แก้วตาหวานใจ : ดวงตะวัน



ชื่อหนังสือ : แก้วตาหวานใจ
ผู้แต่ง : ดวงตะวัน
สำนักพิมพ์ :
⇥ รูปเล่ม – พิมพ์คำ
⇥ eBook – ดวงตะวัน
ISBN :
⇥ รูปเล่ม – 978-616-7453-09-5
⇥ eBook – 978-616-7453-34-7
พิมพ์ครั้งที่ :
⇥ รูปเล่ม – 1 (กรกฎาคม 2546)
⇥ eBook – 1 (กันยายน 2556)
จำนวนหน้า : 513 หน้า

รายละเอียด :
ปัญหาท้องนอกสมรสของอนุช น้องสาวคนเล็กของอนิล ทำให้ชายหนุ่มนักเขียนบทละครโทรทัศน์อย่างอนิลต้องกลายเป็น “ลุงช้าง” ของเด็กหญิงมดตะนอยมานับแต่นั้น
แต่แล้ววันหนึ่ง สาวเมืองอุบลฯ หวันยิหวาหรือไข่หวาน น้องสาวของมุรธา ผู้ชายที่ทำให้อนุชท้อง ก็เดินทางมาตามหาหลานสาวของตัวเองที่กรุงเทพฯ
งานนี้กามเทพไม่ได้แผลงศร แต่จุดไต้ตำตอให้ไข่หวานต้องมาอยู่ร่วมบ้านเดียวกับลุงช้างและมดตะนอย
กว่าจะรู้ว่าไข่หวานเป็นใคร และกำลังจะช่วงชิงเด็กหญิงผู้เปรียบดั่งแก้วตาของลุงช้างจากไป สาวอีสานอย่างไข่หวานก็กลายเป็นหวานใจของลุงช้างไปแล้ว เหมือนที่ลุงช้างก็เป็นหวานใจของไข่หวานเช่นเดียวกัน
รักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องการช่วงชิงเด็กหญิงมดตะนอยไปอยู่กับตัวเอง ที่แน่ๆ ลุงช้างไม่ยอมให้ใครมาช่วงชิงแก้วตาของเขาไป และไข่หวานก็คงไม่ยอมเสีย “หวานใจ” ของตัวเองไปเช่นกัน


บันทึกหลังการอ่าน…

กลับมาที่งานของนักเขียนไทยบ้างงงง รู้สึกช่วงนี้อ่านหนังสือแปลจีนเยอะไปแล้ว… (แต่ก็มีดองอีกเยอะนะ)
สารภาพว่า ถ้าไม่มีโจทย์ใน กรุ๊ปภารกิจพิชิตกองดอง ว่าอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับช้าง ก็นู้นนนนหลังสงกรานต์เลย…

หนังสือดูเก่าแก่มาก (ขำ) พี่ลิลลี่ขนมาให้ยืม (ใช้คำว่าขน เพราะเยอะมาก เต็มพื้นที่ 1 ชั้นตู้หนังสือใหญ่!)
ฝนแตะอยู่สามสี่บทแล้วย้ายไปอ่านในอีบุ๊คแทน เพราะกระดาษในหนังสือขาวเกิ๊น ไม่ชิน แล้วตอนนี้สายตาเริ่มชินกับตัวอักษรใหญ่ๆในอีบุ๊คแล้ว หน้าหนังสือขยายขนาดตัวอักษรไม่ได้…

มาว่ากันที่เนื้อเรื่อง
เล่มนี้ถือว่าเป็นเล่มแรกที่ฝนอ่านงานของดวงตะวัน ผู้ที่มีผลงานออกมาแล้วมากมาย ละครทำไปก็หลายเรื่อง เรื่องละสองสามรอบ ทีวีฉายไปก็หลายครั้ง ไม่เคยจะได้ดู แล้วน้ำฝนก็เพิ่งมาอ่าน!! รู้สึกอยู่หลังเขาที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงมาก

ใครๆก็คงรู้เนื้อเรื่องกันหมดแล้วเนอะ
แต่น้ำฝนก็จะเล่าแบบย่อๆ!

เป็นเรื่องของลุงช้าง พ่อลูกอ่อน ไม่ซิ ลุงหลานอ่อน #ผิด
เอาเป็นว่า ลุงช้าง เธอเป็นหนุ่มที่ยังไม่สูงวัย หน้าตาดี โสด มีหลานสาววัย 5 ขวบที่ต้องเลี้ยงดู แน่นอน ลุงช้างเป็นผู้ชายที่เก่งเรื่องงานบ้านมากกกก จนน้ำฝนอยากได้เป็นพ่อของลูกสุด อะไรจะตรงสเป็คปานนั้น ทำอาหารอร่อย ทำงานบ้านก็ได้ ทำสวนก็เป็น เลี้ยงเด็กได้อีก! หาได้จากไหนคะ หาแบบนี้ได้จากที่ไหนอีกกกกกกกกกกก เจา!! #เดี๋ยวๆๆๆ กลับมาเข้าเรื่องๆ
โอเคค่ะ ลุงช้างต่อนะ ลุงช้างมีหลานสาวชื่อมดตะนอยตัวน้อยๆ ที่น่ารักน่าชังน่าเอ็นดู
วันหนึ่งขณะที่เขามีชีวิตวัยใส(?)อยู่กับหลานสาว ก็ได้โทรศัพท์คุยกับหนูเล็กน้องสาวต่างมารดาที่โทรมาฝากฝังเพื่อนสาวที่มาจากอุบลฯหน่อย เธอมาตางหาญาติที่กรุงเทพฯ ลุงช้างก็รับฝากเพราะเข้าใจว่า สาวบ้านนอกที่มาตามหาญาติน่าสงสารเกินกว่าจะให้ไปอยู่ข้างนอกคนเดียว!
ส่วนนางเอก เป็นลูกสาวคนเล็กของหญิงมีชื่อเสียงในจังหวัดอุบลฯที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกา แล้วอยากลองลงสมัครประกวดนางแบบในกรุงเทพเพื่อหาทุนไปเรียนต่อเมืองนอก ระหว่างที่กำลังเตรียมตัวไปก็ดันไปรู้เรื่องเหลวไหลของพี่ชายเข้า รู้เรื่องไม่พอ พี่ชายตัวดียังขอให้นางเอกไปตามหาลูกที่เขาเพิ่งรู้ว่ามีที่กรุงเทพฯด้วย นางเอกก็รับปาก แล้วด้วยไม่อยากให้แม่เป็นห่วงก็บอกแม่ไปว่าจะไปอยู่บ้านญาติของเพื่อน เพื่อนคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หนูเล็กน้องสา่วต่างมารดาของพระเอกนั้นเอง! แล้วด้วยหนูเล็กเรียกพระเอกว่า ลุงช้าง ตามหลานสาวตัวน้อย และบอกว่า ลุงช้างคนนี้อาจจะเป็นเกย์ เพราะไม่มีแฟน ทำอาหารก็อร่อย ทำงานบ้านก็เก่ง นางเอกก็เข้าใจไปว่า ต้องเป็นเกย์ที่มีอายุ ดูท่าทางใจดีแน่ๆ

ผลคือเมื่อวันที่เขาเจอกันที่หน้าบ้านของพระเอก ต่างฝ่ายต่างตกใจในกันและกัน แต่ในเมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องไหลไปตามสถานการณ์
ทั้งคู่ (พระ/นาง) กับเด็กน้อยอีกหนึ่งคน ก็อยู่ร่วมบ้านกันอย่างมีความสุข ฮิ้วๆๆๆๆ
มีความป่วนมาบ้าง ทั้งเรื่องสาวน้อยข้างบ้านที่ทำตัวแก่แดด ความวุ่นวายของดาราสาว ความสงสัยของนางเอกที่มีต่อพระเอกในเรื่องเป็นเกย์หรือไม่ การประกวดนางแบบที่นางเอกพยายามที่จะตกตามลมปากของแม่แต่ก็ทำไม่ได้ ความหงุดหงิดต่อนิสัยของพี่ชายนางเอก แล้วก็ความน่ารักของน้องมดตะนอยตัวน้อยๆ

อ่านไปฝนก็อมยิ้มไป เนื้อเรื่องน่ารักมากกก รู้สึกดีที่ได้อ่านเลย แม้จะขำไปบ้างกับบางจุดที่อ่านแล้วรู้เลยว่าเรื่องนี้เก่าจริงๆ มีปัญหาจะตามหากันก็โทรเข้ามือถือ โทรเข้าเบอร์บ้าน ไลน์ไม่ได้ เฟสบุ๊คอย่าได้พูดถึง มีข่าวก็ลงหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ได้เห็นถึงความมีน้ำใจของกันและกัน ได้เห็นของดีเมืองอุบลฯที่ถ่ายทอดออกมาซะอยากจะตามไปซื้อหมูยอเลย

ฝนชอบแง่มุมในเรื่องการแตกแยกของครอบครัว พ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว แล้วก็เรื่องของการหย่าล้าง ที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก
พี่ชายนางเอก หมึก พ่อของมดตะนอย ดื้อคิดจะเอาลูกสาวของตัวเองมาอยู่กับตัวเองให้ได้
ส่วนน้องสาวพระเอก กวาง แม่ของมดตะนอย ก็รั้น ไม่ยอมให้เอาไปทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่เคยเลี้ยงดูเลยตลอด 5 ปี
แล้วเรื่องที่ทั้งคู่พบเจอในตอนแรกนั้น ฝนมองว่าเป็นความเข้าใจผิดที่เกิดจากการไม่พูดกันนะ คืออ่านแล้วหงุดหงิดคู่นี้สุด

ตอนที่กวางที่กำลังตั้งท้องบอกหมึกว่าให้แต่งงานกัน แล้วหมึกก็ปฏิเสธไป กวางรับไม่ได้ถึงขั้นเกือบจะทำแท้งจนพี่ชายต้องมาอยู่เคียงข้าง พอคลอดแล้วก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ ไม่สนใจลูกตัวน้อยเลย
ฝนว่าถ้าวันนั้น กวางถามหมึกไปว่าทำไมถึงไม่แต่งงานกันละ? ทำไมไม่บอกไปว่าตัวเองท้องละ? ทำไมไม่ลองคุยกันก่อนที่จะตัดสินใจไปแบบนั้นละ??
แต่ฝนก็พอเข้าใจนะ คนท้องอ่อนๆมักจะอ่อนไหวง่าย แถมกวางก็เป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน ที่เหมือนจะโตมาด้วยตัวของตัวเอง พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ พี่ชายสองคนก็ยุ่ง แต่ก็ยังหงุดหงิดอยู่ดีที่ไม่ยอมคุย เขาปฏิเสธมาครั้งเดียวก็งอแงแล้ว…

ส่วนพี่หมึก นี่ก็น่าตีมาก ตอนที่กวางถามเรื่องแต่งงาน เขาคิดว่าไม่อยากแต่ง ปฏิเสธไป แต่ก็ไม่บอกเหตุผลเลยว่าทำไม เอาแต่คิดว่าเพระาอะไร แต่ไม่พูด
หญิงสาวที่ตัวเองนอนด้วยคนหนึ่งหายตัวไป ก็ไม่สนใจ ไม่เอ๊ะใจอะไรเลยเหรอ?
คือเริ่มคบกันแล้ว นอนกับเขาแล้ว อยู่ดีๆเขาหนีหายไป ต้องเอ๊ะใจบ้างซิ แล้วพอรู้เรื่อง รู้ความจริง ตัวเองก็ได้แต่หงุดหงิดแล้วก็เศร้าอยู่กับตัวเอง ไม่ได้พยายามที่จะตามหาเองเลย พอรู้ว่าน้องไปก็วานน้องให้ช่วย วานน้องให้ทำ กลัวนู้กลัวนี่ ป๊อดมาก
พี่หมึกเป็นผู้ชายที่แย่มากๆ โอเค๊ สามารถให้เหตุผลว่า ตอนเกิดเรื่องทั้งคู่ยังเด็กก็เถอะ แถมพี่หมึกก็โดนเลี้ยงดูแบบตามใจทุกอย่างมา มีแต่คนคอยแก้ปัญหาให้ ฝนก็คิดว่า พี่หมึกควรถามสักนิดไหม ทำไมฝ่ายหญิงถึงชวนแต่งงาน ปรกติต้องถามหรือเปล่า?
ตอนจบเรื่องนางจะพยายามปรับปรุงตัวและเริ่มต้นใหม่แล้วนะ รู้แล้วว่าควรทำตัวแบบไหน แต่ฝนก็มองว่านางไม่เหมาะกับการเป็นหัวหน้าครอบครัวอยู่ดี…

