายจากองค์กรลีโอที่ว่านั้น คำสอนของพ่อดังก้องอยู่ในหัว ทุกคนมีขีดจำกัดของตัวเอง และหมาล่าเนื้อตัวน้อยๆ ก็ตั้งใจจะสู้กับสิงโตเจ้าป่าสักครั้ง เพื่อปกป้องคนที่เธอรัก
เมื่อถูกต้อนให้จนมุมก็ถึงเวลาไลล่า “ราชสีห์” ในเงามืดบ้างแล้ว
#3
เกมไล่ล่าระหว่างหมาล่าเนื้อและราชสีห์เดินทางมาถึงบทสรุป การกลับมาของเจ้าของโค้ดเนม “อาเชอร์” ทำให้ “ลีโอ” ต้องระส่ำระสาย การต่อสู้ดุเดือดที่ต่างฝ่ายต่างใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน แต่สำหรับเธอ นอกจากชีวิตของตัวเอง การล่าครั้งนี้ยังมีเดิมพันเป็นความมั่นคงของชาติ และโอกาสที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รักตลอดไปอีกครั้งด้วย การเดิมพันครั้งสุดท้ายกำลังเริ่มตื่นขึ้น


บันทึกหลังอ่าน…

มาแล้วววววว นิยายเยียวยาใจจากที่มือเสียติดๆกันตลอดตอนช่วงปี 2016!

ก่อนเม้าท์เนื้อเรื่อง ขอเล่าเรื่องก่อน ฮ่า
คือเมื่อปีที่แล้ว(มั้ง)หรือสองปีก่อนหว่า? จำไม่ได้ แต่ที่จำได้คือ หลังจากอ่านเรื่องคิวบิคแล้วเริ่มอยากอ่านนิยายเล่นใหญ่แต่ดีงามที่ไม่ได้มีแต่รักๆอีก ก็จิ้มๆๆๆหาๆ ถามเพื่อน ถามคนอื่น อ่านรีวิว แล้วก็เจอ!! เพื่อนสาวบอกว่า ถ้าอยากอ่านต้องเรื่องนี้ แต่หายากแล้วนะ คำผิดบานเลยนะเธอ #เศร้า
แล้วน้ำฝนผู้เกิดมากับดวงก็ได้ฟังข่าวดีรอบแรกคือทางสำนักพิมพ์เขารีปริ้นต์เปลี่ยนปก น้ำฝนก็เลยสั่งซื้อทันที! ด้วยความว่างานดีที่ฉันต้องได้ลอง! ถึงจะมีคำผิดแต่สกิลภาษาของน้ำฝนไม่ได้ดีเลิศมากมายไม่น่าจะมีปัญหา แต่ยังไม่ทันได้เปิดอ่าน นักเขียนประกาศบอกว่าหมดสัญญากับสำนักพิมพ์ที่เก่าแล้วนะ #อ้าว กำลังจะพิจารณากับสำนักพิมพ์ที่ใหม่ #กรี๊ดดดด ตอนนั้นน้ำฝนก็ไปหยิบราชบุตรเขยเจ้าสำราญมาอ่านก่อนเพื่อลองเชิงลองชิม แล้วตั้งใจจะรอฉบับพิมพ์ใหม่ (แน่นอนว่าขายเซตที่เพิ่งซื้อนั้นไปอย่างไม่ใยดี…) ผลคือ ขนาดไม่ใช่แนวเขียนที่ชอบ (แนวจีนที่คนไทยแต่ง) หญิงยังอ่านได้ แถมชอบด้วย แล้วเรื่องที่เขาว่าเป็นที่สุดของที่สุด น้ำฝนจะตกหลุมรักขนาดไหนนน
น้ำฝนก็รอๆๆๆ จนนางวางขาย ก็ฝากพี่สาวหิ้วมาให้ #รัก แล้วก็ตั้งใจว่า จะใช้เวลาหยุดยาวอ่านรวดเดียว

วันหยุดยาวที่ว่า ก็คือวันหยุดช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานี่แหละค่ะ
น้ำฝนมีช่วงหยุด (หมายถึงว่างมากกกกก ไม่ติดงานราชงานหลวงงานเดินทาง) อยู่ไม่กี่วัน ก็จัดไปช่วงนั้น หอบหิ้วลงใต้ หาที่นั่งอ่านนอนอ่านไปยาวๆ

เธออออออออออ อ่านไปแค่ร้อยหน้าแรกก็รักเลย คือชอบมาก รักมาก ดึงดูดมาก ไม่คิดว่าจะตกหลุมรักตัวละครและเนื้อเรื่องรวมไปถึงนักเขียนได้มากขนาดนี้ เป็นหนังสือที่ทำให้รู้สึกดีหลังจากที่มือเสียมาหลายเล่ม

มาๆ มาเล่าเรื่องกัน
เป็นเรื่องของเด็กสาว (เด็กจริงๆ อายุ 16) ที่ทำอาชีพ “หมาล่าเนื้อ” ต่อจากผู้เป็นพ่อ โดยการตามล่าตามจับตามสืบคนมาส่งให้กับผู้ว่าจ้าง แล้วเพราะการตามล่าตามจับเนี่ยแหละ ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย ระหว่างที่กำลังตามเคสหนึ่งอยู่นางได้พลาดท่าเสียทีให้กับพระเอก #กรี๊ดดดดด ด้วยความเมา ตื่นเช้ามา ต่างฝ่ายต่างช็อค คนหนึ่งช็อคเพราะไม่คิดว่าสาวสวยที่เขาเต๊าะมาจะเป็นเด็ก! อีกฝ่ายช็อคเพราะตัวเองได้พลาดท่าเสียทีแล้วก็ไม่ได้ทำตามคำที่พ่อมักจะกรอกหูเสมอ
การพลาดท่าเสียที ไม่ใช่ประเด็นใหญ่สำหรับนางเอก นางคิดว่าไม่เป็นไร ครั้งเดียวแล้วจบกัน ที่ไหนได้… ความเมาทำให้เกิดเรื่องมากกว่านั้น #งานทะเบียนสมรสก็มา ไม่เป็นไร จดทะเบียน ได้ก็เซ็นหย่าได้ แต่จริงๆแล้วทำไม่ได้ เพราะความเป็นพระเอก นามสกุลพระเอก และเบื้องหลังของพระเอก
#งานเข้าของจริง จากตอนแรกที่คิดว่าอะไรๆจะง่าย กลับไม่ง่ายเลย (ขนาดหนีแล้วยังโดนตามจับ) แค่เมาแล้วบังเอิญไปจดทะเบียนสมรส เรื่องราวหลายๆอย่างก็ตามมา ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังความเย็นชาระหว่างครอบครัวของพระเอกกับตัวพระเอก เบื้องหลังคำเตือนที่นางเอกมักจะได้รับจากคนรอบข้างเสมอว่าพระเอกอันตราย ยังโยงไปถึงเคสที่นางเอกตามจับอยู่ที่ไม่คิดว่าเกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง กลับเกี่ยวกันอย่างคาดไม่ถึง ความจริงของนางเอกกับพ่อ และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ ทุกอย่างดันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงระหว่างประเทศ!! ยังรวมไปถึงการปรับตัวเข้าสังคมของนางเอก ที่เติบโตมาในป่ากับคนเป็นพ่อแค่สองคนแล้วไม่รู้ว่าแท้จริงๆแล้วคำว่าครอบครัวของสังคมภายนอกกับสิ่งที่เธอรับรู้มามันต่างกันมากแค่ไหน

เธออออออออออออออ
บอกเลยว่าควรไปหามาอ่าน นี่อวยแบบไม่ได้ค่าแรงด้วยนะ ควรค่าจริงๆ
เป็นนิยายที่ทิ้งจุดให้สงสัย ชวนให้ติดตาม พอเริ่มจะรู้แล้วว่าจุดที่เราสงสัยนั้นคืออะไร ก็ทิ้งข้อสงสัยเพิ่มขึ้นไปอีก แล้วพอจะคลายปมคลายความสงสัย นางก็ทิ้งระเบิดให้ร้อง จนต้องวิ่งกลับไปหาจุดเล็กจุดน้อยที่เป็นเบาะแสแล้วเราไม่ได้ใส่ใจตั้งแต่ช่วงแรกๆอ่านซ้ำอีกรอบ แล้วก็ต้องมาสงสัยเรื่องที่ใหญ่กว่า มาจบลงที่ทุกอย่างที่เคยสงสัยมาตั้งแต่แรกจากที่ดูเหมือนมันไม่เกี่ยวกัน ดันเกี่ยวกันอย่างไม่น่าเชื่อ! สนุกมากกกกกกกกกกกกกก
ฝนชอบนิยายแบบนี้ อ่านแล้วมีอะไรให้ตื่นเต้นแล้วก็ค้นหาเสมอ ตัวละครก็มีเสน่ห์และมีความสำคัญทุกตัว ย้ำว่าตัวตัวจริงๆ ไม่มีตัวละครตัวไหนที่มีในเรื่องเพื่ออย่างใดอย่างหนึ่งหรือปมใดปมหนึ่ง พอจบปมก็หายไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทุกตัวมีหน้าที่ ทุกตัวมีความสำคัญ แม้กระทั้งคนที่ตายไปแล้วยังสำคัญเลย (ตอนอ่านยังไม่เชื่อเลยนะว่าตายแล้ว ขนาดตัวละครยืนยันว่าตาย นี่ยังไม่เชื่อเลย แง๊ อีธานของหญิงงงงงง) นิสัยเล็กๆน้อยๆของตัวเอกก็ยังสำคัญ ต้องอ่านอย่างตั้งใจ จุดเล็กจุดน้อยก็พลาดไม่ได้ นักเขียนทำการบ้านมาหนักจริง นับถือมาก #รักมาก
ชอบอะ ชอบบบบบบ (นี่เขียนคำว่าชอบเยอะมาก)

ความสัมพันธ์ของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นพระ/นางและคนรอบข้างก็เป็นไปอย่างที่น่าจะเป็น เป็นไปตามลักษณะนิสัยของแต่ละตัวละครแล้วก็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้ำฝนไม่เกิดคำถามเลยว่าเขาสนิทกันได้ไง ทำไมทำตัวแบบนี้ บลาๆๆ เพราะรับรู้ได้จากเนื้อเรื่องจริงๆ ไม่ใช่ตัวละครฝืนบอกหรือยัดเยียดให้เรารู้ว่าที่เขาเป็นแบบนี้เพราะเขามีนิสัยแบบนี้นะ #คือดี

แล้วก็คำถามที่น้ำฝนอยากรู้คำตอบเสมอว่า ทำไมชื่อเรื่องต้องเป็นซินเดอเรลลา (ไม่นับที่นักเขียนเขา talk นะ)
เธออออ เรื่องนี้นางเอกเป็นนางซินจริงๆ ไม่ใช่แค่ว่าบังเอิญได้แต่งงานกับคนรวยนะ แต่นางเอกมีแม่เลี้ยง มีพ่อ มีพี่สาวนอกสายเลือด แล้วก็มีเหตุการณ์ให้ต้องไปงานเลี้ยงเพื่อพบพระเอก ก่อนที่จะจบลงด้วยการวิ่งหนีออกมาก่อนเที่ยงคืนโดยเหลือแค่รองเท้าให้พระเอกดูต่างหน้า
กรี๊ดดดดดดดดดด นางซินจริงๆ

เรื่องนี้ไม่ได้มีแต่ความสนุก ความตื่นเต้นอย่างเดียวนะ
นางทำน้ำฝนร้องไห้ น้ำตาซึมได้ด้วย! ซีนดราม่า ซีนซึ้ง ซีนเศร้า เรียกน้ำตาได้จริง จนต้องถามตัวเองว่า ตกลงนี่หญิงอ่านนิยายดราม่าอยู่ใช่ไหม??? #แซวด้วยรัก อาจจะเพราะเนื้อเรื่องมองในมุมของนางเอก ทำให้รับรู้อารมณ์หลายๆอย่างของนางมา ถึงนางจะเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรเยอะ (หมายถึงเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงาน) แต่พอนางดราม่า น้ำฝนก็ไหลตามเลยจ้าาาา โถ่วววว เด็กน้อยของเจ้ ตอนนางโกรธนี่ก็โกรธตามนะ ยิ่งตอนเขินเนี่ย ตีขาไปมาตามเลยทีเดียว #โคแก่มันร้ายยยยย (sorry เนท หญิงไม่ได้ตั้งใจว่า อย่าเอามีดมาจ่อคอหญิงงงง)

