Posted in นักเขียนไทย, Sugar Beat

สิงห์ : ลิซ

ชื่อหนังสือ : สิงห์
ชื่อชุด : ชุด มาเฟียเลือดมังกร
ผู้แต่ง : ลิซ
สำนักพิมพ์ : Sugar Beat
ISBN : 978-616-00-0300-6
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มีนาคม 2555)
จำนวนหน้า : 398 หน้า

รายละเอียด :
ทรงกลด ทายาทกลุ่มเขี้ยวสิงห์ถูกจับตัวไปพร้อมกับจิรัสยา โดยที่คนร้ายอ้างว่าพ่อของเธอซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มเต่าศิลาเป็นผู้สั่งการ
เพราะไม่ต้องการอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย เต่าจึงต้องร่วมมือกับสิงห์เพื่อหาตัวคนร้าย โดยที่ความร่วมมือมาในรูปแบบของการที่ต้องร่วมหอลงโรงกันสมใจสิงห์หนุ่ม เพราะรักสาวเจ้ามาตั้งแต่แรกเห็น ทว่าสิงห์อย่าย่ามใจไป อย่าคิดว่าเต่าจะยอมให้ลอกกระดองแล้วกลืนลงท้องได้ง่ายๆ เต่าน้อยมีลูกเล่นแพรวพราวจนรอดปากสิงห์มาได้แบบใจหายใจคว่ำทุกวัน
เมื่อคนร้ายตัวจริงเผยตัว กลุ่มเขี้ยวสิงห์และเต่าศิลาจึงต้องร่วมมือกันต่อกร แต่หัวใจของจิรัสยานี่เล่า จะต่อกรกับความรักที่ทรงกลดเพียรมอบให้อย่างไร


หนังสือในชุดเดียวกัน : ชุด มาเฟียเลือดมังกร
เสือ (รพัด)
กระทิง (ผักบุ้ง)
แรด (ลิลลี่สีขาว)
หงส์ (Shayna)


บันทึกหลังการอ่าน…

ฝนอ่านเรื่องนี้เป็นรอบที่สองค่ะ
เหตุผลที่อ่านในครั้งแรกคือ “พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” ค่ะ (บอกแบบไม่อาย) #คือเป็นติ่ง #ติ่งพี่ติ๊ก พอได้ข่าวว่าพี่ติ๊กรับเล่นละครเรื่องนี้ก็รีบไปหาอ่านค่ะ วิ่งเข้าร้านเช่าหนังสือแล้วหยิบกลับมาบ้านทันที! จำได้ว่าอ่านครั้งนั้นใช้เวลาแปปเดียว แล้วก็รู้สึกเซ็งมาก อ่านแบบจับใจความคราวๆแล้วก็รีบนำไปคืน
ส่วนเหตุผลที่อ่านรอบสอง คือ ฝนเล่นบิงโกในภารกิจพิชิตกองดอง แล้วเล่มนี้ลงล็อคที่สุดในโจทย์เกมส์ก็ไปเช่ามาอ่านทวนความจำอีกครั้ง (ไหนๆละครก็กำลังมาเร็วๆนี้แล้ว รูปก็เห็นแล้ว ข่าวสัมภาษณ์ก็ไปอ่านมาแล้วก็จัดอีกสักรอบ) อ่านรอบนี้รู้สึกเหมือนเดิมค่ะ มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ยังไง?

อ่านแล้วรู้สึกเหนื่อยเลย เมื่อไรจะจบ ฮืออออ พอจบแล้วก็ดีใจ จบซะที
ขนาดอ่านไปจินตนาการหน้าพี่ติ๊กไปแล้วก็อยากจะร้องไห้ พี่ติ๊กกับบทแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ คือดูไม่ใช่อ่ะ อยากจะเห็นบทโทรทัศน์เลยว่าจะออกมาแบบไหน ปรกติเวลาอ่านนิยายที่ไปทำละครจะไปอ่านบทโทรทัศน์ที่ตีพิมพ์ออกมากลัวขัดอกขัดใจ แต่เรื่องนี้บอกเลยว่าอยากอ่านบทโทรทัศน์มาก หวังว่าพี่ติ๊กยังคงจะเป็นพี่ติ๊กให้ชวนกรี๊ดได้มากกว่านี้