ถึงฝนจะไม่ชอบพ่อแม่คู่นี้ แต่ฝนชอบลูกเขานะ มดตะนอยน่ารักและไม่งอแงแบบไร้เหตุผลมาก ตอนที่ตัวเองทำผิดแล้วถูกสอน น้องก็พร้อมที่จะขอโทษและสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ ตรงนี้ฝนมองว่าอยู่ที่การเลี้ยงดูมาก ลุงช้างเก่งงงงง (ชมแบบออกหน้าออกตาสุด)

แล้วฝนก็ชอบนางเอก แล้วก็เห็นใจมากที่ต้องมาคอยตามสืบข่าวให้พี่ชาย โดนเขาหักหน้ามาก็อดทนเพราะเห็นแก่หลาน นางเอกโตมาก คุยทุกอย่างด้วยเหตุผล ถึงบางครั้งจะมีหลุดใช้อารมณ์ไปบ้าง (ต่อยหน้าคน) แต่เมื่อสติมาก็เข้ามาขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป นางดีงามมากตรงจุดนี้ ประทับใจนางเอกสุด (รองจากพี่ช้างนะ แอร๊ยๆๆๆ)

แล้วก้ชอบที่นำเสนอเรื่องความรักไม่จำกัดแค่คนสวยคนหล่อด้วย
หนูเล็กเป็นสาวร่างอวบที่อารมณ์ดี สุดท้ายนางก็ได้พบรักกับหนุ่มรูปหล่อ บ้านรวย แถมยังได้เป็นนางแบบโฆษณานาฬิกายี่ห้อดังด้วย!
ฝนอยากให้มีนิยายแบบนี้นำเสนอเยอะๆนะ แบบคนหุ่นไมไ่ด้ที่พยายามลดหุ่นด้วยการออกกำลังกาย แบบไม่หักโหม แต่ก็มีความสุขกับการรับประทาน ไม่ได้รู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่สวย ไม่หุ่นดี แล้วก็สามารถมีความรักได้ ไม่ใช่มีแต่คนหน้าตาดี บ้านรวย เก่งเวอร์ๆ ที่จะมีความรักได้อะไรแบบนั้น ดีงามค่ะ ดีงามมมมม

ติดอยู่อย่างเดียวเลยเรื่องนี้
ฝนว่าจบเร็วไป รู้สึกเหมือนรวบรัดมาก เหมือนแบบขับรถกินลมชมวิวอยู่ดีๆ แล้วเจอร้านขายของอลังการณ์คนเยอะแยะมากมาย พอกำลังจะลงรถไปดู เขาเก็บร้านไปหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ดูแบบนั้นเลย… (เปรียบอะไรของเธอ!)
คือฝนอ่านด้วยอารมณ์น่ารักใสใส เนื้อเรื่องมาแบบไม่ช้าไม่เร็ว ปมเล็กปมน้อยมา กำลังเพลินๆ ทีนี้ พอเฉลยปม ก็ลุ้นตาม แล้วพวกนางก็มาแบบตู้มเดียวทุกอย่างเลย โอเคปมจบ เราก็อยากจะมาอ่านความรู้สึกพระนางต่อ พระนางน่าจะมีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันไรงี้ แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอ จบเรื่องแล้ว!
เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ ให้พระ/นางได้คุยกันยาวๆบ้างอะไรบ้าง มีแค่ถามว่าหายโกรธหรือยัง แล้วบอกรักกัน จบ! มันไม่โอเลยยยยยย
น้ำฝนมองหน้าสุดท้ายแล้วกระพริบตาปริบๆ แบบงงๆ

PS.
→ เรื่องนี้ บอกเรื่องทฤษฏีโลกกลมสุด กลมมาก กลมสุดๆ กลมแบบสุดๆ
→ มีเรื่องของลุงเสือไหมมมมมมมมมม อยากอ่านลุงเสือออออออ
→ ขอบคุณพี่ลิลลี่สำหรับหนังสือนะคะ ฝนจะพยายามทยอยอ่านให้หมดค่ะ ฮืออออ
→ ยังไม่ชินกับหนังสือที่แทนตัวเอกว่า “หล่อน” คิดว่าอ่านไปอีกสักสามสี่เรื่องน่าจะชิน
→ รูปคือหนังสือพิมพ์ครั้งที่ 1 นะ ปกของอีบุ๊คจะเป็นอีกปก


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : DBooks Group


Advertisements

เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 5 ตอน ปริศนาทรายสีดำ : กัลฐิดา

ชื่อหนังสือ : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 5 ตอน ปริศนาทรายสีดำ
ชื่อชุด : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ผู้แต่ง : กัลฐิดา
สำนักพิมพ์ : Sataporn Fantasy
ISBN : 978-974-10-9065-5
พิมพ์ครั้งที่ : 3 (ตุลาคม 2553)
จำนวนหน้า : 534 หน้า

คำโปรย :
ทุกการเคลื่อนไหวของเข็มนาฬิกามีความลับซ่อนอยู่…

หลังปก :
ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างของเซวีน่าต้องมีความสมดุลเสมอ
จะให้อีกฟากหนึ่งของตาชั่งหนักไปหรืออ่อนไปก็ไม่ได้
ทุกอย่างต้องสมดุล แล้วจะไม่มีสักครั้งเลยหรือ
…สักครั้งที่ตาชั่งที่ชื่อว่า ‘เซวีน่า’ นี้จะเอียง


หนังสือในชุดเดียวกัน : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ภาค 1 ตอน การกลับมาของบุคคลแห่งชะตากรรม
ภาค 2 ตอน บทพิสูจน์ความสามารถ
ภาค 3 ตอน นคราเซวีน่าคือหนึ่งเดียว
ภาค 4 ตอน พันธสัญญาแห่งอาณาจักร

หนังสือที่เกี่ยวข้องกัน :
The Draker’s Story
Lincorn Diary ลินคอร์น ไดอะรี
Baria’s Mission ปริศนามารีโลนี่


บันทึกหลังการอ่าน…

มาถึงเล่มจบของเซวีน่า แน่นอนพอถึงภาค 4 อ่านจบแล้วเราก็นึกว่าจบใช่ป่ะ แน่นอนมันยังไม่จบ! เซวีน่ายังมีอีกหลายๆจุดที่น่าสนใจและเป็นปริศนาให้น่าติดตาม หนึ่งในนั้นคือเบื้องหลังของพระเอกสุดหล่อที่ปากหนักแต่รักจริงอย่างลีโอ ลีโอยังไม่น่าล่อลวง เอ๊ย น่าสนใจเท่าพี่ชายของเขา ผู้ที่อยู่เหนือกาลเวลาและอยู่กับเวลามาตลอด

ทำไมถึงยังดูหนุ่มอยู่เสมอ
ทำไมถึงไม่กลับบ้าน
ทำไมถึงต้องอยู่กับภูติแห่งการเวลา
และทำไมถึงจำเป็นต้องมีเขา

จุดเริ่มต้นของการคลายความสงสัยนี้ ก็มาจากหนุ่มๆเซกันที่เคยมาเยี่ยม(?)ชมนครเซวีน่าเมื่อภาคที่แล้ว ตอนนี้ก็กลับมาเยี่ยมชมอีก ยังพกพาความยุ่งยากใจมาให้เหมือนเดิม (หรือจะมากกว่าเดิม?) ตัวละครที่เจอกันในสมัยอ่านภาคแรกก็มารวมกันในภาคนี้ จะได้เห็นพัฒนาการของแต่ละคร ทั้งเรื่องความสามารถและแนวความคิด เด็กๆโตแล้วจริงๆ เห็นความสัมพันธ์ไปในอีกแบบ อ่านไปก็รู้สึกโตไปพร้อมๆกับเขา แน่นอน คนที่ดูเหมือนโตช้าสุดคือเฟมีนนั้นเอง จริงๆเธอก็โตนะ แต่ในบางมุม ความเป็นตัวตนของเธอยังไม่เปลี่ยน ยังคงน่ารักและเป็นที่รักเหมือนเดิม (อิจฉาไปซิ!)

เล่มนี้เล่นกับคำว่าปริศนาและที่มาของหลายๆอย่างที่เราไม่ทันได้ฉุกคิดในตอนอ่าน 4 เล่มแรก (นางเป็นเล่มต่อจากเหตุการณ์ในช่วงสุดท้านของภาค 3 ด้วย) อ่านไปก็รู้สึกไป “อะไรจะอลังการณ์ขนาดนั้น!!” อลังการณ์ที่เบื้องหลัง และก่อนที่จะมาเป็นนครเซวีน่า ลึกซึ้งสุดใจ จุดนี้แหละที่ทำให้ฝนเป็นติ่งนักเขียนคนนี้ เขาสร้างโลกในจินตนาการได้ยิ่งใหญ่จนดูเป็นโลกๆหนึ่งจริงๆ ไม่ใช่แค่เมืองๆหนึ่ง แถมยังแทรกแง่คิดในคนอ่านมานั่งคิดตามไปด้วย ฝนว่าเซกันใกล้เคียงกับโลกแห่งความเป็นจริงมากๆ (ฮึย อนาคตเราจะเป็นแบบนั้นใช่ป่ะ? คิดแบบนี้เลย) อารมณ์รักโลก รักธรรมชาติมาเลย

อ่านมาจบ 5 เล่ม ก็เหมือนเดิมนะ 1 ประโยคสนทนามีหลายอารมณ์ยังคงอยู่ แต่เราจะรู้มากขึ้นตรงที่เฟมีนมีลักษณะการพูดแบบนั้น เพราะเธอมีนิสัยแบบนั้น คนอื่นก็เป็นด้วยนี่แหละคือจุดที่สะดุดตอนอ่าน เจอทีก็สะดุดที
แล้วที่พาเอาถอนหายใจหนักสุดคือคำผิด ผิดที่คำอธิบายยังพอไหว แต่ผิดที่ชื่อตัวละครนี่หนักมาก อ่านไปก็ถอนหายใจไป เพราะครอบครัวเดียวกันจะชื่อคล้ายๆกันเนอะ แล้วพอเจอชื่อใหม่เราก็เข้าใจไปว่าตัวละครใหม่ ทีไหนได้ตัวเก่าแต่เขียนผิด กว่าจะรู้ก็อ่านไปจบหน้าแล้ว พาเอางงไปหลายทีเหมือนกัน (น้ำตาจะไหล) ถ้ามีการพิมพ์ใหม่ อยากจะให้สำนักพิมพ์ตรวจคำใหม่จัง นี่ขนาดพิมพ์ครั้งที่ 3 (เล่มแรกนี่พิมพ์ครั้งที่ 9) แล้วก็เหมือนไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่แน่ใจว่าในอีบุ๊คจะเหมือนกันไหม…

ความสนุกของเนื้อหายังอยู่นะ มองข้ามไปบ้างก็ไม่อะไรหรอก แค่ติดใจเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