พระเอกร้ายจริงนะเธอ พอรู้ตัวว่ารักเด็ก ก็ตีเนียน จีบแบบเนียนๆ แสดงความเป็นเจ้าของแบบเนียนๆ ตามแนวทางของนักธุรกิจที่พออยากได้อะไรก้มักจะวางแผนเพื่อหาทางหว่านล้อมให้ได้มา แต่ก็ไม่ได้ตีกรอบจนนางเอกทำอะไรไม่ได้ เหมือนเขารอ รอให้นางเอกบอกรัก รอให้นางเองบอกว่ายินยอมให้เขาแสดงความเป็นเจ้าของ ถึงจะเคยกุ๊กกิ๊กกันมาก่อน แต่พี่ท่านก็มีความคิดและสุภาพบุรุษพอที่จะรอให้สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งต่อไปเกิดจากความรักจริงๆ เป็นการแสดงความรักต่อกันจริงๆ กรี๊ดดดดดดดดด #หญิงรักเขา #แต่หญิงก็กลัวเขาด้วย นางไม่ใช่พระเอกในฝันของสาวๆแน่นอน เพราะนางฆ่าคนได้ ฉลาดแกมโกงด้วย เจ้าเล่ห์เป็นที่หนึ่ง กวนโมโห ขี้ประชดไม่มีใครเกิน แล้วก็หลงตัวเองมาก แต่ทุกอย่างที่เป็นข้อเสียของนางไม่ได้ทำให้น้ำฝนเกลียดเลย นางมาทำคะแนนตีตื้นแล้วก็พุ่งแรงตอนเล่มสาม! ช่วงสองเล่มแรกนางไม่ค่อยโชว์อะไรมากมาย นางมาจัดเต็มเล่มสาม #ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ #แตะแล้วก็เตรียมโลงไว้รอเลย ไรงี้ แล้วทุกครั้งตอนนางเอกสติแตกหรือเศร้าหรือต้องการกำลังใจ นางก็มีวิธีปลอบวิธีทำให้นางเอกสงบในแบบของนาง นางเอกก็เช่นกัน สองคนนี้เหมือนคนที่ขาดแล้วก็ใช้ความขาดความแตกหักมาปลอมใจซึ่งกันและกัน ฮืออออ #หญิงรักคู่นี้

โอ๊ย ชอบบบบบ
อ่านไปก็วางไม่ลง ติดมาก ติดแบบที่จำเป็นต้องนอนแต่ก็นอนไม่หลับ ถึงเวลานอนก็นอนๆไปพร้อมภาวนาให้เช้าเร็วๆ (อยู่บ้านปู่ที่ใต้ เขาเข้านอนกันไว โต้รุ่งอ่านไม่ได้) ตื่นเช้ามารีบอาบน้ำแต่งตัวก้มหน้าอ่านต่อ! #เป็นเอามาก ขนาดตอนนั่งรถกลับมาบ้านยังก้มหน้าอ่านตั้งแต่ล้อหมุน ยันแสงหมดมองไม่เห็น ไม่พอ หอบหิ้วหนังสือหนา 500+ หน้าไปอ่านระหว่างเดินทางไปทำงานด้วยนะ ติดมาก ติดขั้นสุด

แล้วพอจบก็ไม่อยากให้จบ ทั้งเสียดายแล้วก็รู้สึกว่าช่วงสรุปท้ายๆเล่มตัดจบเร็วไป แง๊
แน่นอน ความไม่ยินยอมให้จบเลยไปตามหาอ่านในเพจของนักเขียน เลยรู้ว่านักเขียนต้องการให้เป็นแบบนั้นเอง เสียดายจริงๆ อยากรู้ชีวิตหลังแต่งงานจริงๆของพระ/นาง แล้วก็อีกหลายๆคู่ หญิงอยากได้ตอนพิเศษ! อยากเห็นพระเอกเลี้ยงลูกด้วย!!!!!! ฮืออออออออ

ถามว่าพิมพ์ไหม มีคำผิดไหม
เท่าที่อ่านมาสะดุดอยู่สองสามคำ ไม่ใช่คำผิดหรอก แต่ถ้าจะพิมพ์ตกมากกว่า ไม่เป็นไร หญิงใจดี ใจอิ่มใจ หญิงมองข้าม ถถถถ
ส่วนเรื่องปก…
โอเคมีความขัดใจไปบ้าง ทั้งปกกับกล่องที่เหมือนจะไม่แมทกันเท่าไร แต่เข้าใจคนทำนะ เพราะปกสื่อถึงเนื้อเรื่องในเล่มนั้นจริงๆ หญิงยอม เพราะเนื้อในดีกว่ามากกกกกก นี่สนแต่ข้างในจริงๆ จุดขัดใจเป็นสิ่งที่ปล่อยผ่านไปแบบไม่สนใจเลย

ว่าแล้วก็ชมต่อ
จุดหนึ่งที่ทำให้ชอบเพราะเป็นนักเขียนไทยอีกคนที่เขียนนิยายธีมต่างประเทศได้อย่างไม่ขัด คือไม่ขัดจริงๆ เขาทำให้คนเรื่องเยอะอย่างฝนมองข้ามการแทนตัวว่า หนู กับ ฉัน ของนางเอกได้ด้วยนะ ซึ่งถ้าเป็นนิยายเรื่องอื่นน้ำฝนจะหงุดหงิดมาก หนูกับฉัน ถ้าเทียบคำกันในภาษาอังกฤษก็ไม่ต่างกัน แต่หญิงลำเอียง! บอกตรงๆ ความสนุกของเนื้อเรื่องทำให้น้ำฝนปล่อยผ่านได้ อ่านได้แบบที่ไม่สนใจด้วยนะ เธอทำได้!! สกิลความเรื่องมากไม่ทำงานในเรื่องนี้ เริ่ดดดดดดดด

อยากอ่านนิยายแบบนี้อีกกกก หญิงชอบ หญิงรัก หญิงอยากด้ายยยยยยยยยย

PS.
→ กลัวใจมาก อ่านนิยายถูกใจจนลำเอียงไม่หักแต้มตั้งแต่ต้นปี กลัวจะอ่านนิยายเรื่องอื่นหลังจากนี้ไม่ได้นิซิ ถถถถ
→ รอผลงานเรื่องต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ หญิงตกหลุมรักนักเขียนคนนี้แล้ว!


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3
ทดลองอ่าน : #1 | #2 | #3


ฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรม : จิ๋วเสี่ยวชี



ชื่อหนังสือ : 皇后無德 – ฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรม
ผู้แต่ง : 酒小七 – จิ๋วเสี่ยวชี
ผู้แปล : เสี่ยวอวิ๋น
สำนักพิมพ์ : บ้านอรุณ
ISBN :
#1 | 978-616-18-1610-0
#2 | 978-616-18-1625-4
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (ตุลาคม 2559)
จำนวนหน้า : 792 หน้า (390+402)

รายละเอียด :
นางเป็นหลานสาวของอัครมหาเสนาบดี “เย่เจินเจิน” ถูกบังคับให้เป็นฮองเฮาด้วยความไม่เต็มใจ ในคืนอภิเษกสมรส นางตั้งใจจะเตะฮ่องเต้หนุ่มที่มีอำนาจที่สุดในราชสำนักตกลงจากแท่นบรรทม ตอนเย็นนั้นเอง ฮ่องเต้จึงเสด็จไปพักตำหนิกของพระสนมคนโปรด ท่านไม่ได้อยู่ในสายตาของข้ามานานแล้ว! นี่คือเสียงภายในใจของพวกเขาที่ให้กัน ตั้งแต่นั้นมา ทำให้จักรพรรดิไม่มีความสุขก็เป็นหนึ่งในงานที่จักรพรรดินีทำทุกวันจนเป็นปกติ

หลังปก :
หากการเป็นฮองเฮาที่ดีคือการประพฤติตนตามคุณธรรมของภรรยา โอนอ่อนยอมทำตามสามี รู้จักปกครองวังหลังให้สงบเรียบร้อย เช่นนั้นแล้ว เย่เจิจเิจ คงสอบตกทุกข้อ เพราะพียงคืนแรกที่แต่งเข้าวัง นางก็ถีบฮ่องเต้ตกจากแท่นบรรทมเสียแล้ว
ฮ่องเต้หนุ่มอย่าง จี่อู๋จิ้ว ที่ไม่ชอบตระกูลเย่อยู่แล้ว จึงยิ่งชังน้ำหน้านางมากขึ้น สตรีบ้านใดล้วนปรารถนาจะเป็นฮองเฮากันทั้งนั้น แต่เย่เจินเจินกลับตรงข้าม การกระทำของนางล้วนคาดเดามิได้ ใฝ่รู้ในเรื่องที่สตรีไม่ควรยุ่งเกี่ยว
ทั้งยังหน้าหนาผิดกับสตรีทั่วไป ที่สำคัญคือขยันหาเรื่องปวดหัวมาให้จี่อู๋จิ้วอยู่เสมอ
ราวกับว่าภารกิจหลักที่นางแต่งเข้าวังนี้คือการทำให้ฮ่องเต้ไม่มีความสุขเลยสักวัน!


บันทึกหลังการอ่าน…

เรื่องนี้อ่านจบตอนช่วงสิ้นปี เรียกได้ว่าเข็นตัวเองอ่านให้จบเลย เป็นการปิดท้ายปีด้วยความหงุดหงิดจริงๆ
น้ำฝนค่อนข้างตั้งความหวังไว้สูงกับเรื่องนี้ เพราะเขาออกกับสำนักพิมพ์ที่ค่อนข้างมีชื่อ ถึงจะเพิ่งจะมาจับงานแปลจีน แต่เขามีงานแปลต่างประเทศออกมาเยอะมาก แล้วกระแสก็ค่อนข้างแรง ตีคู่มากับเล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์ที่ออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน และก็เหมือนกันจริงๆ คือฝนอ่านแล้วไม่ชอบ ติดจะหงุดหงิดพอๆกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องของการคลุมถุงชนของฮองเฮาและฮ่องเต้ ทั้งคู่ต่างไม่ยินยอมที่จะแต่งงานกัน แต่พออะไรหลายๆอย่างบังคับทำให้ต้องแต่งงานกัน แล้วก็เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย ทำให้ฮ่องเต้เปลี่ยนความรู้สึกจากที่รังเกียจเป็นพยายามเข้าหาจนถึงขั้นตกหลุมรัก พอรักแล้วก็ต้องพยายามทำให้ฮองเฮาหันมารักด้วย กว่าฮองเฮาจะรู้ตัวว่ารักฮ่องเต้ก็ทำเอาฮ่องเต้สะเทือนใจน้อยใจไปหลายรอบ
เรื่องราวคราวๆก็ประมาณนี้

ต่อไปเป็นความรู้สึกของน้ำฝนเนอะ
คือตอนอ่านช่วงร้อยหน้าแรก ก็รู้สึกดี เพราะเรื่องนี้มีน้ำมีเนื้อให้หยิบจับมากกว่าอีกเรื่องที่เขามีกระแสคู่กัน
แต่.. พออ่านไปเรื่อยๆ ก็หักลบตวามรู้สึกดีไปเรื่อยๆเช่นกัน
ทั้งการเลือกใช้คำที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องใช้คำแบบนี้ อย่างม้าพินาศ ตอนอ่านนี่สะดุดมาก หมายถึงอะไร? ต้องการใช้คำสวยหรือยังไง? ใช้คำนี้ถูกแล้วใช่ไหม? เพราะตอนไปหา google สิ่งที่ขึ้นมามีแต่พระ!
คำราชาศัพท์ก็เดี๋ยวมีเดี๋ยวไม่มี ใช้ถูกใช้ผิดปนๆกันไป รวมกับคำเรียนขานของตัวละครที่เดี๋ยวมีเดี๋ยวไม่มีเช่นกัน ไม่ใช่แค่บทนี้มีแต่บทนี้ไม่ใช้นะ แต่เป็นในประโยคเดียว ย่อหน้าเดียวกันยัใช้ไม่เหมือนกันเลย!!!! อย่างบทพูดหนึ่งของนางเอก ฝนก็ไม่เข้าใจว่าต้องการให้นางเอกเรียกขานแบบเป็นกันเองกับพระเอกหรือเปล่า แต่ถ้าต้องการแบบนั้นก็ควรเป็นแบบนั้นทั้งหมดไหม? ประโยคเดียวกันเดี๋ยวแทนตัวเองว่า ข้า เดี๋ยวแทนตัวเองว่า หม่อมฉัน ตกลงต้องการแบบไหน? ไปให้เหมือนๆกันหน่อยเถอะ อย่างแล้วหงุดหงิด รู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือที่ไม่ได้รับการใส่ใจยังไงก็ไม่รู้
แล้วที่หงุดหงิดจนอยากจะปิดหนังสืออ่าน แล้วถามนักแปล ถามคนพิสูจน์อักษร ถามคนรีไรท์ ถาม บ.ก. และอยากจะถามนักเขียนด้วยว่า ต้องการให้เรื่องนี้เป็นธีมนิยายโบราณนิยายพีเรียดใช่ไหม? แล้วคิดยังไงกับคำว่า “ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ” ที่มีอยู่ในเนื้อเรื่อง อยากรู้มากว่ามีตั้งแต่ต้นฉบับเลยใช่ไหม? แล้วยังมีอีกหลายๆคำนะที่เป็นแบบนี้ แต่ประโยคนี้ทำเอาหมดความอดทน #หญิงจะไม่ทน!