เล่าเรื่องเนอะ
พระเอกเนี่ย เป็นคุณชายที่หล่อมว๊ากกก แล้วก็เป็นคุณชายแบบคุณชายเลย (คุณหนูน้ำฝนอ่านแล้วยังต้องชิดซ้าย) นางเรื่องมาก นางขี้วีน นางต้องเนี๊ยบ นางต้องสะอาด บลาๆๆ
ส่วนนางเอกเป็นคุณหนูคนเล็กที่พ่อหวงมากกกกก (ดูเป็นนิยายดีค่ะ เพราะความเป็นจริง จากที่เจอมาส่วนใหญ่ครอบครัวคนจีน แบบจีนแท้ๆ จะไม่ค่อยสนใจลูกสาวเท่าไร ประสบการณ์จากคนรอบข้างที่เล่าสู่กันฟังให้ได้ยิน) แต่เพราะกฏเหล็กของพรรคเต่าที่ปล่อยให้ลูกหลานออกมาเจอความลำบาก 2 ปีก่อนกลับบ้าน ทำให้ต้องปลอมตัวมาเป็นเลขาฯให้พระเอก (บวกกับหาข่าวไปในตัว ตามภาษาพรรคเต่าที่ชอบสะสมข่าวสาร) ซึ่งนางเอกก็ไม่รู้หรอกว่าพระเอกได้แอบปิ๊งปั๊งมาตั้งแต่ชนกันหน้าลิฟท์!
เรื่องเกิดตรงที่พระเอกกับนางเอกถูกลักพาตัวจากคนที่แอบอ้างว่าเป็นพวกเต่า ทำให้นางเอกต้องสลัดคราบเลขาฯที่ทำตัวแก่เกินวัยกลับมาเป็นคุณหนูเอาแต่ใจของพรรคเต่า แล้วก็หาทางหนีจากการถูกลักพาตัวนี้ พอหนีได้ก็เกิดมรสุมซ้ำพระเอก น้องชายบุญธรรมตาย หัวหน้าพรรคสิงห์ที่เป็นพ่อของตัวเองเข้าโรงพยาบาล ผู้หญิงที่ตัวเองปิ๊งปั๊งด้วยก็ไว้ใจได้ไม่เต็มร้อย จากที่เป็นเพียงแค่คุณชายธรรมดาก็ต้องผันตัวมาดูแลพรรคสิงห์แทนพ่อ แล้วก็หาคนที่แก้แค้นแทนน้องชายบุญธรรมของตัวเอง อ๋อ หาวิธีตะล่อมนางเอกให้ยอมหันมามองกันบ้างด้วย นางจัดการนางเอกก่อน โดยสร้างสถานการณ์ว่าได้ตกล่องปล่องชิ้นกันเรียบร้อย ทำให้พ่อนางเอกยอมยกนางเอกให้ หมดหนึ่ง mission ต่อด้วยหาคนที่ทำร้ายพ่อกับน้องชายบุญธรรม หาไปหามาจนคนร้ายเข้าถึงพ่อตัวเองได้ พ่อพระเอกตาย แม่พระเอกก็สภาพจิตใจย่ำแย่ ตัวพระเอกเองก็จะทรุด นางเอกจากที่เล่นตัวไปมาก็ยอมๆพระเอก ไหนๆก็แต่งแล้วจะนอนกับสามีตัวเองจะเป็นอะไรไป คงรักแล้วแหละ พระเอกได้กำลังใจจากนางเอกเต็มเปรียม คนร้ายที่ฆ่าน้องชายบุญธรรมก็ตายแล้ว เหลือแต่คนร้ายตัวจริง ก็เอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อ จนจับคนร้ายตัวจริง พร้อมกับการจากของคนที่พระเอกถือว่าเป็นญาติอีกคน
จบค่ะ

เนื่อเรื่องดูสนุกเนอะ ก็สนุกอยู่อ่ะ แต่บางอย่างฝนคิดว่ามันไม่ใช่

อย่างพระเอกขี้วีน ฝนโอเคนะ แบบจะปากจัด จะว่านางเอกแรงๆ นี่ไม่ติด แต่ติดว่าบางครั้งตอนบรรยายพระเอกฝนไม่รู้สึกถึงความเป็นผู้ชายเลย (ช่วงแรกๆที่นางออกฤทธิ์กับนางเอก)
ผู้ชายวีนได้ค่ะ เหวี่ยงได้ แต่ต้องในแบบผู้ชาย เอาพี่ติ๊กเป็นจุดยืนเนอะ พระเอกขี้วีน ขี้เหวี่ยงพี่ติ๊กก็เคยแสดง เรื่องอย่าลืมฉันไง (เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่าน แต่มีนอนสวยอยู่ในตู้แล้ว) ในละครคือนางวีน นางเหวี่ยงจริงๆ ฝนก็ไม่รู้ว่าในนิยายเรื่องอย่าลืมฉันจะเขียนออกมาคล้ายๆ คือๆ แบบนี้หรือเปล่า แล้วในละครเรื่องสิงห์จะออกมาในแบบนั้นด้วยไหม?
แต่จากประสบการณ์อันน้อยนิดที่เคยอ่านนิยายมา พระเอกขี้วีน เหวี่ยง ปากจัด ที่อ่านแล้วยังรู้สึกถึงความเป็นผู้ชายอยู่มีค่ะ ฝนเลยไม่ค่อยอินกับการอ่านฉากวีนของพระเอกเท่าไร