PS.
→ กรี๊ดดด จะได้อ่านเล่มคุณลูกซะที!!!
→ จริงๆแล้ว จาร์กับพาตัน เนี่ย กิ๊กกันใช่ไหม! ไม่น่าใช่แค่เพื่อนแล้วมั้ง? ขนาดพยายามอ่านแบบไม่คิด ยังต้องคิด ต้องจิ้นเพราะสภานการณ์พาไปเลย!!!
→ แอบเสียดายซีนใต้น้ำมาก (ฉากที่ทำให้เรารู้ว่าลีโอก็มีปมในใจเหมือนกัน) ช่วงนั้นระทึก อ่านแล้วหน่วงจริงแต่ยังไม่สุดเหมือนตอนอ่านภาค 3


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 4 ตอน พันธสัญญาแห่งอาณาจักร : กัลฐิดา

ชื่อหนังสือ : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 4 ตอน พันธสัญญาแห่งอาณาจักร
ชื่อชุด : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ผู้แต่ง : กัลฐิดา
สำนักพิมพ์ : Sataporn Fantasy
ISBN : 978-974-8466-22-4
พิมพ์ครั้งที่ : 6 (ตุลาคม 2553)
จำนวนหน้า : 486 หน้า

คำโปรย :
เมื่อสายลมพัดหวนกลับมา พันธสัญญาแห่งอาณาจักรจึงร้องขอต่อบุคคลแห่งชะตากรรมอีกครั้ง เพื่อทุกเศษเสี้ยวของความสมบูรณ์แบบแห่งดินแดน การเดินทางครั้งใหม่จึงเริ่มขึ้น
ณ มหานครแห่งนี้…มหานครแห่งมนตรา

หลังปก :
“สายลมจะพาเธอมา”
เสียงพึมพำเบาๆ ของเขาหยุดลงพร้อมกับที่อะไรบางอย่างสีม่วงร่วงมาตรงหน้า
ด้วยสัญชาตญาณ มือหนารองรับสิ่งนั้นเอาไว้ กลิ่นหอมอ่อนๆ กระทบจมูกเข้าอย่างจัง
มือหนาสัมผัสสิ่งที่นุ่มนิ่มในอ้อมแขน เอาแล้วสิ นี่คือคำถาม…
อะไรใดๆ ในโลกนี้ที่ทั้งหอมและนิ่ม?
ปิ๊งป๋อง! หญิงสาวนั่นเอง


หนังสือในชุดเดียวกัน : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ภาค 1 ตอน การกลับมาของบุคคลแห่งชะตากรรม
ภาค 2 ตอน บทพิสูจน์ความสามารถ
ภาค 3 ตอน นคราเซวีน่าคือหนึ่งเดียว
ภาค 5 ตอน ปริศนาทรายสีดำ

หนังสือที่เกี่ยวข้องกัน :
The Draker’s Story
Lincorn Diary ลินคอร์น ไดอะรี
Baria’s Mission ปริศนามารีโลนี่


บันทึกหลังการอ่าน…

มาถึงเล่มที่ว่าด้วยความสมบูรณ์ของนครเซวีน่า เรื่องนี้จะต่างจาก 3 เล่มแรกตรงนี้ตัวละครเอกคือหนูไมค์ เพื่อนรักของลีโอ และก็เป็นเล่มส่วนขยายของเล่มที่ 3

ส่วนขยายยังไง?

ช่วงสุดท้ายของภาค 3 จบด้วยเรื่องราวหลังจากผ่านไปแล้ว 5 ปี คือโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วนั้นแหละ แล้วเล่มนี้เกิดในช่วงระหว่างนั้น เป็นเรื่องราวหลังจากที่จากที่เฟมีนรู้แล้วว่าควรเดินเส้นทางไหน เพราะว่าเธอก็เปรียบเหมือนคนต่างโลกที่ไม่รู้อะไรเลยในนครเซวีน่า พอได้มารู้จักก็เจอของแรง ยังไม่ทันได้หายใจหายคอ ปลื้มปริ่มกับชีวิตหลังความลำบากก็ต้องมาเจอทางเลือกให้คิดหนัก แล้วพอตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปในเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเอง ก็ต้องมาเจอของแรงยิ่งกว่าในเล่มภาค 4 นี้

แล้วอย่างที่ฝนบอก เรื่องนี้หนุ่มไมค์เป็นพระเอก ความสงสัยเล็กๆน้อยๆระหว่างความสัมพันธ์ของสองหนุ่มไมค์กับลีโอว่าทำไมเขาถึงต้องอยู่ด้วยกัน (ไม่ได้จิ้น จริงๆนะ) และปริศนาของต้นตระกูลไมค์ก็มาเจอในภาคนี้

อ่านตอนแรกฝนไม่ได้สนใจนางเลยนะ มาสะดุดนามสกุลของนางไปบ้าง (ต้องมีอะไรไรซิน่า) แต่ความสนใจฝนพุ่งไปที่ลีโอไง หนุ่มอารมณ์ดี เจ้าสำราญอย่างไมค์เลยไม่อยู่ในสายตา (ผมนี่น่าสงสารจริงๆ ไมค์ไม่ได้กล่าว) พอมาอ่านเล่มนี้แล้วก็ร้องว๊าวอีกรอบ พ่อคุ๊ณณณณณ เบื้องหลังทำไมมีอะไรที่เยอะแยะขนาดน๊านนนนน

ภาคนี้ยังจะได้เห็นโลกอื่นที่มาเยี่ยม(?)นครเซวีน่าอีกด้วย อย่างที่รู้กันเนอะ โลกที่นางเอกเคยไปอยู่คือเซเว่น โลกที่เหมือนโลกคู่ขนาน ซึ่งฝนก็ไม่ทันคิดว่าจะมีโลกอื่น มิติอื่นร่วมด้วยอีก (ยังอลังการณ์ไม่พอซินะ) มีเซกันมาร่วมแจ่มและพบเจอกับความอลังการณ์ของเซวีน่าด้วย

ถามว่าสนุกไหมเล่มปลั๊กอินนี้ สนุกดีนะ แต่แบบไม่มันหยดย้อยเหมือนภาค 3 เพราะเป็นช่วงที่โลกกำลังปรับเปลี่ยนไปสู่ความสมบูรณ์อย่างแท้จริง แล้วจะได้เห็นว่า เซวีน่าไม่ได้มีแค่ที่เราเห็น ยิ่งอ่านไปเราก็ยิ่งเห็นถึงความอลังการณ์ของโลกใบนั้นไปจริงๆ ซีนเลิฟมีเห็นมากขึ้นจาก 3 เล่มแรก (แน่ซิ กิ๊กกันไปหมดแล้ว จะแง่งอนกันให้เห็นทำไม) ดราม่าก็มี แต่เป็นดราม่าของแม่ลูก ครอบครัว ความรัก และความสัมพันธ์อันแสนซับซ้อน สงสารก็แต่น้องผมม่วงสาวในดวงใจของหนุ่มไมค์ผู้ถูกสายลมพามา แล้วก็ความรักที่มีต่อผืนแผ่นดินแของกลุ่มคนผู้ที่พร้อมเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อเซวีน่า ถึงเหตุผลที่ทำเพราะความพึงใจของตัวเอง แต่ก็มีผลดีต่อส่วนรวมด้วย เห็นได้เลยว่า ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาฟรีๆ และไม่มีใครไม่เสียถ้าอยากจะได้อะไรมาก็ต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่างเสมอ เริ่ดเลอมากกับเล่มนี้ แล้วก็ฟินมากกับฉากขอแต่งงานของลีโอด้วย แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยย อิจค่ะ อิจมาก อิจฉาสุดๆ!!

PS.
→ อยากรู้จริงอะไรจริง น้องชายเฟมีนเนี่ย เกิดมาธาตุอะไร? ทำไมไม่บอกกกกก จะไปทางพ่อหรือแม่?


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 3 ตอน นคราเซวีน่าคือหนึ่งเดียว : กัลฐิดา

ชื่อหนังสือ : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 3 ตอน นคราเซวีน่าคือหนึ่งเดียว
ชื่อชุด : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ผู้แต่ง : กัลฐิดา
สำนักพิมพ์ : Sataporn Fantasy
ISBN : 974-9967-67-4
พิมพ์ครั้งที่ : 8 (ตุลาคม 2553)
จำนวนหน้า : 592 หน้า

คำโปรย :
เมื่อกงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุน
ชะตากรรมของผู้คนที่ถูกผูกพันไว้ด้วยวลีแห่งอัญมณีศักดิ์สิทธิ์
จึงเริ่มต้นขึ้น… ณ มหานครแห่งนี้

รายละเอียด :
กลับมาสร้างความสนุกกันอีกแล้วคราวนี้…เมื่อกงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุน ชะตากรรมของผู้คนถูกผูกพันด้วยวลีแห่งอัญมณีศักดิ์สิทธิ์จึงเริ่มขึ้น ณ มหานครแห่งนี้… “เฟมี” ลุกจากโซฟาไปหยิบหนังสือ ที่เป็นเหมือนของขวัญวันเกิดมาเปิดดู ชื่อบนหน้าปกเขียนด้วยหมึกสีทองว่า “SEVENA” เสียงนาฬิกาตี 7 ครั้ง บอกเวลา 19.00 น. เมื่อสิ้นเสียงนาฬิกาก็พลันมีแสงสว่างส่องประกายออกมาจากหนังสือ…หมุนแล้ว กงล้อแห่งโชคชะตาหมุนแล้ว ชะตาชีวิตของพวกเขาจะเป็นเช่นไร ติดตามพร้อมกันได้แล้วในเล่ม

หลังปก :
“คุณหนูว่า คนเราจะเสียใจที่สุดตอนไหน”
เฟมีลมองใบหน้าครึ่งเสี้ยวของอีกฝ่ายอย่างงงันที่ถามปัญหาแปลกๆ
“คงจะ…เป็นตอนที่เราเสียคนสำคัญละมั้งคะ แล้วคุณล่ะ”
ชายคนนั้นมองแก้วชานิ่ง ก่อนจะตอบว่า
“คงจะเป็นตอนที่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองละมั้ง”
“…หัวใจยืนยันการมีตัวตนของทุกสิ่ง… หากยังเชื่อหัวใจตัวเอง…คุณน่ะ ไม่เชื่อหัวใจตัวเองงั้นเหรอคะ”
ชายหนุ่มมองตรงมาที่เธอด้วยดวงตาที่มีประกายขึ้น เพียงชั่วแวบเดียวก็หายไปแล้วถามขึ้นว่า
“…แล้วถ้าคนเราไม่มีหัวใจแล้วล่ะ…ยังจะสามารถรับรู้ตัวตนของทุกสิ่งได้อีกไหม”


หนังสือในชุดเดียวกัน : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ภาค 1 ตอน การกลับมาของบุคคลแห่งชะตากรรม
ภาค 2 ตอน บทพิสูจน์ความสามารถ
ภาค 4 ตอน พันธสัญญาแห่งอาณาจักร
ภาค 5 ตอน ปริศนาทรายสีดำ

หนังสือที่เกี่ยวข้องกัน :
The Draker’s Story
Lincorn Diary ลินคอร์น ไดอะรี
Baria’s Mission ปริศนามารีโลนี่


บันทึกหลังการอ่าน…

เรื่องนี้ถือเป็นเล่มจบของเซวีน่า เป็นการจบการศึกษาขั้นต้นของเฟมีน และบทสรุปต่อปมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต เล่มนี้ในบรรดาสามเล่มคือสนุกสุด เพราะเป็นเล่มเฉยปม ทำให้เราเห็นความทึ่งมากขึ้นไปอีก แล้วก็สงสารเฟมีนมากขึ้นไปอีกเช่นกัน น้องน่าสงสารมาก เกิดมาแบบที่ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกวางไว้ให้เป็นคนแก้ไขปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แถมยังต้องพลัดพรากจากพ่อกับแม่ อยู่ตัวคนเดียว พอได้มาซึ่งสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวและมิตรภาพ ก็ต้องแลกมากับสิ่งที่เรียกว่าภาระและหน้าที่

ซีรีย์นี้มีอีก 2 เล่มใช่ป่ะ แต่ฝนเรียกว่าเล่มนี้คือเล่มจบ เพราะน้องเฟมีนโตแล้ว โตแล้วจริงๆในโลกของเซวีน่า น้องเจอครอบครัว น้องเจอคนรัก น้องรู้แล้วว่าน้องคือใครและน้องเกิดมาเพื่ออะไร ถือว่าเป็นเล่มปิดฉากการทำความรู้จักถึงความอลังการณ์ของเซวีน่า แต่เล่มนี้ไม่ใช่เล่มจบที่สมบูรณ์ เพราะยังทิ้งความสมบูรณ์บางอย่างให้เราได้ไปอ่านต่อ

คืออะไร?