ที่หนักสุดคือฉากบรรยายบทรัก…ที่ค่อนข้างละเอียด จนต้องหันมองดูปกว่ามีคำเตือนบอกไหม แต่ก็ไม่มี
บอกตรงๆเลยว่า น้ำฝนค่อนข้างจะจริงจังเรื่องนี้พอสมควรกับสำนักพิมพ์ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง คือถ้ามีการบรรยายแบบให้รู้ว่ามีบทเลิฟซีนแต่บรรยายแบบรวมๆ ผ่านๆ พอให้จิ้นกันแบบใสใส อันนี้เฉยๆ จะไม่มีเตือนก็ได้ แต่เรื่องนี้คล้ายๆกับเล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์ตรงที่บรรยายละเอียด ติดจะหนักกว่าเพราะมีการบรรยายฉากออรัลเซ็กซ์แบบละเอียด! ย้ำว่าละเอียดจริงๆ อีกทั้งเลือกใช้คำที่จะบอกว่าสวยก็ไม่ได้ คิดว่าคงอยากให้ออกมาตลกมากกว่า (ไม่ตลกค่ะ ไม่ขำด้วย) ถ้ามีบรรยายขนาดนี้ ควรมีคำเตือนบอกตรงปกไหม? จะปกหน้าหรือปกหลัง จะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ควรมีนะ แต่นี่ไม่มีเลย
ควรไหม ลองถามใจ(คนทำหนังสือ)ดู

เนื้อเรื่องก็เหมือนจะออกอ่าวออกทะเล แบ่งออกเป็นสามช่วงใหญ่ๆ
ช่วงตบตีกับสาวในวังหลัง
ช่วงออกรบนอกวัง
ช่วงแย่งชิงบัลลังก์

ทำไมถึงบอกว่าออกอ่าวออกทะเล เพราะหาจุดเชื่อมที่ทำให้นางเอกจำเป็นที่จะต้องออกไปรบไม่เจอ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าถ้านางเอกไม่ออกไปนอกวัง ก็จะไม่เจอกับเหตุการณ์อีกสองช่วง…
ไม่รู้ซิ อ่านไปก็ไม่อิน แถมตั้งคำถามตลอดด้วยว่า ที่นางเอกเป็นแบบนี้เพราะอะไร? จะบอกว่าที่บ้านเลี้ยงมาอย่างตามใจจนนิสัยเสียแบบนี้… ก็บอกได้นะ แต่บางอย่าง บางการกระทำไม่สามารถทำให้ฝนอ่านแล้วเข้าใจว่าเพราะการเลี้ยงดูทำให้นางเอกเป็นแบบนี้ เหมือนอยากให้นางเอกเป็นแบบนี้ก็มาแบบดื้อๆ นางเอกทำได้ทุกอย่าง วงยุทธ์ก็มี อ่านหนังสือก็ได้ ถอดปืนประกอบปืนก็เป็น ทั้งๆที่พ่อกับปู่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรบโดยตรง จะมีก็แต่ญาติแล้วก็ลูกพี่ลูกน้องที่เล่นมาด้วยกัน บอกตรงๆว่า เบื้องหลังนางเอกกับสิ่งที่นางเอกทำได้และนางเอกเป็นแล้วนักเขียนถ่ายทอดออกมา ไม่ทำให้อิน

ที่ออกทะเลสุดคือช่วงตอนพิเศษ
มีการย้อนเวลา….
เดี๋ยวนะ จำเป็นไหม หรือแค่อยากเขียน อยากให้มีเหมือนท้องตลาด???

บางส่วน บางฉากก็ทำให้สับสน
บรรยายมาว่านางเอกกับลูกพี่ลูกน้องสนิทกัน ตอนอ่านช่วงแรกก็เข้าใจว่านางเอกมีใจ เห็นนางเรียกหา บรรยายบทก็ทำให้เข้าใจไปในทางนั้น แต่พี่ชายนั้นแค่เอ็นดู แล้วไม่อยากให้นางเอกมีปัญหาก็เลี่ยงนางเอกไปตลอด
ที่ไหนได้ จริงๆ นางเอกแค่งอแงแบบน้องสาว แต่พี่ชายต่างหากที่มีใจแล้วก็ยังหักใจไม่ได้
ต้องการสื่อแบบนี้ใช่ไหม? แต่ทำไมอ่านแล้วไม่ได้เข้าใจเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้

และอีกหลายๆอย่าง ที่อ่านไปก็รู้สึกเพลียใจไป
ฝนหมดพลังไปกับการอ่านเรื่องเล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์ไปแล้วรอบหนึ่ง พอมาเจอเรื่องนี้เหมือนโดนดูดพลังไปอีกรอบ รู้สึกมือเสียจนไม่อยากอ่านอะไรต่อเลย…. ฝนต้องหานิยายเรื่องอื่นมาอ่านขั้น ตัดอารมณ์แล้วกลับมาอ่านต่อให้จบ

เอาง่ายๆนะ สำหรับคนที่สนใจอยากจะลองอ่าน
ตอนอ่านต้องไม่คิดอะไร เห็นคำผิดก็มองข้าม สำนวนแปลกก็ต้องมองข้าม หาทางปรับคำเองในหัว นางเอกพูดแปลกๆก็เออออไปตามนั้น แล้วก็อย่าคิดว่าเป็นนิยายวังหลังที่สาวๆได้รับการอบรมดีๆ เขาแย่งความโปรดปราณกัน เพราะจริงๆแล้ว ถ้าตัดคำว่าฮ่องเต้กับฮองเฮาออกเรื่องนี้เหมือนนิยายชาวบ้านธรรมดาที่มีตบตีแย่งสามี แล้วก็ชิงความเป็นใหญ่

อ๋อ…
แล้วก็ขอเตือนว่าอย่าได้ทึ้งหัวเหมือนน้ำฝนกับการ “เป่ายิ้งฉุบ!!!” กันของตัวละครด้วยนะ มองผ่านๆไป จะได้ไม่เสียอารมณ์เสีย

#ขอพื้นที่ร้อง
สวรรค์!!! นี่มันนิยายอัลไล!!!! นี่หญิงเสียเวลาเพื่อมาอารมณ์เสียกับนิยายใช่ไหมมมมมมม
ผิดหวังมาก ผิดหวังสุดๆ
ผิดหวังมากกับอะไรหลายๆอย่างในเรื่อง รู้สึกเหมือนคนทำหนังสือไม่ได้ใส่ใจที่จะทำยังไงก็ไม่รู้ นี่ก็ไม่รู้จะหงุดหงิดฝ่ายไหน นักเขียน นักแปล ทีมทำหนังสือของสำนักพิมพ์ หรือหงุดหงิดตัวเองดี ส่วนตัวแล้วอยากจะสนับสนุนนิยายแปลจีนจากสำนักพิมพ์ที่อยากทำตลาดนักอ่านแปลจีนแล้วซื้อต้นฉบับมาแปลนะ แล้วก็อยากจะสนับสนุนนักแปลนามปากกาใหม่ๆ ด้วย อยากจะอุดหนุนเป็นกำลังใจให้ทำหนังสือออกมาให้อ่านเยอะๆ แต่ถ้าเจอแบบนี้บ่อยๆก็ไม่อยากอุดหนุนแล้ว เหนื่อยแล้วก็เสียความรู้สึกด้วย
ต่างคนต่างมีความชอบไม่เหมือนกัน อันนี้เข้าใจ ถ้าพล็อตไม่โดน นิยายไม่ใช่แนว จะมาบ่นสำนักพิมพ์ก็ไม่ได้ อันนี้ต้องบ่นตัวเอง น้ำฝนคิดได้ แล้วก็มีเหตุมีผลพอ
แต่เรื่องคำผิด เรื่องสำนวนที่ใช้ในเรื่อง เรื่องคำเตือนที่ควรจะมีเมื่อมีฉากบรรยายฉากรักแบบละเอียด ถ้าเจอแค่คำสองคำ ก็เข้าใจว่าทุกงานก็มีพลาดกันได้ ก็จะปล่อยผ่าน ถ้าเจอเยอะจนน้ำฝนที่ไม่เก่งคำไทยยังรู้สึกได้ มันทำให้รู้สึกว่า เขาไม่ได้ใส่ใจทำหนังสือให้อ่านจริงๆ #ความเห็นส่วนตัวนะ น้ำฝนเชื่อและชอบที่จะมองการทำงานผ่านผลงานเสมอ ถ้าใส่ใจยังไงงานก็ต้องออกมาดี…..
อยากรู้มากว่าหนังสือเล่มนี้ผ่านการทำงานอย่างใส่ใจไหม?

PS.
→ ชอบหน้าปก โอเคกับการที่ได้หน้าปกต้นฉบับ หน้าปกคือดีงาม
→ ปี 2017 นี้ หวังว่าจะไม่มือเสียติดๆกันขนาดนี้อีก… (TvT) ถูกทำร้ายติดๆกันแบบนี้หญิงท้อ


More :
Goodreads : #1 | #2
ทดลองอ่าน : Dek-D


ราชบุตรเขยเจ้าสำราญ : BiscuitBus

ชื่อหนังสือ : ราชบุตรเขยเจ้าสำราญ
ผู้แต่ง : BiscuitBus
สำนักพิมพ์ : อรุณ
ISBN : (#1) 978-616-18-0431-2 | (#2) 978-616-18-0455-8 | (#3) 978-616-18-0456-5
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มีนาคม 2558)
จำนวนหน้า : 1,352 หน้า (325+456+571)

คำโปรย :
ลิขิตสวรรค์ไม่อาจคาดเดา หนึ่งบ่าว หนึ่งองค์หญิง หนึ่งสตรี หนึ่งบุรุษ เรื่องราวกลับตาลปัตร เมื่อหญิงไม่ใช่หญิง ชายไม่ใช่ชาย ความอลม่าน…จึงเริ่มต้น
ไต้หยี่ บ่าวน้อยจากตระกูลบ้านนอก ปากกล้า ทว่ามากน้ำใจยิ่ง ท่องเที่ยวทั่วหล้า สวมชุดรัดกุม คุ้มกันข้าวของ ทำงานสนองพระคุณนายท่าน ผู้คนไม่เห็นว่ามันเป็นสตรี มันยิ่งลืมไปแล้วว่าตนเป็น กระทั่งได้พบกับนางผู้นั้น…
จ้าวเหลียนหยา ผู้เป็นพระขนิษฐาที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานยิ่ง นางเติบโตในตำหนักมิดชิด ไม่อาจรับทราบเรื่องราวภายนอก ไหนเลย จะทราบว่าที่แท้นางผิดเพี้ยนถึงเพียงใด โฉมตรูอันอ่อนหวานสูงส่ง ลือกันว่างามราวกับจะปลดดวงดาวลงมาแทบเท้านางได้ กลับไม่รู้ตัวว่าตนเป็นบุรุษ!

รายละเอียด :
#1
ลิขิตสวรรค์ไม่อาจคาดเดา
ไต้หยี่ บ่าวน้อยจากตระกูลบ้านนอก ปากกล้า ทว่ามากน้ำใจยิ่ง ท่องเที่ยวทั่วหล้า สวมชุดรัดกุม คุ้มกันข้าวของ ทำงานสนองพระคุณนายท่าน ผู้คนไม่เห็นว่ามันเป็นสตรี มันยิ่งลืมไปแล้วว่าตนเป็น กระทั่งได้พบกับองค์หญิงเจียงจู ผู้อ่อนช้อยงดงามยิ่ง แต่แท้จริงกลับเป็นบุรุษ!
องค์หญิงเจียงจู หรือ จ้าวเหลียนหยา ผู้เป็นพระขนิษฐาที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานยิ่ง นางเติบโตในตำหนักมิดชิด ไม่อาจรับทราบเรื่องราวภายนอก ไหนเลยจะทราบว่าที่แท้นางผิดเพี้ยนถึงเพียงใด โฉมตรูอันอ่อนหวานสูงส่ง ลือกันว่างามราวกับจะปลดดวงดาวลงมาแทบเท้านางได้ กลับไม่รู้ตัวว่าตนเป็นบุรุษ!

#2
ไต้หยี่ ที่คิดเพียงแต่จะเดินทางกลับบ้าน แต่จู่ๆกลับได้เป็นบุตรบุญธรรมของอิงอ๋องจ้างฝาน จากที่คิดจะมีชีวิตอย่างเรียบง่ายต่ำต้อย กลับต้องมาเป็น ‘อ๋องน้อย’ อยู่ในเมืองหลวง กลการเมืองวุานวายซับซ้อนอย่างยิ่ง ทุกก้าวย่างควรระแวดระวัง สวรรค์เอ๋ย…หากฮ่องเต้ทรงทราบว่าบ่าวน้อยล่วงเกินองค์หญิงไปอย่างไรแล้ว ต่อให้บ่าวน้อยมีสักสิบหัวก็ยังคงไม่พอให้กุดเป็นแน่!
จ้าวเหลียนหยา เคยคิดว่าไม่ต้องพบเจอกับมันอีกแล้ว ทว่าโจรชั่วนี้ยังคงตามมาหลอกหลอนนางถึงเมืองหลวง หากไม่เห็นก็คงไม่ต้องวุานวายใจ หากไม่พบคงไม่หวั่นไหว นางดำรงพระยศเป็นองค์หญิง ทั้งยังมีสัญญารักต่อผู้อื่นแต่ดั้งเดิม โจรชั่วอันไม่สำรวมนี้กลับทำให้นางวางสีหน้าไม่ถูก ช่างน่าเจ็บใจนัก หรือนางต้องเป็นของเล่นให้โจรชั่วนี้ไปตลอดชีวิต!