พระเอกเป็นผู้ชายที่ร้องไห้บ่อยมากค่ะ
ฝนแพ้น้ำตาผู้ชายนะ อ่านเจอแล้วอยากจะเข้าไปซบอกปาดน้ำตาให้ แต่… คุณทีเธอเยอะไปค่ะ เยอะแบบที่ว่าบทเธอดราม่าฝนรู้สึกเฉยๆเลยละ ไม่สงสารไปด้วย ว่าง่ายๆ ซีนอารมณ์เศร้า ฝนไม่เศร้าเลย แปลกมาก ทั้งๆที่นิยายมักเรียกน้ำตาจากฝนได้ง่าย จะเล็กน้อยยังไงน้ำตาฝนก็ไหลได่ แต่คุณทีทำให้ฝนเสียน้ำตาไม่ได้ แฟนนิยายดราม่าอย่างฝนรู้สึกไม่โอเท่าไรเลยค่ะ

นางเอกเป็นคุณหนูหลายสไตล์ในคนเดียวค่ะ
ฝนไม่นับตอนที่นางเอกเป็นเลขาฯให้พระเอกนะ เอาตอนที่อยู่ด้วยกันสองคน จากที่ฝนมโนตามที่อ่านในหนังสือ นางเอกเป็นคุณหนูที่เป็นคุณหนูจริงๆ ลูกสาวคนเล็กที่มีพี่ชายสองคนและพ่อคอยตามใจ เอาใจ รักและถนอมอย่างไข่ในหิน แน่นอนว่านางต้องเอาแต่ใจพอควร แล้วยังฉลาด เก่ง มีความสามารถ ว่ากันง่ายๆ เป็นสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก และไม่ยอมคน เวลาพูดกับพระเอกก็จะแสดงออกมาแบบนั้น สมคาแรคเตอร์(ที่มโนไว้)ค่ะ แต่บางครั้งนางเอกก็มีลักษณะการพูดที่ดูเป็นคุณหนูที่ต่างจากเดิม ดูอ่อนหวานขึ้น มีลงหางเสียงมากขึ้น
ตรงนี้ฝนก็มโนแบบเข้าข้างเองว่า.. มันเป็นพัฒนาการของความสัมพันธ์ไง เรียกว่าอะไรนะ? การเติบโตของตัวละคร (มั้ง) เขารักกันแล้ว เขาจะอ่อนหวานเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนไม่ได้เลยเหรอ?
มันก็ได้อยู่นะถ้าเป็นแบบนั้นตลอด บางครั้งก็กลับไปเป็นแบบสาวมั่นใจในตัวเองแบบเดิม แล้วก็มาเป็นสาวหวานใหม่ (จับจากบทสนทนา)
พอเจอซักสองสามฉากฝนก็มโนต่อว่า.. เฮ๊ยย เธอดูที่อารมณ์นางเอกซิ แบบอารมณ์นี้จะพูดแบบนี้ อารมณ์นั้นจะพูดแบบนั้นไง ซีนอารมณ์ๆ
ฝนโอเค๊ ซีนอารมณ์ก็อารมณ์ แต่ฉากจบนี่ไม่น่าใช่ จบเรื่องแบบ Completely แล้ว นางเอกเปลี่ยนลักษณ์การพูดอีกรอบ!! why?…. ผสมกันสองแบบที่เคยเจอ ไม่มีค่ะ ยังคงมีเหวี่ยง วีนตามสไตล์คุณหนู แต่เปลี่ยนวิธีการแทนตัวเองจากฉันเป็นชื่อตัว
ฝนว่าไม่น่าใช่แล้วอ่ะ คือถ้าจะบอกว่าเพราะนางเอกรักพระเอกแล้ว อยากจะพูดแบบคนใกล้ชิดกัน พัฒนาการของความสัมพันธ์อะไรแบบนั้น แล้วทำไมไม่พูดลักษณะแบบนี้ตั้งแต่ที่ยอมพระเอก? พูดตั้งแต่ที่รู้สึกว่ารักพระเอกก็ได้ คือนางรักรู้ตัวว่ารักพระเอกมาหลายบทก่อนหน้าแล้วไง ถ้าจะเปลี่ยนก็น่าจะเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนั้น มาเปลี่ยนตอนมีลูกด้วยกันแล้ว แบบนี้ฝนคิดว่ามันแปลกๆ