คือถ้าคนที่อ่านแล้วจะรู้ว่าเซวีน่าผูกพันธ์กับเลข 7 มาก พออ่านเล่มนี้จบจะรู้ว่าจะเป็น 7+1 ขึ้นมา 1 นั้นคือความบกพร่อง ความสูญเสียที่ต้องได้รับการตอบแทน ซึ่ง 1 นั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ (อะไรเสร็จ อยากรู้ใช่ป่ะ อ่านโลดดด) 1 ที่บวกเข้ามานั้นเป็นจุดสำคัญที่เราจะได้เจอในเล่มต่อไป
เห็นป่ะ ทิ้งให้ไปตามอ่านอีก อย่างนี้ไม่ให้รีบอ่านต่อจะทำยังไงไหว ก็ต้องไปอ่านซิค่ะ!

จุดที่ฝนชอบไม่ใช่แค่ความลึกลับ ความซับซ้อนของปม หรือความอลังการณ์ของโลกในจินตนาการเท่านั้นนะ จุดที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง แง่คิดต่างๆที่ซ่อนไว้ก็ชอบ แต่ที่ประทับใจสุดคือ ช่วงพีค ช่วงดราม่า เรียกน้ำตาได้จริง! (หรือเพราะน้ำตาฝนไหลง่ายไป?) ช่วงที่น้องเฟมีนเห็นลีโอวางเดิมพันการปกป้องตัวเองด้วยชีวิตจริงๆนั้นกระชากใจฝนสุด น้ำตาตกหนักสุดตอนที่ลีโอฟื้นขึ้นเพราะเสียงร้องไห้ของเฟมีน และสะอื้นอย่างแรงตอนที่เฟมีนกรี๊ดร้องอย่างไร้ซึ่งหนทาง เธอออออออออออ ยอมใจสุด อยากจะจับลีโอใส่พานยกให้น้อง พี่ไม่แย้งจ๊ะ เอาไปโลด อย่าร้องเลยลูก แล้วก็อยากจะหยิบไม้เรียวไปชี้หน้าคนรังแกน้องจริงๆ ฝนไม่คิดว่าจะน้ำตาตกไง (เพราะอ่านรอบสอง) แต่ไม่รอด สะเทือนจิตจริงจัง ชอบมาก แพ้ใจผู้ชายปากหนักแต่รักจริง โฮฮฮฮ

อ่านมา 3 เล่ม ก็ยังเจอจุดผิดไปบ้าง แล้วก็หวังว่าเรื่องต่อๆไปน่าจะดีขึ้นกว่านี้ แหมะ ก็ผ่านมาหลายปีแล้วเนอะ เป็นกำลังใจแล้วก็ติ่งนักเขียนอยู่ห่างๆเสมอ นี่ก็รอเล่มออกจนจบแล้วค่อยอ่านตลอดนะ ไม่ได้อ่านในเด็กดี กลัวค้าง

PS.
→ ผ่านมาสามเล่ม เล่าเรื่องย่อไม่ถูก คือเฉยปมสุดๆ เอาไปแค่นี้แล้วกัน!


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 2 ตอน บทพิสูจน์ความสามารถ : กัลฐิดา

ชื่อหนังสือ : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 2 ตอน บทพิสูจน์ความสามารถ
ชื่อชุด : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ผู้แต่ง : กัลฐิดา
สำนักพิมพ์ : Sataporn Fantasy
ISBN : 974-9967-36-4
พิมพ์ครั้งที่ : 8 (ตุลาคม 2553)
จำนวนหน้า : 496 หน้า

คำโปรย :
เมื่อกงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุน
ชะตากรรมของผู้คนที่ถูกผูกพันไว้ด้วยวลีแห่งอัญมณีศักดิ์สิทธิ์
จึงเริ่มต้นขึ้น… ณ มหานครแห่งนี้

รายละเอียด :
เปิดภาคการศึกษาใหม่ บรรดานักเรียนชั้นเจสเทิร์นของโรงเรียนเวทแห่งเซวีน่าต้องเรียนหนักกว่าเดิมหลายเท่า เฟมีลก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขาต้องเรียนรู้วิชาเวททั้งเจ็ด ได้แก่ พฤกษาเวท เวทแห่งรัตติกาล วารีเวท อัคคีเวท เวทแห่งแสง วาโยเวท และศิลาเวท ด้วยการเดินทางท่องไปในรัฐทั้งเจ็ดคือ ฟอริโซ่ ดาโรก้า วารีเน่ บาซิลล่า โฟลาโต้ วินด์โคลโล ดินอร์ต้า ตามลำดับ เฟมีลต้องผ่านบททดสอบมากมายเพื่อพิสูจน์ตนเองในฐานะผู้ถือครองอัญมณี และเพื่อไขปริศนาชาติกำเนิดของเธอเอง
การฟื้นคืนชีพของบุคคลลึกลับเกี่ยวข้องกับการหายสาบสูญของพ่อแม่เธออย่างไร เฟมีลจะผ่านด่านทดสอบครั้งสำคัญของชีวิตหรือไม่ ชะตากรรมของนครเซวีน่าจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ความสามารถของเธอและผองเพื่อนแล้ว…

หลังปก :
แสงระยิบระยับเหมือนเพชรยามต้องแสงอสทิตย์ ทำให้เฟมัลต้องทึ่งกับความขลังของเวทีตรงหน้า
ยามไม่มีเครื่องดนตรี เวทีนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ควรค่าต่อความใฝ่ฝันของนักดนตรีเวททั้งอาณาจักรแม้แต่น้อย แต่เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างครบถ้วน ณ ช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็สมแล้วที่นักดนตรีเวททุกคนเรียกที่นี่ว่า…เวทีแห่งเกียรติยศ


หนังสือในชุดเดียวกัน : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ภาค 1 ตอน การกลับมาของบุคคลแห่งชะตากรรม
ภาค 3 ตอน นคราเซวีน่าคือหนึ่งเดียว
ภาค 4 ตอน พันธสัญญาแห่งอาณาจักร
ภาค 5 ตอน ปริศนาทรายสีดำ

หนังสือที่เกี่ยวข้องกัน :
The Draker’s Story
Lincorn Diary ลินคอร์น ไดอะรี
Baria’s Mission ปริศนามารีโลนี่


บันทึกหลังการอ่าน…

เล่มนี้เป็นเล่มของการบอกเราว่าเบื้องหลังความอลังการณ์ของอาณาจักรนี้เป็นอย่างไร และกว่าจะสมบูรณ์นั้นต้องแลกกับอะไรบ้าง แน่นอนความสูญเสียและจุดด่างพลอยนั้นก็ต้องมี อ่านแล้วตื่นเต้นกว่าเล่มแรกที่เป็นเล่มปูพื้น ยิ่งอ่านก็ยิ่งตื่นเต้นและร้อง ว๊าว ให้กับความยิ่งใหญ่และความสมบูรณ์แบบที่มีที่ตินี้จริงๆ นับถือผู้แต่งมากที่สร้างอาณาจักรได้อลังการณ์และปมของหลายๆได้อย่างสุดยอด

ในเรื่องจะเห็นบทเรียนที่ต่างออกไปจากเล่มแรก และจะเห็นถึงมิตรภาพและความตรากตรำของเฟมีน ตรากตรำจริงๆนะ โดยอบรมหนักหน่วงจากคนอื่นมากกว่าเพื่อน อีกทั้งยังต้องทำในสิ่งที่ไม่ได้กำหนดเองมีคนอื่นวางแผนไว้ให้มากขึ้น แน่นอนเพิ่มความเป็นห่วงให้กับพระเอกมากขึ้นไปด้วย ฉากหวานเริ่มมา พาให้จิกหมอนไปตามๆกัน
(เสียงในใจ)
… โอ๊ยยยย พ่อคนปากหนัก รักเขา ชอบเขาก็บอกไปซี่ มาทำตัวปกป้องลับๆล่อๆเพื่อออออออออ ดูอย่างพ่อสายลมซิ แสดงออกมากกกกกก จนคนอ่านหมั่นไส้แล้วเนี่ย!!!!!!!

ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบมากขึ้น เพราะนอกจากเห็นสีสันของโลกในจินตนาการแล้ว ยังเห็นมิตรภาพ เห็นชีวิตวัยใสของเด็กๆ ที่มีการเรียนเป็นสิ่งสำคัญ (แต่ของเฟมีนจะเพิ่มมาด้วยภาระที่หนักหน่วงหนัก) และเห็นความรักกุ๊บกิ๊บวัยใสที่ก่อร่างสร้างที่ในหัวใจมาจากมิตรภาพเล็กๆ อ่านแล้วรู้สึกคันจิตคันใจ หมั่นไส้และอิจฉาไปเบาๆ ปมหลายๆอย่างในเรื่องเริ่มคลาย แต่มีปมใหม่เพิ่มเข้ามาให้ตื่นเต้นไปอีก ชอบบบบบ อ่านอีกรอบก็ยังรู้สึกดีอยู่จริงๆนะ

PS.
→ แอบเจอคำผิดในเล่มอยู่ ขนาดพิมพ์ใหม่แล้วนะ นี่ก็สงสัยว่าเวลาพิมพ์ครั้งใหม่เปลี่ยนปกใหม่ เขาไม่ตรวจคำผิดใหม่เหรอ?
→ นี่รีบอ่านให้จบ เพราะอยากเจอลูกของลีโอ (สารภาพ)


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 1 ตอน การกลับมาของบุคคลแห่งชะตากรรม : กัลฐิดา

ชื่อหนังสือ : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา ภาค 1 ตอน การกลับมาของบุคคลแห่งชะตากรรม
ชื่อชุด : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ผู้แต่ง : กัลฐิดา
สำนักพิมพ์ : Sataporn Fantasy
ISBN : 974-9967-12-7
พิมพ์ครั้งที่ : 9 (ตุลาคม 2553)
จำนวนหน้า : 286 หน้า

คำโปรย :
เมื่อกงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุน
ชะตากรรมของผู้คนที่ถูกผูกพันไว้ด้วยวลีแห่งอัญมณีศักดิ์สิทธิ์
จึงเริ่มต้นขึ้น… ณ มหานครแห่งนี้

รายละเอียด :
เมื่อสาวน้อย ‘เฟมีลล่า’ ที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวภายใต้คฤหาสน์หลังใหญ่
แต่ด้วยหนังสือเล่มหนึ่งที่ได้รับจากคนแปลกหน้า ทำให้เธอต้องข้ามมิติมาอยู่ใน
มหานครแห่งมนตรา ท่ามกลางเวทมนตร์มากมายที่เธอต้องเรียนรู้ เพื่อตามหาบิดา
และมารดาที่สูญหายไป

หลังปก :
เฟมีลลุกจากโซฟาไปหยิบหนังสือที่เป็นเหมือนของขวัญวันเกิดมาเปิดดู ชื่อบนหน้าปกเขียนด้วยตัวอักษรสีทองว่า ‘SEVENA’
ในขณะที่เสียงนาฬิกาก็พลันมีแสงสว่างส่องประกายออกมาจากหนังสือ
แล้วก็เหมือนมีมือล่องหนพลิกเปิดออก
โดยทุกครั้งที่หน้ากระดาษถูกพลิก ตัวอักษรที่อยู่ในหน้านั้นจะหลุดออกมาต่อกันเป็นสายโซ่ของตัวอักษรวิ่งล้อมรอบตัวเธอและห้องสมุดเอาไว้
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!