#3
พบเพื่อเพียงผ่าน ทว่ายิ่งนานวันกลับยิ่งผูกพัน
สำหรับไต้หยี่ หากสามารถอยู่อย่างสงบสุข ไม่ต้องเข่นฆ่าทำร้ายผู้อื่น คบสหารดื่มสุราไม่ต้องแบ่งแยกเชื้อพันธุ์ นี่ย่อมเป็นชีวิตที่ประเสริฐยิ่ง กบฏเริงโลด สงครามคุโหม บ้านเมืองวุ่นวาย หากเป็นเพียงบ่าวน้อยหนึ่งยังสามารถหันหน้าหนี ไม่มอง ไม่ฟัง ไม่รับทราบ ทว่าหน้าที่ ‘ราชบุตรเขย’ บนบ่ากดทับ สถานที่อันสุขสงบมีเพียงอ้อมกอดของตัวโง่งมของมันเท่านั้น และมันยินดีปกป้องสิ่งนี้ด้วยชีวิต
องค์หญิงเจียงจู ถามตัวเองหลายครั้ง ที่แท้นางมีดีอะไร โจรชั่วจึงทุ่มใจรัก มือน้อยของนางไม่สามารถจับดาบจับอาวุธ อ้อมแขนของนางก็เล็กยิ่ง สตรีของผู้อื่นถูกสามีประคบประหงม สตรีของนางพานออกไปรบทัพจับศึก แต่อย่างไรนางก็เป็นคนที่มันรัก เป็นบุรุษที่โอบกอดปลอบประโลมมันในยามค่ำคืน บุรุษอื่นแสวงหาเกียรติยศบนหลังม้า เหยียนหยามีเกียรติยศเดียวให้รักษา คือการปกป้องดูแลสตรีของตนด้วยชีวิต


บันทึกหลังการอ่าน…

ก่อนเม้าส์นิยาย ขอเล่าเรื่องราวบากบั่นของหนังสือเรื่องนี้ก่อน
คือแบบว่า เรื่องนี้ออกช่วงงานหนังสือใช่ป่ะ แล้วทีนี้น้ำฝนก็วางแผนอย่างดี ว่าจะจัดการพื้นที่ในตู้ จะไม่ซื้อเล่มถ้ามี ebook แต่! นักเขียนเขามาแจกลายเซ็น สตรีห้ามพลาด สตรีต้องได้!!! ฝนก็จัดการดูกำหนดการเรียบ! ตั้งใจว่าเลิกเรียนปุ๊บ วิ่งไปปั๊บ ปรากฏว่า… นางพลาด!!! นางจำผิดวัน (น้ำตาไหล) แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ถึงงานแล้วก็ต้องหิ้วกลับมา (กระซิกๆ)
เค้า อยาก ได้ ลาย เซ็น โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
จบเรื่องเล่าความโก๊ะของตัวเอง

มาต่อที่นิยาย…
เรื่องนี้แนะนำโดยเพื่อนสาวออมมี่ที่น่ารัก คือไปถามนางว่ารถขนมปังกรอบแต่งนิยายรสเป็นไง สนใจอยากอ่าน Cinderella ไง นางก็บอกว่าเก๋กู๊ดมากๆ แต่ติดที่ สนพ มันแย่…. ลังเลอยู่นานสองนาน เลยตัดสินใจซื้อมาอ่าน งานหนังสือเราเจอกัลลลล พอๆกับที่เรื่องราชบุตรเขยฯออกพอดี แล้วเสียงลื้อเสียงเล่าในกลุ่มนักอ่านก็บิ้วต์ฝนมาเรื่อยๆ (จริงๆแล้วบิ้วต์ตัวเอง) ถึงตั้งใจไว้ว่าถ้าจะอ่านแนวจีนต้องคนจีนแต่งเท่านั้น แต่เพราะรถขนมปักรอบแต่ง เลยขอลองพร้อมกันทีเดียวกับนางซินเลยแล้วกัน! ถึงจะไม่ได้ลายเซ็นแต่ก็ยังโอเคอยู่นะ แค่เสียใจที่ผิดแผนเท่านั้น (หัวเราะ)

ดองไว้นานมาก แล้วแบบหนังสือก็หนามาก ต้องรอเสร็จภาระกิจพิชิตใบปริญญาก่อนแล้วถึงได้เวลามาหยิบอ่าน
ถามว่าเป็นไง?

งงค่ะ (หัวเราะ)
ต้องจูนตัวเองเยอะมาก ดีที่เคยเห็นนักเขียนชี้แจงหน้าเพจไว้ว่าสำนวนเป็นแนวจีนกำลังภายใน ซึ่งฝนไม่ได้อ่านไง จากเดิมอ่านแนวจีนแล้วก็รู้สึกยากอยู่แล้ว อ่านเรื่องนี้ยิ่งยากใหญ่เลย แต่อ่านไปเรื่อยๆเริ่มชินนะ ออกแนวเข้าใจมากกว่าว่าเขาพูดลักษณะแบบนี้กันนะ จะมาแนวหวานๆใสๆอย่างที่เคยๆอ่านมันไม่ใช่ ช่วงแรกเรียกว่าช่วงปรับตัว อ่านไปก็ต้องพักไป ทำความเข้าใจไป ผ่านไปซักบทสองบทเริ่มชิน อ่านได้ไวขึ้น ความสนุกเริ่มมา ติดเลยทีนี้ (ฮาาาาา)
ชอบนะ รู้สึกถึงอะไรหลายๆอย่างในเรื่อง มันไม่ใช่แค่นิยายที่เอาแต่ความรักมาดำเนินเรื่อง มีการเมือง มีความสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ มีเรื่องบุญคุณความแค้น (แบบจีนกำลังภายใน) แล้วก็มีความแตกต่างที่หาได้ยากยิ่ง หญิงที่เหมือนชาย และชายที่ถูกเลี้ยงมาแบบหญิง
ยอมรับเลยว่า ตอนแรกทนอ่านสำนวนยากๆที่ไม่คุ้นเพราะอยากรู้เรื่องจ้าวเหลียนหยา คือตัวไต้หยี่เนี่ยพอเข้าใจได้ว่าทำไมถึงได้ดูเหมือนชาย (นางถูกเลี้ยงมาในดงผู้ชาย มีต้นแบบเป็นนายท่าน มีสหาย?สนิทเป็นนายน้อย ไม่แปลกที่จะมีพฤติกรรมแบบนั้น กลมกลืนซะขนาดนั้น) แต่ตังองค์หญิงเนี่ย ฝนอยากรู้ว่าอะไรเป็นจุดทำให้องค์หญิงเป็นแบบนี้กันแน่ (เรียกง่ายๆว่าอยากเผือกชีวิตนางนั้นแหละ) แต่ไม่รู้เมื่อไรที่อ่านไปก็ชักจะไม่ได้อยากรู้แค่นี้แล้วล่ะ ดันอยากอ่านเพราะเนื้อเรื่องดึงดูดมากกว่าแล้ว อ่านไปก็คิดว่าหลักการสุดๆ ตัวละครเกี่ยวโยงกันไปหมด หนังสือ 1 เรื่อง 3 เล่ม ไม่ใช่เกิดขึ้นในโลกแคบๆ 1 ใบ แต่เป็นโลกที่กว้างใหญ่ ไม่ใช่มีเพียงฮ่องเต้ แต่ยังมีเมืองข้างเคียง ในเมืองก็ไม่ใช่แค่เกิดเรื่องราวเฉพาะในวังหลวง องครักษ์ ทหาร ขุนนาง วังหลัง ศึกชิงบัลลังก์ เรื่องราวเบื้องลึก เบื้องหลังและความลับต่างๆ การรบกันก็ไม่ใช่แค่ทหารตีกันไปมาเท่านั้น ยังมีโจร มีทหารต่างเมือง มีชนเผ่า และมีจอมยุทธ! หลวงจีน แม่ชี แม้กระทั้งนักฆ่า จอมมาร ไม่เว้นแม้แต่บุคคลลึกลับที่ทำงานหาข่าว ตีกันรบกันก็ไม่ใช่แค่ตีกันแล้วจบในสองหน้า นางมาเป็นเล่ม กลยุทธมีอะไรก็ขนมาเล่นกันไปหมด คืออลังการณ์มาก หนังสือเปิดเนตรเลยทีเดียว

สนุกๆนะ เรียกว่าสนุกกับความอยากรู้เลยล่ะ อ่านไปซักพักเจอปมนี้ พอเหมือนจะรู้คำตอบ ดันมามาใหม่อีก เย๊อะเยอะะะะะะ
สนุกกว่าที่ตั้งความหวังไว้ด้วย อ่านแล้วติด พูดเลยว่าติดมากกกกกกกกก นอนดึกหลายคืนเพราะพวกนางเลยยยยยยย
แล้วแบบว่า ยกให้เป็นหนังสือที่น้ำฝนอ่านแล้วตัวอักษรเยอะที่สุดในรอบปี ด้วย!! คือตัวอักษรต่อหน้าเยอะมากกกกกกกกกกก แล้วเล่มก็หนามากกกกกกกกกกกก (หัวเราะ) ไม่ได้อ่านหนังสือที่มีบทบรรยายเยอะขนาดนี้มานานแล้ว อ่านแล้วอิ่มเลยทีเดียว

ที่ชอบสุดต้องบอกคือตัวเองคือตัวเอก ไม่ว่าจะมีตัวละครเยอะแค่ไหน แต่ตัวเอกคือตัวเอก ฝนอ่านแล้วไม่มีตัวละครไหนมาแย่งซีนกัน ขนาดอยากให้มีบ้างยังไม่มี ถึงจะเป็นแบบนั้นตัวละครที่ฝนชอบ โมเม้นที่ฝนชอบ คือฮ่องเต้กับเจ้าจอมต่างเผ่า เจ้าจอมซัง แน่นอนว่าต้องมีพระสนมน้อยด้วย ฝนชอบมาก หลักการใช้ชีวิตคู่ การเป็นฮ่องเต้และเจ้าจอม มันไม่ใช่แค่ว่าเรื่องขึ้นเตียงและมีทายาท แต่เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นคนร่วมแบ่งปัน เป็นอะไรหลายๆอย่างที่มากกว่าเป็นเจ้าจอม ฝนประทับใจมาก ชอบสุดๆ แล้วก็น้ำตาตกสุดในเล่มสุดท้าย คือเธอออออออออออออ ทำไมต้องลงเอยแบบนี้ โฮฮฮฮฮ เจ้าจอมของน้ำฝนนนนนน อยากจิเข้ากอดแข้งกอดขอฮ่องเต้เลยทีเดียว สุดท้ายก็ดีใจที่พระสนมน้อยเริ่มโตและรู้ว่าแท้จริงแล้วฮ่องเต้นั้นเป็นอย่างไร จนยอมซักที (เดี๋ยวววว ยอมอัลไล!!!) ชอบอ่ะ ชอบจริงๆ เป็นจุดเล็กของตัวละครที่เป็นไปตามเนื้อเรื่อง ไหลไปตามสถานการณ์ตอนนั้น แต่ฝนไม่คิดว่าจะโหดร้ายขนาดนั้น เจ้าจอมของน้ำฝนนนนน ฮ่องเต้ของน้ำฝนนนนนนนน

ยังมีอีกเรื่อง ฝนชอบที่ตัวละครโตไปตามเนื้อเรื่องด้วยนะ เดี๋ยวจะหาว่าฝนอวยแต่เจ้าจอม องค์หญิงพระเชษฐาของฮ่องเต้ก็มีความโตในตัวตนอยู่ หลายๆคนอ่านแล้วคิดว่าแปลกๆ ขัดๆ (ขำ) ฝนอ่านแล้วก็ขำ แต่เข้าใจในความเป็นตัวตนขององค์หญิง ตอนที่อยู่กับโจรชั่วของนาง นางคือท่านพี่ จากที่ตอนแรกคิดว่าตัวเองเป็นหญิง พอมารู้ว่าตัวเป็นชาย นางก็เริ่มโตขึ้น เข้าใจธรรมชาติของตัวเองมากขึ้น แล้วก็พัฒนาตัวเองไปได้เรื่อยๆ ความขี้แย ความอ่อนแอแบบหญิงสาวยังมีอยู่ (ใครจะทิ้งไปได้ง่ายๆละ เป็นมาสิบกว่าปี) แต่ก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าตัวเองต้องทำหน้าที่ไหนในขอบข่ายและความสามารถที่ตัวเองมี ประทับใจเขามา ในเรื่องเนี่ย องค์หญิงเธอพัฒนาตัวเองได้เยอะสุดๆแล้ว แถมลำบากมากสุดด้วย ทำตัวเป็นชายได้ต่อเมื่ออยู่กับโจรชั่ว พอออกนอกจะโจม นอกบ้านหรือเจอผู้อื่นก็ต้องทำตัวเป็นสาวงาม โถ่ องค์หญิงน้อยของไต่หยี่ ขำสุดตอนที่ไต่หยี่แต่งชุดหญิงสาว (หวังว่าจะมี แล้วก็มี คือดีงาม อยากรู้มากเลยว่าเป็นยังไงงงงง) แล้วออกมาสวย องค์หญิงเธอก็หึงซิ ไม่ยอมให้แต่งชุดแบบนี้ให้ใครเห็นอีก นี่ฮามาก พอนึกอารมณ์ออก โมเม้นที่มีแค่สองเราจะได้เจอ (ความสาวของไต่หยี่) ก็หวงที่จะให้เป็นแบบนั้น (ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเมียตัวเองสวย ฮาาา)