คุณหยกมณีความจำเสื่อมแบบแปลกๆ
ฝนคิดว่าเหตุผลที่ความจำเสื่อมนะโอเค พอไปไหว แต่มันแปลกที่ว่าเธอไม่รู้สึกว่าอะไรขาดหายบ้างเลยเหรอ?
ตอนที่อ่านเจอฝนอยากจะร้อง เฮ๊ย แบบเสียงดังๆเลยนะ เธออออออออ คนเราหลับตื่นหนึ่งแล้วช็อคตื่นมาความจำหาย เธอไม่รู้สึกแปลกเลยหรือไง! มันเป้นไปไม่ได้ที่จะไม่สงสัย มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้สงสัยมากเลยนะ อย่างแรกเธอต้องสงสัยว่าทำไมเธอมาอยู่ตรงนี้ ถึงจะถามใครจนได้คำตอบมา แต่ก็ต้องแปลกใจซิ ตัวเองจะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ถึงมีคนบอกแต่ก็ต้องติดใจบ้างแหละว่าทำไมเราถึงจำไม่ได้ ไม่มีทางที่จะปล่อยผ่าน อีกทั้งคนที่จำฝั่งลึกเป็นสิบๆปีแบบนั้น ก็ต้องมีบ้างที่รู้สึกแปลกๆซิ จะไม่สนใจ ไม่กระทบถึงความเป้นตัวตนเลยเหรอ?
อันนี้ฝนคิดว่าไม่โอเค เข้าใจว่าคุณหยกเธอสะเทือนใจมากจนช็อคแล้วความจำส่วนหนึ่งหาย แต่พอหายแล้วไม่กระทบตัวตนเลยมันแปลก มันไม่โอเค (ถอนหายใจ)

ฝนคิดว่าเรื่องนี้เป็นนิยายที่นิยายจริงๆค่ะ แบบนิย๊ายนิยายเลย (หัวเราะ)
ไม่ค่อยถูกจริตเท่าไร ก็อย่างที่บอกค่ะ อ่านให้สนุกก็สนุกค่ะ (ส่วนฝนรีบอ่านให้จบค่ะ…) คนอื่นอาจจะชอบก็ได้มั้ง

บอกตรงๆว่า ตอนอ่านรอบแรกก็รู้สึกคือๆนี้แหละ ยังตกใจด้วยซ้ำว่า เนี่ยนะจะเอามาทำละคร…
ก็ทำได้แหละ ยังไงก็ต้องมีปรับเปลี่ยนอ่ะเนอะ ตอนนี้ก็หวังว่าพี่ติ๊กจะออกมาได้ชวนกรี๊ดเหมือนเดิม

บ่นไปเยอะ บอกส่วนที่ฝนชอบดีกว่าเนอะ
ฝนชอบแง่คิดของเขานะคะ คือพระเอกพยายามจะทำให้วงการสกปรกกลับตัวกลับใจมาทำประโยชน์หรือทำให้มันถูกต้องมาขึ้น เหมือนที่พ่อนางเอกเคยทำ ถึงตอนแรกจะยากลำบากแต่ก็พยายามต่อไป ไม่หลงไปในอำนาจที่ตัวเองมี ต้องเจ็บน้อย ยอมเสียน้อย ยอมสกปรกน้อย เพื่อวันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องสกปรกหรือทำเรื่องผิดๆเหมือนที่คนรุ่นหลังเคยทำไว้อีก
ลึกซึ้งเนอะ ชอบอ่ะ แต่กว่าจะอ่านจนถึงบทสรุปนี้คือนานนะ (หัวเราะ)

PS.
→ สภาพหนังสือเช่า มันเกินกว่าจะนำมาเข้าเฟรมได้ เล่มนี้เลยต้องใช้ปกจาก internet แทน
→ น่าจะเป็นเรื่องแรกของพี่ติ๊กที่น้ำฝนขอไม่ซื้อ ไม่ไหวอ่ะ ไม่ถูกจริต แต่ถ้าบทโทรศัพท์โอเค อาจจะเก็บเป็นบทโทรทัศน์แทน…
→ เรื่องนี้มีฝาแฝดด้วยนะ แถมหน้าปกสีแดงอีกต่างหาก ถึงจะแบบนั้นก็กระตุ้นความอยากได้ไม่ได้ (ติ่งตัวละครมีแฝด) #น้ำฝนเป็นสตรีที่ชอบสีแดง
→ ยังคงสงสัยว่าตีนผมคือตรงไหน? ขมับไหม? หรือตรงไหน? โผล่มาแค่คำเดียวแหละ แต่นี่สงสัยจนไปค้นหาแล้วไม่รู้ว่าอันไหนถูก…
→ เอ่ม เรื่องอื่นในเซตนี้โอเคไหม? ไม่กล้าอ่านต่อแล้ว… ถ้ามีคนบอกว่าโอเคอาจจะไปหยิบมาอ่าน


More :
Goodreads


Date: March 8, 2015