หนังสือในชุดเดียวกัน : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
ภาค 2 ตอน บทพิสูจน์ความสามารถ
ภาค 3 ตอน นคราเซวีน่าคือหนึ่งเดียว
ภาค 4 ตอน พันธสัญญาแห่งอาณาจักร
ภาค 5 ตอน ปริศนาทรายสีดำ

หนังสือที่เกี่ยวข้องกัน :
The Draker’s Story
Lincorn Diary ลินคอร์น ไดอะรี
Baria’s Mission ปริศนามารีโลนี่


บันทึกหลังการอ่าน…

หนังสือระลึกความหลัง (หัวเราะ)
ฝนหยิบเฟมีนมาอ่านเพราะอยากเล่มรุ่นลูกค่ะ หลายๆอย่างเขาเชื่อมต่อกัน แล้วระยะห่างระหว่างเซวีน่ากับลินคอร์นและบาเรียเยอะพอสมควร (แก่แล้วไง ลืมเนื้อหาไปแล้ววววว) พอได้หยิบมาอ่านอีกครั้งก็ยังรู้สึกตื่นเต้นกับอะไรๆในเรื่องอยู่ ถึงจะรู้เฉลยของปมมาแล้ว แต่ยังมีความตื่นเต้นให้ติดใจอ่านไปเรื่อยๆได้ เริ่ด!

เรื่องนี้เป็นเล่มเปิดตัว เป็นเล่มแรกของความอลังการณ์งานสร้างของนครเซวีน่า โดยเล่าเรื่องผ่านสาวน้อยเฟมีนที่ดวงซวยสุดๆในวันเกิดอายุครบ 15 ปี ตกงาน ค่าข้าวไม่มี แม้กระทั้งวันเกิดยังมีแค่กับข้าวง่ายๆและเปียโน 1 หลัง ระหว่างที่ตัดสินใจลองเปิดหนังสือที่บังเอิญได้รับมาจากคนแปลกหน้า เธอก็เข้ามาอยู่ในโลกคู่ขนานกับโลกที่เธออยู่ แล้วทำให้เธอได้พบกับความจริงที่ทำให้เธอตกตะลึง!

เธอที่พบเจอโลกใหม่ที่มีสิ่งต่างๆให้เธอได้เรียนรู้มากมาย ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้น ไขปริษนาที่คุณลุงทิ้งไว้ให้ เจอผู้คนใหม่ๆ การปรับตัว และการเข้าเรียน เธอยังรู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริง และทำไมเธอถึงต้องไปอยู่ในที่ที่ห่างไกลอย่างโลกคู่ขนานคนเดียว!

บรรยากาศส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียน เราจะรู้เรื่องโลกเซวีน่าไปพร้อมๆกับเฟมีน ที่หลายๆครั้งก็ดูเหมือนคนที่เพียบพร้อมแต่จริงๆไม่ใช่แบบนั้น พอชีวิตจะไหลไปแบบเด็กสาววัย 15 แต่ต้องมาเจอสิ่งที่หนักหนากว่าคนรุ่นๆเดียวกันมากมาย

สนุกนะ ฝนจำได้ว่าตอนแรกไม่กล้าอ่านเรื่องนี้ แต่เพราะหลังจากที่อ่านบารามอสมาแล้วติดใจฝีมือนักเขียนแฟนตาซีฝีมือคนไทยบวกแรงยุจากร้านเช่าหนังสือ ฝนเลยลองอ่าน ทีนี้ติดจนต้องหาไว้เองเลย

ถามว่าพออ่านใหม่อีกรอบแล้วรู้สึกยังไง?
อย่างที่บอก ยังตื่นเต้นอยู่แล้วก็คิดถึงฉากต่อไปทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าทำไมตัวละครถึงทำแบบนี้ แต่ด้วยวัยที่โตขึ้น (แก่นั้นเอง) ทำให้มองเห็นอะไรหลายๆอย่างที่ตอนแรกเราไม่สังเกต (ถูกความตื่นเต้นในเรื่องดึงดูดจนไม่สนใจ) อย่างเรื่องการพูดคุยระหว่างตัวละคร ที่ 1 ประโยคมีหลายอารมณ์ ทำให้อ่านไปก็ต้องปรับอารมณ์ปรับความเข้าใจเอาเองว่า ต้นประโยคสนทนาพูดด้วยอารมณ์นี้ ปลายประโยคสนทนาเดียวกันคือการเปลี่ยนเรื่อง (เจอแบบนี้จนจบเล่ม 5 เลย) แล้วก็การอธิบายการกระทำของตัวละครหลังบทสนทนา เราต้องตามเองว่าบทพูดนี้คือของใคร แล้วคำบรรยายที่ต่อท้ายเป็นของใคร อ่านไปซักพักจะชินเอง

PS.
→ เพื่อนทำปกแรกหาย นางซื้อปกใหม่มาให้ครบชุด ดีงาม
→ ทีมลีโอ แต่แอบกรี๊ดสายลมอยู่นะ แอร๊ยยย


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


สิงห์ : ลิซ

ชื่อหนังสือ : สิงห์
ชื่อชุด : ชุด มาเฟียเลือดมังกร
ผู้แต่ง : ลิซ
สำนักพิมพ์ : Sugar Beat
ISBN : 978-616-00-0300-6
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มีนาคม 2555)
จำนวนหน้า : 398 หน้า

รายละเอียด :
ทรงกลด ทายาทกลุ่มเขี้ยวสิงห์ถูกจับตัวไปพร้อมกับจิรัสยา โดยที่คนร้ายอ้างว่าพ่อของเธอซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มเต่าศิลาเป็นผู้สั่งการ
เพราะไม่ต้องการอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย เต่าจึงต้องร่วมมือกับสิงห์เพื่อหาตัวคนร้าย โดยที่ความร่วมมือมาในรูปแบบของการที่ต้องร่วมหอลงโรงกันสมใจสิงห์หนุ่ม เพราะรักสาวเจ้ามาตั้งแต่แรกเห็น ทว่าสิงห์อย่าย่ามใจไป อย่าคิดว่าเต่าจะยอมให้ลอกกระดองแล้วกลืนลงท้องได้ง่ายๆ เต่าน้อยมีลูกเล่นแพรวพราวจนรอดปากสิงห์มาได้แบบใจหายใจคว่ำทุกวัน
เมื่อคนร้ายตัวจริงเผยตัว กลุ่มเขี้ยวสิงห์และเต่าศิลาจึงต้องร่วมมือกันต่อกร แต่หัวใจของจิรัสยานี่เล่า จะต่อกรกับความรักที่ทรงกลดเพียรมอบให้อย่างไร


หนังสือในชุดเดียวกัน : ชุด มาเฟียเลือดมังกร
เสือ (รพัด)
กระทิง (ผักบุ้ง)
แรด (ลิลลี่สีขาว)
หงส์ (Shayna)


บันทึกหลังการอ่าน…

ฝนอ่านเรื่องนี้เป็นรอบที่สองค่ะ
เหตุผลที่อ่านในครั้งแรกคือ “พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” ค่ะ (บอกแบบไม่อาย) #คือเป็นติ่ง #ติ่งพี่ติ๊ก พอได้ข่าวว่าพี่ติ๊กรับเล่นละครเรื่องนี้ก็รีบไปหาอ่านค่ะ วิ่งเข้าร้านเช่าหนังสือแล้วหยิบกลับมาบ้านทันที! จำได้ว่าอ่านครั้งนั้นใช้เวลาแปปเดียว แล้วก็รู้สึกเซ็งมาก อ่านแบบจับใจความคราวๆแล้วก็รีบนำไปคืน
ส่วนเหตุผลที่อ่านรอบสอง คือ ฝนเล่นบิงโกในภารกิจพิชิตกองดอง แล้วเล่มนี้ลงล็อคที่สุดในโจทย์เกมส์ก็ไปเช่ามาอ่านทวนความจำอีกครั้ง (ไหนๆละครก็กำลังมาเร็วๆนี้แล้ว รูปก็เห็นแล้ว ข่าวสัมภาษณ์ก็ไปอ่านมาแล้วก็จัดอีกสักรอบ) อ่านรอบนี้รู้สึกเหมือนเดิมค่ะ มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ยังไง?

อ่านแล้วรู้สึกเหนื่อยเลย เมื่อไรจะจบ ฮืออออ พอจบแล้วก็ดีใจ จบซะที
ขนาดอ่านไปจินตนาการหน้าพี่ติ๊กไปแล้วก็อยากจะร้องไห้ พี่ติ๊กกับบทแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ คือดูไม่ใช่อ่ะ อยากจะเห็นบทโทรทัศน์เลยว่าจะออกมาแบบไหน ปรกติเวลาอ่านนิยายที่ไปทำละครจะไปอ่านบทโทรทัศน์ที่ตีพิมพ์ออกมากลัวขัดอกขัดใจ แต่เรื่องนี้บอกเลยว่าอยากอ่านบทโทรทัศน์มาก หวังว่าพี่ติ๊กยังคงจะเป็นพี่ติ๊กให้ชวนกรี๊ดได้มากกว่านี้

เล่าเรื่องเนอะ
พระเอกเนี่ย เป็นคุณชายที่หล่อมว๊ากกก แล้วก็เป็นคุณชายแบบคุณชายเลย (คุณหนูน้ำฝนอ่านแล้วยังต้องชิดซ้าย) นางเรื่องมาก นางขี้วีน นางต้องเนี๊ยบ นางต้องสะอาด บลาๆๆ
ส่วนนางเอกเป็นคุณหนูคนเล็กที่พ่อหวงมากกกกก (ดูเป็นนิยายดีค่ะ เพราะความเป็นจริง จากที่เจอมาส่วนใหญ่ครอบครัวคนจีน แบบจีนแท้ๆ จะไม่ค่อยสนใจลูกสาวเท่าไร ประสบการณ์จากคนรอบข้างที่เล่าสู่กันฟังให้ได้ยิน) แต่เพราะกฏเหล็กของพรรคเต่าที่ปล่อยให้ลูกหลานออกมาเจอความลำบาก 2 ปีก่อนกลับบ้าน ทำให้ต้องปลอมตัวมาเป็นเลขาฯให้พระเอก (บวกกับหาข่าวไปในตัว ตามภาษาพรรคเต่าที่ชอบสะสมข่าวสาร) ซึ่งนางเอกก็ไม่รู้หรอกว่าพระเอกได้แอบปิ๊งปั๊งมาตั้งแต่ชนกันหน้าลิฟท์!
เรื่องเกิดตรงที่พระเอกกับนางเอกถูกลักพาตัวจากคนที่แอบอ้างว่าเป็นพวกเต่า ทำให้นางเอกต้องสลัดคราบเลขาฯที่ทำตัวแก่เกินวัยกลับมาเป็นคุณหนูเอาแต่ใจของพรรคเต่า แล้วก็หาทางหนีจากการถูกลักพาตัวนี้ พอหนีได้ก็เกิดมรสุมซ้ำพระเอก น้องชายบุญธรรมตาย หัวหน้าพรรคสิงห์ที่เป็นพ่อของตัวเองเข้าโรงพยาบาล ผู้หญิงที่ตัวเองปิ๊งปั๊งด้วยก็ไว้ใจได้ไม่เต็มร้อย จากที่เป็นเพียงแค่คุณชายธรรมดาก็ต้องผันตัวมาดูแลพรรคสิงห์แทนพ่อ แล้วก็หาคนที่แก้แค้นแทนน้องชายบุญธรรมของตัวเอง อ๋อ หาวิธีตะล่อมนางเอกให้ยอมหันมามองกันบ้างด้วย นางจัดการนางเอกก่อน โดยสร้างสถานการณ์ว่าได้ตกล่องปล่องชิ้นกันเรียบร้อย ทำให้พ่อนางเอกยอมยกนางเอกให้ หมดหนึ่ง mission ต่อด้วยหาคนที่ทำร้ายพ่อกับน้องชายบุญธรรม หาไปหามาจนคนร้ายเข้าถึงพ่อตัวเองได้ พ่อพระเอกตาย แม่พระเอกก็สภาพจิตใจย่ำแย่ ตัวพระเอกเองก็จะทรุด นางเอกจากที่เล่นตัวไปมาก็ยอมๆพระเอก ไหนๆก็แต่งแล้วจะนอนกับสามีตัวเองจะเป็นอะไรไป คงรักแล้วแหละ พระเอกได้กำลังใจจากนางเอกเต็มเปรียม คนร้ายที่ฆ่าน้องชายบุญธรรมก็ตายแล้ว เหลือแต่คนร้ายตัวจริง ก็เอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อ จนจับคนร้ายตัวจริง พร้อมกับการจากของคนที่พระเอกถือว่าเป็นญาติอีกคน
จบค่ะ