แน่นอนว่านิยายจีนโบราณที่มีนักเขียนเป็นคนไทยแต่งก็ต้องมีจุดที่อ่านแล้วมันไม่ใช่อยู่บ้าง อย่างศัพท์บางคำที่ฝนอ่านแล้วคิดว่ามันดูทันสมัยเกินไป
แล้วก็ติดใจเรื่องเชิงอรรถ นิยายสมัยนี้เขาไม่นิยมเขียนเชิงอรรถกันแล้วเหรอ? ฝนเข้าใจว่า นิยายแนวโบราณ จะมีศัพท์เฉพาะมาให้เห็นบ้าง พอมีศัพท์เฉพาะก็ต้องมีเชิงอรรถชี้แจงบอกไรงี้ แต่นี่ไม่มีเลย ต้องอาศัยพี่เกิ้ล (google) ตลอด อย่างคำว่ามุสิก เจอบ่อยมาก แต่เชิงอรรถไม่มี หรือว่าเป็นคำศัพท์ที่เขารู้กันอยู่แล้วแต่ฝนไม่รู้เอง?
เจอมาเยอะจนเริ่มสำนึกได้ว่า เป็นหน้าที่ของนักอ่านที่ต้องพกดิกภาษาไทยเปิดหาคำศัพท์เอาเองใช่ไหม? (ยิ้มแห้ง)
แล้วก็เรื่องแทนตัวละคร คือพอพระเอก เอ่ม องค์หญิงพระเซษฐา อ่านแล้วงงอีก… องค์หญิงเจียงจูนั้นแหละ รู้ว่าตัวเองเป็นชายแล้ว ทำไมเวลาเขียนถึงยังคงเป็นนางอยู่ จริตบางอย่างดูออกสาว นี่ไม่ติดเพราะเข้าใจว่าโตมาแบบนี้สิบกว่าปี จะให้แมนทันตาเห็นก็แปลกแล้ว แต่ยังเขียนโดยใช้คำว่านางแทนตัว อันนี้อ่านแล้วแปลกๆ

สรุปปปปป
คือชอบ คืองานดี รู้สึกถูกใจมากกกกกก เรียกน้ำตาได้หลายตอนอยู่นะ ฉากซึ้ง ฉากเศร้า ดึงอารมณ์ฝนได้ แต่ฝนก็น้ำตาแตกง่ายอยู่แล้วด้วยแหละ ไม่แปลกถ้าจะไหลด้วยอะไรนิดๆหน่อยๆ (หัวเราะ) ซึ้งกับความสัมพันธ์ในหลายๆแบบ ทั้งกับเพื่อน กับคนที่นับถือเป็นญาติผู้ใหญ่ กับคนรัก กับหลายๆอย่าง มีให้เห็นเยอะเลยยยย

แอบเสียดาย อยากให้รถขนมปังกรอบมีตอนพิเศษของคู่พระ/นางเพิ่มอีกหน่อย แอบอยากรู้ว่าตอนไปอยู่ชายแดน ห่างไกลผู้คน ห่างไกลศึกสงคราม ช่วงมีลูกเป็นแบบไหน ทั้งคู่มีพัฒนาการทางความสัมพันธ์เป็นยังไง อยากรู้มากเลยยยยย (จินตนาการตอนไต่หยี่คลอดลูกแล้วองค์หญิงยืนรออยู่ตรงประตูไม่ออก) ฮาาา

อ้อนได้ไหม? ขอซักบทสองบทให้รู้สึกชุ่มใจบ้างไรงี้ น๊าาาาา (ขำ)

PS.
→ รอผลงานเล่มต่อไปของรถขนมปังกรอบอยู่ เดี๋ยวหาเวลาอ่านนางซินต่อด้วย จัดนักเขียนท่านนี้ไว้ในรายชื่อนักเขียนที่ต้องอ่านผลงานตลอดแล้วล่ะ :)
→ รู้สึกเล่ม 3 นี่ตัวหนังสือหายกับจางหลายจุดอยู่นะ ก็พออ่านได้แหละ แต่แค่ขัดใจที่หนังสือไม่เรียบร้อยแค่นั้นเอง


More :
Goodreads: #1 | #2 | #3
ทดลองอ่าน : Dek-D


Date: July 18, 2015

แกะรอยรัก : กิ่งฉัตร

ชื่อหนังสือ : แกะรอยรัก
ผู้แต่ง : กิ่งฉัตร
สำนักพิมพ์ : อรุณ
ISBN : 974-7074-89-3
พิมพ์ครั้งที่ : 5 (เมษายน 2550)
จำนวนหน้า : 415 หน้า

รายละเอียด :
แม้เมื่อก่อนจะเคยนึกอิจฉาในความหยั่งรู้ทุกเรื่องของน้องชาย
แต่ตอนนี้หล่อนคิดเหมือนผู้ชายตรงหน้า
จะรับรู้เรื่องราวของคนทั้งโลกไปทำไม ขอแค่รู้ใจตัวเองและชายข้างตัวก็เพียงพอแล้ว


บันทึกหลังการอ่าน…

เรื่องนี้เป็นผลงานแรกของกิ่งฉัตรที่ฝนเริ่มอ่านเมื่อหลายปีก่อน แต่จำไม่ได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงลองของใหม่แต่ยังไม่อ่านจริงจัง อ่านเรื่องไหนก็ลืมหมด อย่างเรื่องนี้ฝนก็ลืมไปแล้วว่าใครเป็นคนร้าย เนื้อเรื่องเป็นยังไงกันแน่ ตอนนี้ตั้งใจอ่านจริงจัง ฝนเลยขอยืมเพื่อนมาใหม่

ถามว่ารู้สึกยังไง? ฝนขอยกคำแซวของป๊ะมาบอกเลยแล้วกัน
“สนุกมากจนวางไม่ได้เลยใช่ไหม?” (หัวเราะ)

สนุกไม่สนุกไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือฝนพกติดตัวตลอด เล่มเล็กๆ เก็บง่ายดี จะไปส่งงานอาจารย์ที่มหา’ลัยก็พกไป ไม่ได้อ่านนะ พกไปวางข้างๆ ระหว่างนั่งแก้การบ้าน นั่งรถกลับบ้านมาก็นั่งอ่านบนรถ จะอาบน้ำหรือเข้านอนก็ขออ่านซักบทก่อน ขนาดตอนซักผ้ายังวางไว้ตรงโซฟาใกล้ประตูบ้าน เวลารอน้ำเต็มถังก็หยิบมานั่งอ่าน ไม่แปลกที่จะโดนแซว ฮาาาา จริงๆเนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรให้ลุ้นจนวางไม่ลงนะ แต่ไม่รู้ทำไมฝนอ่านแล้วเพลินจนลืมเวลาตลอด (ขำ)

มาเม้าส์เนื้อเรื่องดีกว่าเนอะ
แกะรอย.. เป็นรายการที่นางเอกได้เป็นพิธีกรในนามนักแสดงหน้าใหม่ โดยที่มีพระเอกเป็นป๋า(?)ดัน แต่กว่านางเอกจะมาเป็นพิธีกร เธอได้ผ่านการทำงานมาแล้วหลายบริษัท แต่เพราะดวงไม่ถูกกัน (ตามที่น้องเปลี่ยนบอก) ทำงานไปไม่เท่าไรเป็นอันต้องออกมาเพราะบริษัทมีปัญหาตลอด แล้วด้วยแรงยั่วยุจากบี คู่ปรับทางอารมณ์ พ่วงตำแหน่งเพื่อนร่วมคณะที่เคยก่อนวีรกรรมกับนางเอกไว้ ทำให้นางเอกตัดสินใจไปสมัครงานในบริษัทของพระเอกแล้วก็เป็นบริษัทที่บีทำงานด้วย
มาทำงานวันแรกก็ได้ไปทำงานร่วมกับบี นางเอกที่มีแรงใจแรงกายเต็มที่ก็ถูกบั่นทอนจิตใจลง จนวันหนึ่งพระเอกดึงนางเอกมาทำรายการที่เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้นางเอกแต่แรก เรื่องเกิดตรงนี้แหละ เกิดเพราะนิสัยของบี เกิดเพราะความอยากเอาชนะของบี ผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามแข่งกับนางเอกในทุกๆเรื่อง (ทั้งๆที่นางเอกไม่รู้เรื่องอะไร) จนบีพ่ายให้กับตัวเอง

แกะรอยมาแล้ว แล้วรักละมาตอนไหน?
รักเนี่ยมาตอนที่พระ/นางเขาทำงานร่วมกันแหละค่ะ มีน้องเปลี่ยนฟ้าเป็นตัวกระตุ้น (ส่งส่วยอาหารเช้าและกลางวันตลอด) มีปู่กับยายนางเอกตีวงล้อมต้อนพระเอกอีกนิดหน่อย
พระเอกเขาเป็นคนจริงจัง เขาชอบ เขาแคร์ เขาเล็งไว้ เขาไม่บอกตรงๆนะ ออกแนวตีเนียน จนเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นทำให้เขาต้องรีบปกป้องนางเอก พอจะขอคบก็ไม่พูดตรงๆนะ “คบกับผมไหม?” อะไรแบบนี้ไม่มี๊ จะมาแบบ
“ผมเห็นเดือนนะ สุกสว่างเชียว ตรงหน้าผมไง ในดวงตาคุณ เดือนสองดวงสว่างสวยทีเดียว”
นางเอกชื่อชมเดือน ทั้งๆคืนเดือนมืดก้ชมนางเอกซึ่งๆหน้า ไม่จบแค่นั้น มาต่อที่ อ้อน(?)ขอเป็นแฟน
“กระพือไปไม่กลัว กลัวไม่กระพือ ผมอยากเอาข่าวล้างข่าว ประกาศไปเลยว่าคุณไม่ได้คบผู้ชายไปทั่ว คุณควงหนุ่มคนเดียว ตกลงไหม?”
แหนะ แหนะ แหนะ ไม่ให้ฝนเรียกตีเนียน จะให้เรียกว่าอะไร!!! หลังจากนั้นก็เอาตัวเองมาทานมื้อเย็นบ้านนางเอกตลอด (อาหารสามมื้อครบ)
เวลาคนจริงจังแล้วมาทำตัวอ้อนขอรักแบบนี้ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ ทำเอาฝนกรี๊ดในใจได้เบาๆเลยแหละ

แต่ฝนติดอยู่ประโยคเดียว
ตอนที่นางเอกเธอรู้ว่าพระเอกปิดบังเรื่องหนึ่งไว้ พระเอกพูดว่า “เดือนจ๋า ผมขอโทษ” ตรงเดือนจ๋าเนี่ยผิดอารมณ์ไปนิด สะดุดกึกเลย
ฝนอ่านมาตั้งแต่หน้าแรกจนถึงจุดคลายปมเรื่อง พระเอกไม่มีจ๊ะจ๋ากับนางเอกเลย แต่ก็คิดไปว่าเขาอาจจะอ้อนในช่วงนั้นก็ได้ เป็นแฟนกันแล้วหนิ ไม่แปลก ช่วงหลังๆอาจจะมีโมเม้นต์แบบนี้อีกก็ได้ พออ่านจนจบเรื่องฝนก็ยังกลับมาติดใจใหม่ เพราะตอนเขามาง้อขอคืนดี ตอนที่เรื่องจบแฮปปี้กันทุกคน พระเอกก็ไม่เดือนจ๊ะเดือนจ๋าแล้ว เลยคิดว่าพระเอกผิดลุคไปนิดนึง มีแค่จุดนี้แหละที่แอบติดใจ

มาเล่าเรื่องของบี
ฝนติดใจเธอมาก ตอนแรกอ่านไปก็หมั่นไส้ไป คนอะไรจะเห็นแก่ตัวได้ขนาดนั้น ทุกอย่างคือผลประโยชน์ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ย้ำว่าทุกอย่างจริงๆ เธอฉลาดนะ แต่ใช้ในทางที่ผิด พออ่านจนจบเรื่องก็นึกสงสาร ถึงจะรู้ว่าสิ่งที่เธอเจอคือผลของการกระทำ ผลจากความคิดของตัวเธอเอง แต่ก็อดสงสารไม่ได้ ไม่ใช่สงสารในสิ่งที่เธอเจอมานะ แต่สงสารที่เธอยังคิดไม่ได้ เธอยังคงจะเป็นตัวของเธอแบบนี้อีก เพราะเธอไม่ได้โทษตัวเองเลย ยังคงโทษคนอื่นต่อไป
ฝนคิดว่าถ้ามีเรื่องดราม่าของที่บ้านบีแบบเห็นได้ชัดเจนกว่านี้ ฝนอาจจะสงสารบีมากขึ้นก็ได้ เพราะอ่านไปมีกล่าวถึงแค่ส่วนเดียว แค่มาบอกว่าเพราะอะไรที่ทำให้บี กลายเป็นบี กลายเป็นผึ้งที่สู้กับทุกคนแบบนั้น แค่นั้น คุณพ่อของบีก็ออกมาแค่ฉากเดียวแล้วจบเลย