เนื่อเรื่องดูสนุกเนอะ ก็สนุกอยู่อ่ะ แต่บางอย่างฝนคิดว่ามันไม่ใช่

อย่างพระเอกขี้วีน ฝนโอเคนะ แบบจะปากจัด จะว่านางเอกแรงๆ นี่ไม่ติด แต่ติดว่าบางครั้งตอนบรรยายพระเอกฝนไม่รู้สึกถึงความเป็นผู้ชายเลย (ช่วงแรกๆที่นางออกฤทธิ์กับนางเอก)
ผู้ชายวีนได้ค่ะ เหวี่ยงได้ แต่ต้องในแบบผู้ชาย เอาพี่ติ๊กเป็นจุดยืนเนอะ พระเอกขี้วีน ขี้เหวี่ยงพี่ติ๊กก็เคยแสดง เรื่องอย่าลืมฉันไง (เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่าน แต่มีนอนสวยอยู่ในตู้แล้ว) ในละครคือนางวีน นางเหวี่ยงจริงๆ ฝนก็ไม่รู้ว่าในนิยายเรื่องอย่าลืมฉันจะเขียนออกมาคล้ายๆ คือๆ แบบนี้หรือเปล่า แล้วในละครเรื่องสิงห์จะออกมาในแบบนั้นด้วยไหม?
แต่จากประสบการณ์อันน้อยนิดที่เคยอ่านนิยายมา พระเอกขี้วีน เหวี่ยง ปากจัด ที่อ่านแล้วยังรู้สึกถึงความเป็นผู้ชายอยู่มีค่ะ ฝนเลยไม่ค่อยอินกับการอ่านฉากวีนของพระเอกเท่าไร

พระเอกเป็นผู้ชายที่ร้องไห้บ่อยมากค่ะ
ฝนแพ้น้ำตาผู้ชายนะ อ่านเจอแล้วอยากจะเข้าไปซบอกปาดน้ำตาให้ แต่… คุณทีเธอเยอะไปค่ะ เยอะแบบที่ว่าบทเธอดราม่าฝนรู้สึกเฉยๆเลยละ ไม่สงสารไปด้วย ว่าง่ายๆ ซีนอารมณ์เศร้า ฝนไม่เศร้าเลย แปลกมาก ทั้งๆที่นิยายมักเรียกน้ำตาจากฝนได้ง่าย จะเล็กน้อยยังไงน้ำตาฝนก็ไหลได่ แต่คุณทีทำให้ฝนเสียน้ำตาไม่ได้ แฟนนิยายดราม่าอย่างฝนรู้สึกไม่โอเท่าไรเลยค่ะ

นางเอกเป็นคุณหนูหลายสไตล์ในคนเดียวค่ะ
ฝนไม่นับตอนที่นางเอกเป็นเลขาฯให้พระเอกนะ เอาตอนที่อยู่ด้วยกันสองคน จากที่ฝนมโนตามที่อ่านในหนังสือ นางเอกเป็นคุณหนูที่เป็นคุณหนูจริงๆ ลูกสาวคนเล็กที่มีพี่ชายสองคนและพ่อคอยตามใจ เอาใจ รักและถนอมอย่างไข่ในหิน แน่นอนว่านางต้องเอาแต่ใจพอควร แล้วยังฉลาด เก่ง มีความสามารถ ว่ากันง่ายๆ เป็นสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก และไม่ยอมคน เวลาพูดกับพระเอกก็จะแสดงออกมาแบบนั้น สมคาแรคเตอร์(ที่มโนไว้)ค่ะ แต่บางครั้งนางเอกก็มีลักษณะการพูดที่ดูเป็นคุณหนูที่ต่างจากเดิม ดูอ่อนหวานขึ้น มีลงหางเสียงมากขึ้น
ตรงนี้ฝนก็มโนแบบเข้าข้างเองว่า.. มันเป็นพัฒนาการของความสัมพันธ์ไง เรียกว่าอะไรนะ? การเติบโตของตัวละคร (มั้ง) เขารักกันแล้ว เขาจะอ่อนหวานเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนไม่ได้เลยเหรอ?
มันก็ได้อยู่นะถ้าเป็นแบบนั้นตลอด บางครั้งก็กลับไปเป็นแบบสาวมั่นใจในตัวเองแบบเดิม แล้วก็มาเป็นสาวหวานใหม่ (จับจากบทสนทนา)
พอเจอซักสองสามฉากฝนก็มโนต่อว่า.. เฮ๊ยย เธอดูที่อารมณ์นางเอกซิ แบบอารมณ์นี้จะพูดแบบนี้ อารมณ์นั้นจะพูดแบบนั้นไง ซีนอารมณ์ๆ
ฝนโอเค๊ ซีนอารมณ์ก็อารมณ์ แต่ฉากจบนี่ไม่น่าใช่ จบเรื่องแบบ Completely แล้ว นางเอกเปลี่ยนลักษณ์การพูดอีกรอบ!! why?…. ผสมกันสองแบบที่เคยเจอ ไม่มีค่ะ ยังคงมีเหวี่ยง วีนตามสไตล์คุณหนู แต่เปลี่ยนวิธีการแทนตัวเองจากฉันเป็นชื่อตัว
ฝนว่าไม่น่าใช่แล้วอ่ะ คือถ้าจะบอกว่าเพราะนางเอกรักพระเอกแล้ว อยากจะพูดแบบคนใกล้ชิดกัน พัฒนาการของความสัมพันธ์อะไรแบบนั้น แล้วทำไมไม่พูดลักษณะแบบนี้ตั้งแต่ที่ยอมพระเอก? พูดตั้งแต่ที่รู้สึกว่ารักพระเอกก็ได้ คือนางรักรู้ตัวว่ารักพระเอกมาหลายบทก่อนหน้าแล้วไง ถ้าจะเปลี่ยนก็น่าจะเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนั้น มาเปลี่ยนตอนมีลูกด้วยกันแล้ว แบบนี้ฝนคิดว่ามันแปลกๆ

คุณหยกมณีความจำเสื่อมแบบแปลกๆ
ฝนคิดว่าเหตุผลที่ความจำเสื่อมนะโอเค พอไปไหว แต่มันแปลกที่ว่าเธอไม่รู้สึกว่าอะไรขาดหายบ้างเลยเหรอ?
ตอนที่อ่านเจอฝนอยากจะร้อง เฮ๊ย แบบเสียงดังๆเลยนะ เธออออออออ คนเราหลับตื่นหนึ่งแล้วช็อคตื่นมาความจำหาย เธอไม่รู้สึกแปลกเลยหรือไง! มันเป้นไปไม่ได้ที่จะไม่สงสัย มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้สงสัยมากเลยนะ อย่างแรกเธอต้องสงสัยว่าทำไมเธอมาอยู่ตรงนี้ ถึงจะถามใครจนได้คำตอบมา แต่ก็ต้องแปลกใจซิ ตัวเองจะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ถึงมีคนบอกแต่ก็ต้องติดใจบ้างแหละว่าทำไมเราถึงจำไม่ได้ ไม่มีทางที่จะปล่อยผ่าน อีกทั้งคนที่จำฝั่งลึกเป็นสิบๆปีแบบนั้น ก็ต้องมีบ้างที่รู้สึกแปลกๆซิ จะไม่สนใจ ไม่กระทบถึงความเป้นตัวตนเลยเหรอ?
อันนี้ฝนคิดว่าไม่โอเค เข้าใจว่าคุณหยกเธอสะเทือนใจมากจนช็อคแล้วความจำส่วนหนึ่งหาย แต่พอหายแล้วไม่กระทบตัวตนเลยมันแปลก มันไม่โอเค (ถอนหายใจ)

ฝนคิดว่าเรื่องนี้เป็นนิยายที่นิยายจริงๆค่ะ แบบนิย๊ายนิยายเลย (หัวเราะ)
ไม่ค่อยถูกจริตเท่าไร ก็อย่างที่บอกค่ะ อ่านให้สนุกก็สนุกค่ะ (ส่วนฝนรีบอ่านให้จบค่ะ…) คนอื่นอาจจะชอบก็ได้มั้ง

บอกตรงๆว่า ตอนอ่านรอบแรกก็รู้สึกคือๆนี้แหละ ยังตกใจด้วยซ้ำว่า เนี่ยนะจะเอามาทำละคร…
ก็ทำได้แหละ ยังไงก็ต้องมีปรับเปลี่ยนอ่ะเนอะ ตอนนี้ก็หวังว่าพี่ติ๊กจะออกมาได้ชวนกรี๊ดเหมือนเดิม

บ่นไปเยอะ บอกส่วนที่ฝนชอบดีกว่าเนอะ
ฝนชอบแง่คิดของเขานะคะ คือพระเอกพยายามจะทำให้วงการสกปรกกลับตัวกลับใจมาทำประโยชน์หรือทำให้มันถูกต้องมาขึ้น เหมือนที่พ่อนางเอกเคยทำ ถึงตอนแรกจะยากลำบากแต่ก็พยายามต่อไป ไม่หลงไปในอำนาจที่ตัวเองมี ต้องเจ็บน้อย ยอมเสียน้อย ยอมสกปรกน้อย เพื่อวันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องสกปรกหรือทำเรื่องผิดๆเหมือนที่คนรุ่นหลังเคยทำไว้อีก
ลึกซึ้งเนอะ ชอบอ่ะ แต่กว่าจะอ่านจนถึงบทสรุปนี้คือนานนะ (หัวเราะ)

PS.
→ สภาพหนังสือเช่า มันเกินกว่าจะนำมาเข้าเฟรมได้ เล่มนี้เลยต้องใช้ปกจาก internet แทน
→ น่าจะเป็นเรื่องแรกของพี่ติ๊กที่น้ำฝนขอไม่ซื้อ ไม่ไหวอ่ะ ไม่ถูกจริต แต่ถ้าบทโทรศัพท์โอเค อาจจะเก็บเป็นบทโทรทัศน์แทน…
→ เรื่องนี้มีฝาแฝดด้วยนะ แถมหน้าปกสีแดงอีกต่างหาก ถึงจะแบบนั้นก็กระตุ้นความอยากได้ไม่ได้ (ติ่งตัวละครมีแฝด) #น้ำฝนเป็นสตรีที่ชอบสีแดง
→ ยังคงสงสัยว่าตีนผมคือตรงไหน? ขมับไหม? หรือตรงไหน? โผล่มาแค่คำเดียวแหละ แต่นี่สงสัยจนไปค้นหาแล้วไม่รู้ว่าอันไหนถูก…
→ เอ่ม เรื่องอื่นในเซตนี้โอเคไหม? ไม่กล้าอ่านต่อแล้ว… ถ้ามีคนบอกว่าโอเคอาจจะไปหยิบมาอ่าน


More :
Goodreads


Date: March 8, 2015

เงาพิศวาสทะเลทราย : ซ่อนกลิ่น

ชื่อหนังสือ : เงาพิศวาสทะเลทราย
ผู้แต่ง : ซ่อนกลิ่น
สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ
ISBN : 978-616-00-0602-1 (eBook)
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มิถุนายน 2557)
จำนวนหน้า : 400 หน้า

รายละเอียด :
“เธอกับเขาต่างหลงรักซึ่งกันและกัน” แต่ชะตารักกลับเวิ้งว้างดุจหลงทางกลางทะเลทราย
ฮาซาน เจ้าชายอาหรับชั้นปลายแถวแค้นรักฝังใจว่า ทักษอร ใช้เขาเป็นทางผ่านเพื่อเข้าหาเจ้าชายอัคคาร์ พระสหายผู้เนื้อหอมและรวยทรัพย์กว่า ทว่าแท้จริงแล้ว ทิชากร แฝดน้องผู้ร่านรักต่างหากที่ก่อเงาแค้นพิศวาสนี้
เมื่อจู่ๆ เขากลายเป็นสุลต่านทรงอำนาจ ก็อุกอาจจับเธอไปพลีกายระบายแค้นในฮาเร็มจนสาแก่ใจ หญิงสาวทวงคืนด้วยตำแหน่งราชินี มิเช่นนั้นจะเปิดโปงความจริงให้โลกรับรู้!!
แต่ทิชากรแฝดร้ายหวนกลับมาทวงรักคืน ทำให้ทักษอรกลายเป็นนางเอกผู้เสียสละ
แล้วใครกันล่ะ!? ที่จะเป็นชายผู้แสนดีดามใจทั้งคู่ให้สมรักกันอีกครั้ง…


บันทึกหลังการอ่าน…

อยู่ดีๆก็อยากอ่านผลงานของซ่อนกลิ่น คิดถึง ฝนเคยอ่านนิยายของซ่อนกลิ่นเล่มที่มีเป็นชุดๆของพิมพ์คำนะ แต่เล่มเดี่ยวๆไม่เคยอ่าน แล้วห็ห่างหายไปนานมากๆ (สามสี่ปีได้) ก็เลยไปจิ้มๆหาดูว่ามีผลงานเล่มไหนบ้างน๊าที่ขายเป็น eBook จิ้มไปจิ้มหาก็ไปเจอกับเรื่องนี้พอดี “เงาพิศวาสทะเลทราย” อ่านย้ำ ทะเลทราย… ตอนสมัยเรียน ป.ตรี เคยลองอ่านแล้วคิดว่าเข้าถึงได้ยากจังเลย ตอนนี้จบตรีแล้ว เลยลองๆดูซะครั้ง อาจจะเข้าถึงแล้วก็ได้!!

แล้วก็เหมือนพรหมลิขิตบันดาลชักพา (มาเป็นเพลง) ตั้งใจแค่ลองอ่านผลงานเล่มนี้ เพราะเขาเอากลับมาตีพิมพ์ใหม่ เปลี่ยนปก (แสดงว่าต้องสนุกแน่เลย ตีพิมพ์ใหม่ด้วย!) พออ่านหลังปกทำให้รู้ว่า…
นางเอกมีฝาแฝด!! (น้ำฝนผู้คลั่งไคลแฝด) แอร๊ยยยย เธอออ #คือดี #คือถูกใจ เอนเอียงเข้าข้างไปแล้วกว่า 30 เปอร์เซ็น #ความชอบล้วนๆ ไม่ลังเลที่จะจิ้มเลยค่ะ

เล่าเรื่องก่อนเนอะ
“เธอกับเขาต่างหลงรักซึ่งกันและกัน” ใช่แล้ว พระ/นางต่างหลงรักกันแต่ไม่กล้าบอก แต่ด้วยโชคชะตาพาไป ทำให้พระเอกเข้าใจผิด คิดว่าแฝดน้องของนางเอกคือตัวนางเอก ก็เลิฟๆกัน กลิ้งกันไปมา แล้วก็โดนแฝดน้องหักหลังไปหาคนที่ร่ำรวยกว่า พร้อมกับคำพูดเจ็บปวด พระเอกก็แค้นใจ ทำไมทำกับผมแบบนี้ แล้วก็ชะตาพาไปอีก พระเอกที่เป็นแค่เชื้อพระวงศ์ปลายแถว กลับกลายมาเป็นสุลต่าน ผู้ที่ยิ่งใหญ่สุดๆในประเทศ!!!
วันเวลาผ่านไป พระ/นางกลับมาเจอกันอีกครั้ง ด้วยสถานะต่างกัน คนหนึ่งเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ส่วนอีกคนเป็นสุลต่านผู้ยิ่งใหญ่ แล้วด้วยความแค้นฝังลึกมายาวนาน (5 ปี) บวกความเมาแล้วก็อยากแก้แค้นให้เจ็บช้ำน้ำใจบ้าง พระเอกก็สั่งให้คนไปฉุดนางเอกมาระลึกความหลังครั้งเก่าก่อน จัดการจับนางเอกมานอนกลิ้งกันไปมา! (ดูใช้คำศัพท์) นางเอกที่ถูกทำร้ายจิตใจ (คนที่แอบรักมาตลอด ทำไมมาทำกับเราแบบนี้) ถึงจะรักแค่ไหนแต่ก็โกรธ ทำไมพระเอกถึงไม่ยอมฟังคำอธิบายอะไรเลย ก็ตั้งเงื่อนไขว่าถ้าไม่ทำตามจะนำเรื่องนี้ไปออกข่าวให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ!!! พระเอกก็ยอม ทั้งรัก ทั้งหวง ทั้งโกรธ อารมณ์ตีกันวุ่นวาย แต่ก็ยอม จะแต่งนางเอกเป็นราชินี
ระหว่างนั้นก็เกิดเรื่องการแก่งแย่งอำนาจในประเทศพระเอกแล้วก็ประเทศเพื่อนบ้าน มีการยึดอำนาจ ความอิจฉาริษยา แล้วก็การกลับมาของแฝดน้องของนางเอกที่ต้องการเป็นผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นางกลับมาเพื่อทวงสิทธิ์ที่เธอควจะได้ (เหรอ?) จากพี่สาวของตัวเอง

ส่วนจะเป็นยังไงต่อ
– พระเอกจะทำยังไงในเมื่อตัวเองเป็นสุลต่าน แต่นางเอกเป็นสาวไทยที่ไม่ได้รับถือศาสนาอิสลาม
– น้องนางเอกกลับมาทวงพระเอกคืนจากพี่สาว พี่สาวยอมจากไป แล้วพระเอกรู้ไหม รู้แล้วทำยังไง จะแก้ปัญหายังไง
– พระเอกจะถูกยึดอำนาจได้ไหม เกิดการสูญเสียอะไรไปบ้าง

จิ้มอ่านดีกว่าเนอะ ถ้าบอกไปเดี๋ยวไม่สนุกกัน

มาเม้าท์ต่อ
ถามว่ามาอ่านตอนแก่(?)แล้วเป็นยังไง
ก็ยังเข้าไม่ถึงอยู่ดีค่ะ (หัวเราะแห้งๆ) ไม่เชิงไม่ใช่แนวนะ แต่เข้าไม่ถึงเลย อาจจะเพราะเกี่ยวกับเรื่องศาสนากับภาษาที่ไม่คุ้นเคยด้วยมั้ง เลยทำให้รู้สึกว่าเข้าไม่ถึงเท่าไร ฝนไม่ค่อยเข้าใจหลักการปกครองของกลุ่มประเทศที่ค้าน้ำมันนะคะ แอบรู้สึกว่ายากยิ่งกว่าอ่านแนวจีนอีก (หัวเราะ) ถ้าอ่านเยอะกว่านี้อาจจะเข้าถึงก็ได้ (มั้ง?)

ส่วนเรื่องการเลิฟๆกันพอจะเดาๆเรื่องได้บ้าง เพราะมาเป็นแบบเข้าใจผิด แค้น โกรธ อยากทำให้เจ็บบ้าง ฉุดมา แล้วก็ทะเลาะตัดเพ้อ ทิฐิ สุดท้ายเลิฟๆกัน เนี่ย พล็อตอมตะของนิยายไทยเลย ถึงจะเป็นแบบนี้ฝนอ่านก็ยังรู้สึกสนุกที่จะอ่านต่ออยู่นะ เพราะมีเรื่องการแย้งชิงอำนาจ ชิงความเป้นใหญ่ มีเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ สอดแทรกความเชื่อทางศาสนาให้คิดตามเยอะดี

ที่สำคัญในเรื่องมีบทแบบที่ว่าพระเอกสั่งให้ลูกน้องคนสนิทไปคุ้มครองนางเอก แล้วลูกน้องเนี่ยก็ตกหลุมรักนางเอก อ่านบททำนองนี้ทีไรฝนแพ้ทุกที หลงรักผู้พิทักษ์นางเอกตล๊อด คุณเธออออออ ถ้าจะใจดีแล้วก็ทุ่มเทขนาดนี้มาหลงรักหนูดีกว่าค่ะ มันช้ำใจนะที่ไปหลงรักคนมีเจ้าของน่ะ (น้ำตาไหล) สุดท้ายนางก็เหมือนจะได้สมหวังในรัก แต่เพราะ… เพราะ……… (ไม่บอก!) ทำให้ตอนที่กำลังจะบอกรัก คนที่อยากให้ฟัง ไม่ได้ฟัง (สงสารเป็นที่สุด)

จริงๆมีส่วนติดใจอยู่หลายฉาก แต่เพราะเรื่องนี้แต่งนานแล้ว (ใช่ไหม?) แบบว่าฝนอ่านผลงานหลังจากนี้มา พอมาอ่านผลงานก่อนหน้าเลยรู้สึกแปลกๆ

แต่ที่แน่ๆ อันนี้ต้องการส่วนตัวเลย
รู้สึกว่านางเอกจะเฉยๆมากกับการที่รับรู้ว่าตัวเองไม่สามารถยิงธนูได้อีกแล้ว ฉากนี้ฝนแอบอยากให้มีดราม่านิดหน่อยให้พระเอกได้แสดงการปลอบใจ โชว์หวานให้คนอ่านรู้สึกอิจฉานางเอกบ้างอะไรแบบนั้น แต่ไม่มี เสียดายจัง พระเอกก็กังวลว่านางเอกจะรู้สึกยังไง แต่ไม่อ่ะ ไม่มีเลย นางเอกแค่รู้สึกโชคดีที่ยังขยับได้แบบนั้น แค่นั้น แล้วไม่กล่าวถึงต่อ เธอจะเด็ดเดี่ยวอะไรแบบนั้น!!
คือถ้าเป็นฝนอ่ะ ถ้าฝนเป็นนักกีฬายิงธนูที่ผูกพันธ์กับการยิงธนูมาตั้งแต่สมัยเรียน คืออยู่ด้วยกันมานาน แล้วยิ่งเป็นนักกีฬาทีมชาติด้วยแล้ว ฝนจะคิดว่าการยิงธนูเนี่ยคือส่วนหนึ่งของชีวิตเลยนะ (สังเกตได้จากข่าวและสื่อทั่วไป ถ้านักกีฬาเกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถออกกำลังกายได้แล้ว เขาก็ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการกีฬาต่อ ไม่ก็หนีออกมาแบบไม่ยุ่งเกี่ยวให้ช้ำใจ หนักสุดก็เป็นโรคซึมเศร้า ฆ่าตัวตายอะไรแบบนั้น) แล้วแบบถ้าไม่สามารถแตะต้องได้อีก มันก็ต้องมีมุมเศร้าบ้างอะไรบ้างใช่ป่ะ นี่ไม่มีเลย (ถอนหายใจ) ถ้าใส่ตรงนี้ไปอีกนิด ให้พระเอกได้โชว์หวานอีกหน่อยจะชวนกรี๊ดมาก เสียดายยยย

สุดท้าย
หมายถึงบทสรุปสุดท้ายของตัวละคร ฝนคิดว่าลงตัวนะ ถึงจะไม่คิดว่าคุณแฝดน้องจะลงเอยแบบนั้น (แอบน่าสงสาร) แต่ถือว่าโอเค ชอบเลยล่ะ (แอบเศร้ากับคุณองครักษ์)