ที่สุดของความไม่ชอบของฝน ยกให้แม่ของจิลลี่ค่ะ
เธอเป็นคนที่ฝนอยากจะตะโกนถามว่า ความเป็นแม่มีอยู่บ้างไหม! ในสมองของเธอมีความคิดอะไรอยู่บ้าง รังเกียจมากคนแบบนี้ ทำไปได้ยังไง เห็นแก่ตัวที่สุด!! ถ้าบีคือคนแก่ตัวเรื่องผลประโยชน์และความอยากมีในงานและอยากเอาชนะ คนแบบแม่ของจิลลี่คือคนเห็นแก่ตัวขั้นสุด เห็นแก่ตัวแบบร้ายกาจ มากกว่าบีหลายสิบเท่าเลย เธอคิดได้ยังไง เธอทำได้ยังไง สงสารจิลลี่กับแอนนี่มาก สงสารจริงๆที่มีแม่แบบนั้น สงสารจนอยากจะร้องไห้เลย อ่านไปก็อึ้งไป ทำไมคนแบบนี้ถึงมีตรรกะการคิดแบบนี้!! มองเห็นด้านมืดของวงการสีสันได้อย่างชัดเจนจากการกระทำของเธอเลยค่ะ

มาเฮฮาตามภาษาตำหนักเปลี่ยนฟ้าดีกว่า
ปู่กับยายของนางเอกเป็นตัวเรียกสีสัน เรียกความบันเทิงในนิยายเลยแหละค่ะ ท่านทั้งสองทะเลาะกันบ่อยมาก ทะเลาะกันตั้งแต่เรื่องเล็กๆไปจนถึงเรื่องใหญ่โต เฮฮากันไป พอจับคู่พันธมิตรกันก็เข้าขากันดีเหมือนไม่มีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อน น่ารักดี มีบางอารมณ์ที่ฝนน้อยใจแทนนางเอกในความลำเอียงรักหลานไม่เท่ากันของสองท่านี้ แต่ไม่ร้ายแรงจนเกิดดราม่า เป็นอารมณ์เข้าข้างกันมากกว่า แต่ด้วยการเลี้ยงดูลูกๆของพ่อกับแม่นางเอกทำให้เปลี่ยนฟ้ากับชมเดือนเป็นพี่น้องที่รักกันดี มีกวนกันบ้างตามภาษาพี่น้อง น่ารักดีค่ะ บ้านนี้บันเทิงมาก

พูดถึงตำหนักเปลี่ยนฟ้า จะพลาดเรื่องของน้องเปลี่ยนฟ้าไปได้ยังไง
น้องเปลี่ยนเป็นเด็กที่รวมความสามารถด้านการดูดวงมาของทั้งตระกูลไว้ในคนๆเดียว ฝนชอบน้องตรงที่ว่าไม่ว่าน้องจะเจอการรบกวนจิตใจมามากแค่ไหน (จากการดูดวงให้คนอื่น ภาพที่ลอยเข้ามาในหัว และความทุกข์จากการรับฟังเรื่องราวของคนที่มาปรึกษาบรรดาลูกค้าทั้งหลาย) น้องยังคงมีความเป็นเด็กอยู่ ถึงจะโตกว่าวัยในบางครั้ง แต่ความเป็นตัวตนของน้องไม่ได้หายไปไหน ยังคงทะเล้น ขี้แกล้ง(พี่สาว) และชื่นชอบในแบบวัยรุ่น (ครูสอนภาษาฝรั่งเศส) น้องเหนื่อยนะฝนว่า เหนื่อยกับอะไรหลายๆอย่าง ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ยังคงต้องรับรู้ เหนื่อยกับการเป้นความหวังของปู่กับยาย แต่น้องเขาก็หาจุดที่เรียกความสุขให้กับตัวเองได้ น้องเก่งค่ะ ยกป้ายเป็นแฟนคลับน้องเลย

ฝนรู้สึกติดใจแล้วล่ะ อยากจะหยิบผลงานเรื่องอื่นมาอ่านบ้างแล้ว เป็นนิยายที่ให้อะไรๆเยอะดี ไม่ใช่แค่พระ/นางรักกันแล้วก็จบ ชอบอ่ะ ชอบบบบบ ถ้าเอาตามความคิดฝน ฝนคิดว่าเรื่องนี้เป็นนิยายรัก ถึงจะไม่ค่อยมีฉากหวานแต่ฝนว่าเนี่ยลงตัวแล้ว ชอบอ่ะ มีเรื่องเหนือธรรมชาติให้เปิดหูเปิดตา มีปริศนาในคาดเดาในเนื้อเรื่อง มีสีสันของตัวละครบางตัวที่อ่านแล้วรู้สึกบันเทิงใจมาก

ฝนรู้แล้วล่ะว่าทำไมนักอ่านส่วนใหญ่ถึงติดใจนิยายของกิ่งฉัตร (ขาฝนก็เริ่มจะก้าวเข้าไปอยู่ในโลกของกิ่งฉัตรด้วยแล้ว!)

PS.
→ อยากไปตำหนักเปลี่ยนฟ้าจัง! ไม่ได้ไปดูดวงนะ ไปดูปู่กับยายน้องเปลี่ยนทะเลาะกัน ฮาาา
→ ขอบคุณฝ้ายสำหรับการยืมนิยายรอบสอง แฮ่ ยังมีลีลาวดีสีเพลิงอีกเรื่อง ไว้หลังสอบจะอ่านต่อเลย!


More :
Goodreads


Date: May 5, 2015

จนกว่ารักบันดาลใจ : นาวาร้อยกวี

ชื่อหนังสือ : Nearly Lost Love – จนกว่ารักบันดาลใจ
ผู้แต่ง : นาวาร้อยกวี
สำนักพิมพ์ : อรุณ
ISBN :
พิมพ์ครั้งที่ : 2 (มีนาคม 2555)
จำนวนหน้า : 371 หน้า

คำโปรย :
เธอคือนางเอกเจ้าน้ำตา นางฟ้าของชาวบ้าน หรือนางมารของผมกันแน่

รายละเอียด :
เธอและเขาต้องจากกัน เพราะความเข้าใจผิด กลับมาคราวนี้เธอจึงขอเปลี่ยนลุคให้เป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่เพื่อทวงตำแหน่งคนของหัวใจคืน ใครจะยอมปล่อยไปง่ายๆ หนุ่มวิศวะ (กร) มากเสน่ห์ ชวนฝันเชียวนะ
ปลิง…คือนิยามของนางร้ายอย่าง มนต์วธู สาวสวยแสนเซ็กซี่ที่ขอกลับมาทวงบัลลังก์นางเอกคืนจากคนรักเก่าอย่าง ปริวัตถ์ หนุ่มมาดขรึมเสน่ห์แรง…
ปลิง…คือนิยามของนางร้ายอย่าง มนต์วธู สาวสวยแสนเซ็กซี่ที่ขอกลับมาทวงบัลลังก์นางเอกคืนจากคนรักเก่าอย่าง ปริวัตถ์ หนุ่มมาดขรึมเสน่ห์แรงที่สาวๆ อยากเดินเคียงคู่ วิศวกรโยธามือหนึ่งของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เธอเพิ่งจะได้เข้ามาทำงาน อีกคนตามตื้อ ส่วนอีกคนก็คอยตั้งป้อมไม่ยอมให้เธอจีบ วิศวกรฝึกหัดอย่างเธอเลยต้องเจอวิศวกรพี่เลี้ยงจอมเฮี้ยบอย่างเขารับน้องใหม่เสียอ่วม แต่มีหรือมือชั้นนี้จะยอมแพ้ง่ายๆ ในเมื่อเธอหมายตาผู้ชายที่แสนจะเพอร์เฟ็กต์อย่างเขาให้มารักกันให้ได้ เมื่อสวยร้ายเต็มรูปแบบที่ทั้งยั่วโมโห ทั้งช่างตื้อเป็นที่หนึ่ง ต้องมางัดข้อกับคนสุขุมมาดนิ่ง ที่มีตำแหน่งอดีตคนรักพ่วงท้ายมาด้วย ปฏิบัติการล่ารักชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน จึงเริ่มต้นขึ้น


หนังสือที่เกี่ยวข้องกัน :
อกเกือบหักแอบรักคุณสามี (My Husband- In- Law)


บันทึกหลังการอ่าน…

เปิดตัวเล่มแรกของปีด้วยเรื่องนี้เลย แอร๊ยยย

เรื่องนี้ฝนอ่านเพราะแรงยุจากคนรอบข้าง ฮาาา มันมี story ไง ขอเล่าก่อนนิดนึง
คือได้คุยกุ๊กกิ๊กกับพี่นักเขียนท่านหนึ่ง คุยไปคุยมาพี่เขาก็แนะนำเรื่อง “อกเกือบหัก แอบรักคุณสามี” มาให้ บอกว่าน่ารัก ฮาๆ ขำๆ
น้ำฝนก็บ้ายุ ลองหาข้อมูล จุ๊บจิ๊บไปมา (ดูใช้คำ) เห็นขนาดเล่มแล้วน้ำตาจะไหล
ฝนว่าทุกคนน่าจะเคยประสบพบเจอแน่นอนกับวิกฤตตู้หนังสือเต็ม (ฮาาา) แล้วยังหาตู้ที่ถูกใจยังไม่ได้ ตอนนี้เวลาซื้อนิยายก็นั่งคิดเยอะมากว่าจะเก็บตรงไหน ไรงี้ แล้วเรื่องอกเกือบหักฯ เนี่ย ตอนนั้นยังไม่มี eBook ให้ฝนจิ้ม ฝนก็ตั้งใจว่าจะรอ เพราะดูลาดเลาแล้วบ้านอรุณทำ eBook ลง meb เรื่อยๆ แน่ๆ อนาคตยังไงเธอก็ต้องมี
รอไปรอมา พร้ำเพ้อเรื่อยเปื่อย จนนางลง meb จริงๆ!! #เริดมากค่ะ น้ำฝนดีใจก็แชร์ๆ เม้าท์มอยว่าจะจิ้มนะ จะเอาไปอ่านบ้านยายนะ ไรงี้
เพื่อนสาวก็มาเม้าท์บอกว่า “ก่อนเธออ่านเรื่องนี้ เธอไปอ่านเล่มของพี่ก่อนนะย่ะ”
ซึ่งก็คือเรื่องนี้ น้ำฝนไม่รอช้า จิ้มเรื่องนี้มาอ่านก่อน ถือว่าเป็นการชิมแนวทางนักเขียนมาถูกจริตไหม ไหนๆกระแสหนังสือเขาดีมาก ทำคนเพ้อไปหลายคนอยู่ แถมฝนก็ไม่เคยอ่านหัวบ้านอรุณมากก่อน ลองเชิงงงง จัดไป list ไว้ในรายการที่ต้องอ่านให้ได้ด้วยนะ
เริ่มปีมา เดินทางถึงบ้านยาย น้ำฝนก็เปิดอ่านเลยค่ะ เป็นเรื่องแรกของปีนี้ (เล่มอื่นๆยังไม่ได้ขนลงจากหลังรถไง เล่มนี้เปิออ่านในน้องแพต)

ผลเป็นไง อ่านแล้วเป็นไง (หัวเราะแห้ง)

ผิดหวังนิดหน่อยค่ะ
ฝนหวังไว้สูงมากกกกกกก เพราะกระแสแรงมาก อีกทั้งเพื่อนก็บอกว่าน่ารักดี นางชอบพระเอกไรงี้
โอเค จากพล็อตเรื่อง น่ารักจริงๆค่ะ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกว่า อื้ม น่ารักดี แล้วจบเลย
ความเห็นส่วนตัวนะคะ อาจจะเพราะแนวทางของนิยายไม่ถูกจริตฝนด้วยแหละมั้ง ฝนเลยรู้สึกผิดหวัง

มีบางประโยค บางคำพูด ฝนอ่านแล้วฝนงงมาก ใช้รูปประโยคแบบงงๆน่ะค่ะ
ฝนอ่านแล้วคิดว่า ทำไมใช้แกรมม่าที่เข้าใจยากจังเลย เห็นไม่เยอะนะคะ อ่านไปนานๆจะเจอสักที

ที่สำคัญคือเรื่องนี้บทบรรยายกับบทความคิดไม่มีแยกกันค่ะ เขียนปนกันหมดเลย
ฝนไม่รู้สึกว่าอ่านนิยายเลย แต่รู้สึกเหมือนกำลังอ่านบันทึกของเพื่อน ที่เขียนแบบรวมๆ บางครั้งในบทบรรยายก็เรียกชื่อตัวละครด้วยชื่อเล่น บางครั้งบอกชื่อจริง คนอ่านอย่างฝนต้องทำความเข้าใจเองว่า ที่ใช้ชื่อจริงคือบทบรรยายนะ ส่วนที่ใช้ชื่อเล่นคือความคิดของตัวละคร แต่บอกตรงๆเลยว่า อ่านไปก็แยกไม่ออกมาอันไหนบรรยายอันไหนเป็นความคิด
อย่างชื่อน้องสาวคนเล็กของพระเอก ยายเมย ณ ตอนนี้ฝนยังจำชื่อจริงของน้องไม่ได้เลยค่ะ เพราะในเรื่องใช้คำว่า ยายเมย ซะส่วนใหญ่
ส่วนตัวแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรค่ะ แต่เพราะฝนเป็นคนเรื่องมาก ดังนั้นก็… ปล่อยฝนผ่านไปเถอะค่ะ เป็นรสนิยมส่วนตัวฝนเอง

อ่านไปบทแรกๆ ฝนยังงงๆกับท้องเรื่องอยู่ ไม่แน่ใจว่าเรื่องจะไปในทางไหน เพราะไม่ได้อ่านคำโปรย ไม่อ่านเรื่องย่ออะไรเลยด้วยแหละค่ะ ฝนไม่ชอบอ่านพวกนั้น
ฝนรู้สึกว่า (อันนี้คิดเองนะ)
คำโปรยปกและเรื่อยย่อจะเขียนยังไงก็ได้ เป็นโฆษณาชวนเชื่อที่จะให้คนมาอ่านหนังสือเล่มนี้เยอะๆ ดังนั้น บางครั้ง คำโปรยปกมักทำให้คนตื่นตาตื่นใจ เพิ่งแรงจูงใจ หรือแม้กระทั้งจับทางคนอ่าน
ถ้าเขียนดี เขียนตรงกับในเล่มก็ดีไป ฝนเคยเจอแบบถูกหลอกมา หลังปกบอกอย่างหนึ่ง แต่เนื้อหาจริงๆเป็นอย่างหนึ่ง พอเจอมาสองสามเล่ม ก็เลิกเชื่อเลย กลัววววว ฝนเลิกอ่านพวกนี้มานานแล้วววว

มาเม้าท์ต่อ
ถึงตอน งงท้องเรื่องใช่ไหม?
ท้องเรื่องที่ฝนพูดถึงคือ timeline ของเรื่องน่ะค่ะ แบบว่า อ่านไปตอนแรกก็จับใจความได้ว่า พระเอกถูกหักอกมานะ แบบสตรีนางนั้นท้องแล้วไปแต่งงานกับคนอื่น พระเอกก็เล่าถึงความเศร้าของตัวเองว่า โดนทำร้ายแบบนี้มาสองครั้งแล้ว นางก็ดราม่า บลาๆๆ ไปตามภาษาคนเศร้า แล้วพอกลับมาก็ป่ะกับนางเอก พระเอกก็หนีๆ นางเอกก็ตามๆ จะจีบ จะเอา ต้องได้
เรื่องดำเนินไปมา จากที่พระเอกหนี นางเอกตาม กลายเป็นนางเอกหนี พระเอกตาม สลับกันจีบอีกครั้ง จนต่างฝ่ายต่างเดินเจอกันคนละครึ่งทาง เลิฟๆ จบ

แต่แบบฝนอ่านแล้วต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะทำความเข้าใจตัวพระ/นาง
ฝนรู้สึกว่า ตอนอ่านบทแรกๆ เนื้อหาต้องการให้คนอ่านรู้เรื่องทุกเรื่องพร้อมพระเอก เจอนางเอกที่พยายามเข้าหาพระเอก โดยที่ตัวละครทั้งหมดบอกว่าแรง จีบแบบตรงๆ
ฝนอ่านแล้วเฉยๆ ดูน่ารักแบบตรงๆดี ที่ฝนอ่านมายังไม่มีจุดไหนที่คิดว่าแรงไปเลย แต่เขาบอกว่านางแรง นางน่ารำคาญ อื้ม นางแรงก็ได้ (ส่วนตัวแล้ว ฝนยังคิดว่าตัวฝนเนี่ยแรงกว่าด้วยซ้ำ ฮ่า)
อ่านไปสักพัก ก็เริ่มมองออกว่านางอยากได้พระเอกคืนมานะ อ่า แต่ที่ทำแบบนี้ทำให้เดาว่าน่าจะจากกันแบบไม่ดี แล้วจากตอนที่พระเอกดราม่ามาตอนก่อนหน้า ก็ไม่ดีแหละ นางเห็นแก่ตัวชะมัด แล้วนางมีเหตุผลอะไรที่ทำแบบนี้ (ตรงนี้เริ่มมองออกแล้วว่านางแรง)
พอเล่าไปเรื่อย ฝนมาสะดุดตรงที่ อดีตที่เริ่มแง่มๆ บอกออกมา ทีละนิด ทีละหน่อย ซึ่ง… ฝนคิดว่าออกมาแบบทื่อๆไปหน่อย อยู่ดีๆก็บอก
โอเค ตอบโจทย์ความงงได้หลายๆอย่าง แต่ไม่ตอบโจทย์เรื่อง timeline ทั้งหมด ฝนยังงงอยู่ว่า อดีตที่เขาหมายถึงเนี่ย ผ่านมากี่ปีแล้ว แถมพระเอกเธอก็คิดวนไปวนมา ฝนก็ต้องวิ่งตามนางว่า อันนี้อดีตของใคร? แฟนเก่าหรือแฟนเก่ากว่า (นางเอก)
ถึงกลางๆเรือง ฝนถึงเริ่มจะรู้จักนางเอกมากขึ้น งงไหม
ตอนแรกเราจะเดินตามพระเอก โดยไม่รู้จักนางเอกเลย พอมากลางๆเรื่องถึงจะมารู้จักนางเอกทีหลัง พอมาถึงตอนนี้ เรื่องเริ่มลงตัว ไม่รู้สึกอึดอัดหรืองงอะไรอีก ฝนอาจจะคิดไปเองก็ได้ว่า ตอนแรกนักเขียนต้องการซ่อนปม? แต่ซ่อนมากไปเลยทำให้งง
หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องไปมา จนจบเรื่องค่ะ

ทีนี้ตอนคลายปม
ที่ฝนคิดว่าพระ-นางจากกันด้วยไม่ดี ฝนคิดถูกแบบครึ่งๆ เรียกว่าเป็นการจากไปด้วยความเข้าใจผิดมากกว่า ด้วยความเป็นวัยรุ่นกับอะไรหลายๆอย่าง ทำให้คำว่าเข้าใจผิด เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต พอมาป่ะกันอีกครั้ง พระเอกเลยเคืองๆ โกรธๆ ไม่อยากคุยด้วย รำคาญ จะกลับมายุ่งอีกทำไม อะไรแบบนั้น
ฝนเข้าใจพระเอกตรงจุดนี้ คิดว่าอารมณ์พระเอกมาถูกทางแล้วล่ะ

แต่ฝนไม่เข้าใจนางเอก
พออ่านจบเรื่องฝนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ทำไมตอนกลับมาเจออีกครั้งถึงต้องทำตัวแบบนั้น มีเหตุจูงใจอะไรให้ต้องแซ่บ แล้วเข้าหาพระเอกด้วยลุคแรงๆ ทั้งๆที่อินเนอร์นางก็ไม่ใช่
ถ้ามองจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ระหว่างจากกันหลายปี ก็ไม่น่าจะเป็นขนาดนี้ ผู้หญิงมั่นใจ กับ ผู้หญิงแรงๆ ต่างกันนะคะ ถึงจะต่างกันไม่มาก แต่ก็ต่างกัน
จากที่อ่านทั้งหมด ฝนคิดว่านางเอกน่าจะเป็นสาวมั่นใจมากกว่า แล้วที่ต้องการจะอ่อยพระเอก จนถึงต้องทำขนาดนั้น (ขนาดไหน!?!! อยากรู้? อ่านเองจ้า) อาจจะเพราะอยากได้พระเอกแบบเร็วๆ (นางหนีการแต่งงาน) ก็ได้ แต่พอได้มาก็รู้สึกผิด จนต้องปล่อยไป แต่ปล่อยได้ไม่นานก็กลับมาเจอกันอีก (หัวเราะ)
ตอนมาเจอกันอีกนี่ทำให้รู้สึกเหมือนพล็อตละครไทยเลย

แล้วหลังจากนี้ ฝนก็เดาอารมณ์กับนิสัยตัวละครไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะมันไม่แน่นอนเลย ฝนสรุปจากการกระทำแล้วก็เนื้อหาของนิยายไม่ได้เลย แต่ก็มีบอกไว้นะว่าพระเอกเป็นคนแบบไหน นางเอกเป็นคนอย่างไร

ถ้าเรามองตามหลักความเป็นจริง เท่าที่ฝนคิดนะคะ
นางเอกเป็นคุณหนู คิดว่าคุณหนูทั่วๆไปมีนิสัยเป็นแบบไหนกันคะ?
แล้วนางเอกมีพ่อที่ชอบวางแผนชีวิตให้ กดดันหลายๆทาง แม้กระทั้งเรื่องแต่งงาน แสดงว่านางเอกเป็นคนเก็บกด ถึงจะมีแม่คอยปรับทุก แต่ก็ต้องมีเก็บกด แน่นอน นางแสดงออกโดยการแหกกฏ
ตอนแรกเรียน ป.ตรี ในคณะที่พ่อไม่ชอบ
ต่อมาก็หนีงานหมั่นแล้วเรียนต่อเมืองนอก
ต่อมาก็หนีมาทำงานอย่างที่ชอบแล้วก็หนีงานแต่ง
ตรงนี้เป็นการแสดงออกของคนที่ถูกกดดันแล้วก็เอาแต่ใจตัวเองนิดๆด้วยแหละค่ะ เอาแต่ใจตัวเองนิดๆเนี่ย มาจากที่นางเอกเป็นลูกสาวคนเดียว แน่นอนว่าต้องมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองด้วย อาจจะไม่มาก แต่ก็มี
มาดูกันต่อ นางเอกผ่านประสบการณ์การเรียนเมืองนอกมา แน่นอนว่าต้องทำอะไรเองในหลายๆอย่าง ถูกไหมคะ?
เรียนเมืองนอกคนเดียว ต้องทำงานพิเศษด้วย ดูแลตัวเองไปด้วย แต่…. ก่อนหน้านั้น นางก็เคยซักเสื้อผ้าให้พระเอกด้วย ตอนเรียนด้วยกัน
ฝนว่าต้องนี้ขัดแย้งกันตรงที่ว่านางเอกเป็นคุณหนูมีหน้ามีตาในสังคมค่ะ
คุณหนูกับการทำงานบ้าน ไม่เข้าพวกกันแค่ นางน่าจะมีคนรับใช้หรือพี่เลี้ยงด้วยนะ (นี่มโนเอา)
อย่างที่บอกค่ะ ฝนมโน แต่ไม่แน่ บ้านนางเอกอาจจะอยู่กันแบบสามคนพ่อแม่ลูกก็ได้ (ใช่ไหม?)
แน่นอน จุดนี้หักล้างได้ด้วยพลังแห่งรัก ที่ทำให้ผู้หญิงอยากหัดทำอะไรเองในหลายๆอย่าง
จากที่บอกมาตั้งแต่ต้น ฝนเฉยๆน่ะ ฝนเดาเอาจากความคิดแล้วก็เนื้อเรื่องที่อ่านเจอ ฝนไม่ติดใจอะไร
เพราะมีจุดหักล้างกันทำให้อะไรๆก็เกิดขึ้นได้

ฝนมาติดตรงเรื่องนางเอกคิดทำร้ายตัวเอง (ฆ่าตัวตาย)
ฝนไม่คิดว่าปัจจัยในเรื่องทั้งหมดจะนำพาไปเธอคิดสั้นได้ ถ้าจะเล่นในเรื่องนี้ ฝนคิดว่าต้องมีปัจจัยมากกว่านี้ค่ะ
มาลองดูกัน นางเอกหนีตามพระเอกไปเมืองนอก แต่หาพระเอกไม่เจอ จนรู้ความจริงว่าโดนเพื่อนหักหลัง อีกทั้งกลับบ้านไม่ได้ เพราะจะโดนจับแต่งงาน เลยจำเป็นต้องเรียนที่นู้น ต้องช่วยเหลือตัวเองเกือบทุกอย่าง
จากคุณหนูผู้อ่อนต่อโลก กลายเป็นหญิงสาวที่มองคนเป็น มั่นใจมากขึ้น
เมื่อกลับไทย แล้วรู้ว่าพระเอกมีแฟนใหม่แล้ว ก็เสียใจ แต่โตแล้วไง เลยมองดูอยู่ห่างๆ พร้อมกับทำใจไปด้วย
พอพระเอกโล่ง ว่าง เลิกกับสตรีนางนั้นแล้วก็กลับมาด้วยลุกแซ่บๆ เข้าหาแบบแรงๆ หวังจะได้แน่ๆ โดนคนรอบข้างบ่น ดุ ด่า พระเอกรำคาญแบบแสดงออกซึ่งๆหน้า ต้องมาทำงานที่ไม่ถนัด กดดัน จนต้องวางแผนอ่อย แล้วพอทำได้ก็สำนึกผิด เสียใจบอกความจริงไป แต่ไม่ทิ้งลาย ก็คนมันโมโห (ตามนิสัยคุณหนู) ทำเรื่องจนพระเอกโมโหกลับจับตัวมาขัง (ตามละครไทย) แล้วนางเอกนึกครึ้ม โมโหไง อึดอัด ไม่ได้รับความสะดวกเลยอยากแกล้ง แซะหาพระเอกจนโดนพูดตอกกลับแบบเจ็บๆ ตัวเองก็ เศร้าๆ ซึมๆ แล้วก็ฆ่าตัวตาย!
why?!!!!!!
คือทุกครั้งที่นางเอกทำผิด จะต้องรู้สึกผิดแล้วกลับใจทุกครั้ง นางเป็นผู้หญิงที่มีความคิดที่ดีนะ
แล้วอะไรคือจุดกดดันให้อยากจะตาย คำพูดตอบกลับแรงๆครั้งสุดท้าย?
ก็ขัดแย้งไปนะ
นางเอกกลับมาเพื่อตามรักเก่าคืนถูกไหม แล้วนางเอกก็รู้ว่าเหตุผลที่แยกทางกันเพราะอะไร ผิดชอบชั่วดียังไง สาเหตุนางเอกรู้อยู่แก่ใจ ถึงไม่ทั้งหมด แต่ก็รู้อยู่บ้าง
อีกทั้งนิสัยก็เปลี่ยนไปแล้ว มั่นใจมากขึ้น แกร่งขึ้น น่าจะรักตัวเองมากขึ้นด้วยถูกไหม?
ถ้านางเอกยังเป็นสาวน้อยคนเดิมอยู่ ก็ไม่แปลกถ้าจะทำแบบนั้น แต่นางเอกตอนนี้ไม่น่าจะทำแบบนั้นได้
จะบอกว่า เกิดจากการกดดัน ทั้งโดนขัง โดนดุ โดนดูถูกมา กดดันนะ นั้นคือสาเหตุทำให้คนท้อ
ใช่ค่ะ ฝนไม่เถียง คนที่ท้อมากๆ อาจจะคิดสั้นได้ แต่ว่า ตอนที่นางเอกเดินลงไปในน้ำ คิดถึงพ่อกับแม่ อยากกลับไปหา ตรงนั้นแปลก
พ่อกับแม่นางเอกยังไม่ตายค่ะ นางเอกจะเดินลงไปทะเลเพื่อฆ่าตัวตายทำไม
ถ้าคนคิดจะตายแล้วบอกว่าจะไปหาใครคนหนึ่งจริงๆ คนๆนั้นต้องตายแล้วค่ะ ณ ตอนนั้นเขาจะมองเห็นคนที่เขาคิดถึงอยู่ตรงปลายทางค่ะ
นางเอกเพ้อว่ามองเห็นเรือ เลยจะเดินไปหา จะกลับบ้าน ตอนที่ฝนอ่านตรงจุดนี้ ฝนคิดว่านางจะเดินหาเรือแล้วพายไปเองด้วยซ้ำ (อารมณ์กับนิสัยของนางเอกที่ฝนอ่านมาสื่อไปทางนั้นมากกว่า)

ขอโทษค่ะ ฝนมีปมเรื่องทำนองนี้นิดหน่อย เลยคิดมากตรงจุดนี้ไปนิด
นั้นแหละค่ะ อย่างที่บอก ถ้าเล่นในเรื่องการคิดสั้น ฝนว่าเหตุผลไม่น่าจะพอ
จุดนี้ฝนไม่โอ
เข้าใจนะคะ เพราะมีตรงนี้แล้วทำให้นางเอกดูน่าสงสาร พระเอกร้อนรน
แต่ก็นะ….

——————————
update 2016.01.31
ไปพูดคุยกับกลุ่มนักอ่านมากค่ะ ได้ข้อชี้แจงของประเด็นนางเอกฆ่าตัวตายมาด้วย แล้วก็ได้กลับไปอ่านอีกรอบในฉากนั้นมา
ผลคือ นางเอกไม่ได้ฆ่าตัวตายค่ะ แต่เสี่ยงตายเดินออกไปหาเรือที่อยู่ไกลออกไปค่ะ
จุดนี้ฝนอ่านพลาดไปจริงๆ ขอโทษค่ะ ยอมรับผิดแต่โดยดี
ขอบคุณพี่ชมพู่ที่ชี้แจงประเด็นนี้ให้ทราบ ผ่านข้อความของคุณด้งค่ะ

แต่เรื่องนิสัยของนางเอกฝนก็ยังคิดเหมือนเดิมนะ
เรื่องที่นางเอกน่าจะสตรองกว่านี้ค่ะ ไม่น่าจะเดินลงไปทั้งๆแบบนั้น (หัวเราะแห้ง)
แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้น พระเอกก็จะไม่เป็นแบบนี้ ใช่ป่ะ?

ขอโทษทั้งนักเขียนที่ฝนเขียนบล็อคซะจัดเต็มทั้งๆที่อ่านไม่ละเอียด
ขอโทษคนที่มาคอมเมนต์บอกด้านล่างที่ฝนแอบเหวี่ยงตอบกลับไปด้วยค่ะ

แน่นอนว่าฝนผิดจริงๆที่อ่านไม่ละเอียดตรงประเด็นฆ่าตัวตาย
แต่จุดอื่น ฝนคิดแบบเดิมนะ…
ไว้ถ้ามีโอกาสอ่านใหม่ จะพยายามอ่านแบบละเอียดดูค่ะ
——————————

หลายๆจุดที่ฝนคิดว่าน่าจะเพิ่มเนื้อเรื่องลงไปได้แต่กลับไม่มี… แอบเสียดายค่ะ
เพราะสามารถเพิ่มอรรถรสให้เรื่องดูมีสีสันมากขึ้นกว่าที่มีแค่เรื่องราวของพระ-นางอย่างเดียว
ฝนหมายถึงปมที่เกาะ มีจนดูเหมือนไม่มีเลย ฝนหวังฉากบู้ มีคนเจ็บตัว นางเอกถูกจับอะไรแบบนั้น แต่ไม่มีเลย พระเอกดูแลดีเกิ๊น ดีจนนางเอกหนีหายไปก่อนจะบู้อีก
อย่างปมนางร้ายด้วย มาในความหลัง พอมาปัจจุบันกลับไม่ทำอะไรเลย เสียดายความร้ายในอดีตของนางจริงๆ วางแผนได้ขนาดนั้นจนมาถึงขนาดนี้ แต่กลับยอมแพ้ง่ายๆ

ถ้าพูดถึงโดนรวมๆ แล้ว ก็น่ารักค่ะ ง้องอนกันไปมา เน้นเรื่องรักๆ อย่างเดียว
มีลุ้น คอยเอาใจช่วยพระเอกตอนท้ายๆ ว่าจะจีบนางเอกอีกครั้งได้ไหม จากเข้าหาแบบอ่อนโยน แบบนางรักๆ ไม่ได้ก็เผด็จการเลย บังคับจนได้มา
ใครถูกใจพระเอกช่างง้อแบบน่ารักๆ เผด็จการนิดๆก็เล่มนี้เลยค่ะ

PS.
→ เล่มนี้จิ้มแบบ eBook เลยไม่มี PR เป็นตุ๊กตาถ่ายคู่หนังสือ
→ ขอทำใจสักนิดก่อนแล้วค่อยจิ้มอ่านเล่มต่อของเรื่องนี้แล้วกันเนอะ


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


Date: January 3, 2015
null

เกมล่าบัลลังก์ เล่ม 1.1 : George R.R. Martin

ชื่อหนังสือ : A Game of Thrones – เกมล่าบัลลังก์ เล่ม 1.1
ชื่อชุด : A Song of Ice and Fire – มหาศึกชิงบัลลังก์
ผู้แต่ง : George R.R. Martin – จอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ติน
ผู้แปล : สุนัขป่าโลกันตร์, พิชิต พรหมเกศ
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ISBN : 978-974-289-417-7
จำนวนหน้า : 515 หน้า (รวมภาคผนวก 542 หน้า)


หนังสือในชุดเดียวกัน : A Song of Ice and Fire – มหาศึกชิงบัลลังก์
A Clash of Kings – ราชันประจัญพล
A Storm of Swords – ผจญพายุดาบ
A Feast for Crows – กาดำสำราญเลือด
A Dance with Dragons – มังกรร่อนระบำ
The Winds of Winter
A Dream of Spring


บันทึกหลังการอ่าน…

อ่านจบแล้ว!!!!! (จุดพลุฉลอง) แค่เล่ม 1.1 นะ (=_=)
กว่าจะทำใจเปิดอ่านได้เกือบปี (ซื้อมาเก็บแล้วจ้องมองทุกครั้งที่เปิดตู้)
บอกเลยว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเหนื่อยมาก!! นี่ขนาดอ่านภาษาไทยนะ คือเหนื่อยพอๆกับอ่าน “ของรักของข้า” (The Load of The Rings) เลย (ซึ่งปัจจุบันก็ยังอ่านไม่จบ) แต่ก็ชอบนะ
นางอยู่ในหมวดวรรณกรรมแปล ก็ทำใจแล้วล่ะว่าต้องหนักหน่วง (เป็นพวกอ่านนิยายแฟนตาซีเด็กไง ไม่ค่อยอ่านแนวแฟนตาซีผู้ใหญ่เท่าไร) แล้วก็หนักจริงๆ อ่านไปต้องพักไป (อ่านจบใน 2 วันถือว่าช้ามาก) แล้วยิ่งดูซีรีย์มาก่อนด้วยนะ ก็ยิ่งแบบ..โอ๊ยยยย..เลย
ถ้าเทียบกับ “เอรากอน” ที่เล่มก็หนา เนื้อหากับรายละเอียดเยอะยังอ่านได้สบายๆ มากกว่านางเลย (โฮฮฮฮ) แต่เอรากอนก็จัดว่าอยู่ในหมวดเด็กโตนี่นา….

ส่วนตัวแล้ว ชอบมาก!!!
คือซื้อหนังสือมาก่อนแล้วก็จิ้มดูซีรีย์ นี่ก็เพิ่งดูจบไปแค่ SS1 ก็หยิบเล่ม 1.1 มาอ่าน ถ้าถามว่าอ่านกับดูอันไหนดีกว่ากัน บอกเลยว่าทั้งคู่ ในซีรีย์จะผิดไปกับหนังสือนิดหน่อยเอง แต่ถ้าให้แนะนำอ่านหนังสือก่อนดูจะดีกว่า เพราะเราจะรู้ความคิดของแต่ละตัวละครได้มากกว่าที่ภาพแสดงออก รู้ถึงสิ่งรอบๆตัวและประวัติความเป็นมา (ที่สำคัญมาก) ได้มากกว่า อย่างตระกูลต่างๆที่เยอะมากในเรื่องนั้นมีความเกี่ยวกันยังไง สำคัญแค่ไหน ถ้าดูในซีรีย์เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อกล้องแพลนหน้าเยอะๆใช่ป่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าสำคัญยังไงเป็นมายังไง จนตายไปก็ไม่รู้ว่าสำคัญ จนกว่าจะคลายปมอะไรซักอย่างได้ แต่ในหนังสือจะบอกเลยว่านางตายนะ ตายเพราะเนี่ย แล้วส่งผลให้เนี่ยเกิดขึ้นไรงี้ เราจะรู้ไปอย่างช้าๆและตราตรึงมาก #นี่บอกเลย คือสนุก คือดี คือเริ่ด แต่เหนื่อยมาก
อย่างคาลีซี ในซีรีย์ตอนแรกๆคิดว่านางเป็นคนนิ่งๆเงียบๆไร้ความรู้สึกจากภาพที่สื่อแล้วมโนตาม แต่ก็เพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วทำเนียมตระกูลนางคือให้นางแต่งกับพี่ชายนะ (ในซีรีย์บอกไหมหว่า?) รักษาสายเลือดมังกรให้บริสุทธิ์ แล้วนางก็กลัวพี่ชายเข้าขั้นหลอนมาก กลัวมากกว่าความตายของตัวเองอีกมั้ง นางเลยนิ่ง จริงๆแล้วนางดื้อเงียบมากกว่า ก่อนนางจะถูกพี่ชายขายให้กับนักรบบนหลังม้าอ่ะ นี่คือจุดแตกต่าง เลยแนะนำว่าอ่านหนังสือก่อนดูซีรีย์ดีกว่า~~~~~

สนุกและเริ่ดมากกกกก เดี๋ยวพักสมองอ่านนิยายรักกุ๊กกิ๊กก่อนค่อยกลับไปอ่านเล่ม 1.2 อ่านต่อกันไม่ไหว จากเหนื่อยจะกลายเป็นเครียด

PS.
→ รักเธออาร์ยา สตาร์ค
→ รักนายด้วยแบรนดอน สตาร์ค
→ ติดตามนายอยู่นะลอร์ดสโนว์ (ฉันรู้ว่านายไม่ชอบฉายานี้ แต่อยากเรียก)
→ กรี๊ดกร๊าดหมาป่าโลกันต์ของพวกนายทายาทตระกูลสตาร์ค
→ ยกจาก facebook มาแปะ
→ ยังค้างอ่านเล่ม 1.2 อยู่เลยยยย


More :
Goodreads


Date: October 10, 2014