อ๋อๆๆ ลืมบอกคู่รองของเรื่อง เป็นคู่รองที่ไม่คิดว่าจะมีด้วยนะ (หัวเราะ) คือไม่คิดว่าพวกนางจะลงเอยกัน แล้วก็ไม่คิดว่าจะลงเอยกันเพราะโชคชะตานำพาจริงๆ น่ารักดีคู่นี้ (แอบลุ้นอยู่ห่างๆด้วยซ้ำ)

PS.
→ แอบนึกถึงตอนที่ตัวเองถูกห้ามไม่ให้เล่นดนตรี ฝนยังรู้สึกเศร้าเลย (มากกว่าเศร้าอีก นี่ประท้วงด้วย ช่วง ม.ปลาย พอดี หัวเลี้ยวหัวต่อเลยล่ะ) ฝนอยู่ในกลุ่มคนที่หนีนะ ในเมื่อเล่นไม่ได้ก็ไม่เอาแล้ว ไม่ว่าอะไรก็ไม่เอา…. เวลามองเปียโน คีย์บอร์ด แซ็กโซโฟนก็ยังรู้สึกคิดถึงแล้วก็รู้สึกเศร้าไปพร้อมๆกัน
→ ทีมองครักษ์
→ ใช้เวลาอัพนานมาก นี่นั่งเขียนมาสองวันเลยนะ….
→ ฝนอ่านได้เรื่อยๆค่ะ พักสมองระหว่างอ่านหนังสือสอบดีนักแล (หัวเราะ)
→ เดี๋ยวจะลองหาแนวทะเลาทรายมาอ่านอีก อยากจะเข้าถึงบ้างอะไรบ้าง…


More :
Goodreads


Date: March 3, 2015

ลมซ่อนรัก : นราเกตต์

ชื่อหนังสือ : ลมซ่อนรัก
ผู้แต่ง : นราเกตต์
สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มีนาคม 2550)
จำนวนหน้า : 322 หน้า

คำโปรย : ค้นหารักแท้เพียงหนึ่งเดียวของหัวใจ

รายละเอียด :
ภัทริน หญิงสาวผู้อ่อนต่อโลก หลงคิดว่าเพื่อนชายมอบความรักให้ด้วยใจจริง มารู้ตัวว่าถูกเขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือ ก็เมื่อวันต้องรับชดใช้ในสิ่งที่เขาใส่ร้ายป้ายสี วันเวลาที่ซมซานกลับบ้านเกิดที่เมืองเหนือไปพักรักษาแผลใจ ภัทรินได้รับข้อเสนอจากปราณนต์ คุณหมอผู้มีอุดมการณ์ ให้แต่งงานหลอก ๆ กับเขาเพื่อตบตาบิดา แลกกับเงินก้อนใหญ่ให้หญิงสาวนำไปใช้หนี้ ภัทรินตกสู่วังวนของการหลอกลวงอีกครั้ง…หลอกพ่อแม่เพื่อนพ้องของทั้งสองฝ่ายว่าได้ร่วมหอลงโรงกันนั่นหนึ่งละ สองคือหลอกตัวเองว่าไม่ได้รักกัน…แต่จะทำได้ง่าย ๆ หรือ การหลอกลวงยังคงเกิดต่อเนื่องไม่จบสิ้น จนกว่าคนทั้งคู่จะจูงมือกันเดินไปจนสุดทางรัก…


บันทึกหลังการอ่าน…

เรื่องนี้ฝนอ่านได้หลายเดือนแล้ว (ใช้คำว่าหลายเดือน!!)
อายนะ แต่แบบฝนติดนู้นนี่นั่นตลอดเลย……
ถามว่าเรื่องนี้โอเคไหม โอเคมากเลยค่ะ (หัวเราะ)
อยากจะเขียนเยอะๆนะ แต่แบบว่าอ่านแล้วทิ้งไว้นาน อารมณ์มันไม่สดใหม่แล้วอ่ะ (เสียดายจัง)
ขอแบบเรื่อยๆแล้วกันเนอะ

ฝนได้รู้จักเรื่องนี้เพราะเพื่อนบอกว่ากำลังเป็นละครนะ ณเดช แสดง
ตอนนั้นเราคุยกันหลายๆเรื่อง แล้วก็พูดถึงเกี่ยวกับชื่อเนี่ยแหละ
คือชื่อที่นางเอกตั้งให้ลูกนั้นเด็ดมากเพื่อนก็เล่าๆให้ฟัง พอฝนได้ฟังก็สนใจ
ยิ่งสนใจมากขึ้นอีกเพราะกำลังจะทำละคร แล้วก็ตามๆข่าวจนรู้ว่านางเอกคือ แต้ว ณฐพร
เริ่ดค่ะ เริ่ด ชอบแต้วมาก นางสวย หลงใบหน้าของนางมาก
แล้วสนใจมากขึ้นๆไปอีกเพราะมีฝาแฝดและพระเอกเป็นหมอค่ะ!!
แพ้ค่ะแพ้ แพ้ทางพระเอกเป็นหมอค่ะ แพ้คูณสองเพราะนางมีแฝดด้วย!!
องค์ประกอบเท่านี้แหละทำให้แอบเอนเอียงเข้าข้างนิยายเป็นที่เรียบร้อย
(เหตุผลเธอมัน………..)

เรื่องนี้เป็นเรื่องของนางเอกที่เจอมรสุมชีวิตที่หาทางแก้ไม่ได้ จนยอมแล้ว ยอมรับโชค
ขอกลับบ้านไปหาที่พึ่งทางใจ แล้วก็มาป่ะกับพระเอก เพราะเสียงดนตรีที่พระเอกเล่น
ไปแอบฟังอยู่นานสองนานก็ลืมตัว เผลอสนิทกันอย่างไม่รู้ตัว
จนปัญหาของนางเอกเจอทางตัน ตันแบบสุดๆ บวกกับเพื่อนของนางเอกที่ปากสว่าง (ฮา)
ทำให้พระเอกรู้เรื่อง เลยมาทำข้อตกลงว่าจะแต่งงานกันนะ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายนะ
นางเอกไม่มีทางเลือก ไหนจะปัญหาของตัวเอง ไหนจะเรื่องแม่ ไหนจะจิตใจที่ต้องการคนอยู่เคียงข้าง
แต่งค่ะ แต่ง พอแต่งก็อยู่กันแบบเพื่อน ไปๆมาๆ ก็ปิ๊งปั๊งกลิ้งกันไปมา (ศัพท์เธอมันช่าง!!)
นางเอกก็รู้ตัวแล้วแหละว่ารักแล้วนะคนนี้ แน่นอนรักแล้วก็ต้องมีหึง ทะเลาะกันเรื่องใหญ่โต
ยังไม่ทันได้คืนดีกัน พระเอกเกิดเรื่อง!
ซึ่งปมหลักของเรื่องอยู่ที่ตรงนี้แหละค่ะ (ซึ่งเค้าจะไม่บอก แบร่)
สุดท้ายก็แฮปปี้

ฝนอ่านเรื่องนี้สองรอบแล้ว (ขำ) ชอบนะ
อย่าเพิ่งคิดว่าฝนจะเข้าข้างพระเอก ถึงนางจะเป็นหมอ ถึงนางจะมีฝาแฝด แต่บอกเลย ฝนเข้าข้างนางเอกแบบสุดๆ
พระเอกไม่ได้เลว ไม่ได้แย่ แต่ใจร้ายมาก
ใจร้ายในแบบที่ว่า ตอนใกล้จะจบเรื่องนางเอกเธองอน ไม่ซิ เธอโกรธ โกรธมาก
คนอ่านก็โกรธตาม เฮ๊ยยย เป็นฉัน ฉันก็โกรธนะเธอ ทำไมทำแบบนี้!!!
ต้องเล่าก่อนหน้านั้นก่อนซินะ

คือนางเอกเธอเป็นสาวเมือง กลับมาอยู่ต่างจังหวัดก็เหมือนจะอยู่ไม่ได้ พระเอกก็พยายามทำให้นางเอกกลมกลืน
จนทะเลาะกันไปมา แล้วนางเอกก็ได้กลับเข้ามาในเมืองอีกครั้ง
ทีนี้นางเอกก็คิดถึงบ้านของเรา (บ้านของพระ-นาง) แต่ก็ไปไม่ได้เพราะติดพระเอกกับคุณแฝดเนี่ยแหละ
เหตุที่นางเอกไปไม่ได้เพราะพระเอกดันลืมนาง จำนางไม่ได้แต่จำเพื่อนสมัยเด็กได้
นางก็น้อยใจ แต่ก็นะ รักแล้ว รอได้ เดี๋ยวเขาก็จำได้ ทนเห็นภาพบาดตาบาดใจ จนทนไม่ไหว
บวกกับตอนนั้นก็สับสน จริงๆนางจำได้นะ แต่ก็เนี่ยแหละฝาแฝด สองหนุ่มแฝดก็ทำให้สับสน
ทำไมถึงรู้สึกหวั่นไหวกับแฝดอีกคนมากกว่า ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยมากกว่า
นางเอกเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองรักใคร ตอนนี้หัวใจฉันอยู่กับใคร
จนสุดท้ายวันที่ยอมแล้วจริงๆ ไม่ไหวแล้ว ทนดูพระเอกกับเพื่อนวัยเด็กกุ๊กกิ๊กกันไม่ไหว
ฉันไม่เป็นไร ถ้าพระเอกจะไปรักคนอื่นก็ไม่เป็นไร จะอยู่ตัวคนเดียว ขอแค่ให้มีความสุขก็พอ นางถอย
พอนาทีสุดท้ายของชีวิต นางรู้แล้วว่านางรักใครระหว่างสองคนฝาแฝด ตอนนี้เลือกแล้วว่าหัวใจอยู่ที่ใคร
ตอนฝนอ่านถึงตรงนี้ นี่เริ่มโกรธนางเอก เธอออ อย่าได้เป็นเหมือนเบลล่าในทไวไลน์นะย่ะ นี่โกรธจริง
แต่อ่านไปเรื่อยๆ โอ๊ยยย เอาความโกรธทั้งหมดในเรื่องไปลงที่ครอบครัวพระเอกเลย
ใจร้ายจริง น่าตีมาก ทำไมทำแบบนี้! นี่ถ้าไม่เห็นแก่หน้าหลานที่จะเกิดมานี่ไม่ยอมยกนางเอกให้นะย่ะ!
(จริงจังมาก ประหนึ่งเป็นเพื่อนนางเอก)
มาต่อๆ พอนาทีสุดท้ายของชีวิตเธอคิดตกแล้ว
ให้พระเอกไปอยู่กับคนที่รักเถอะ เธออยู่คนเดียวได้ เธอจะอยู่ดูแลลูกคนเดียว เธอขอไม่ยุ่งกับใครทั้งหมดอีกแล้ว
บังเอิญค่ะบังเอิญ ฟ้าเป็นใจ นางดันได้รู้ความจริงทั้งหมดเรื่องพระเอกกับครอบครัว
คิดดูซิคิดดู นางเครียดของนางมาตลอด นางทั้งร้องไห้จนป่วย ข้าวปลาไม่กิน อดหลับอดนอน
ดูแลเอาใจใส่ วิตกคิดมาก ทำแม้กระทั้งเกือบสละชีวิตเพื่อพระเอก
นางรักของนาง รักมากจนรู้สึกผิดที่คิดว่าตัวเองนอกใจไปหาอีกคนด้วยซ่้ำ
แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย ทุกอย่างมันจอมปลอม นางหมดความไว้วางใจแล้ว
หมดแม้กระทั้งคำหวาน ความรู้สึก ความผูกพันที่ร่วมสร้างกันมากก่อนเกิดเรื่อง
นางคิดว่าเป็นการหลอกลวง ทุกอย่างคือสิ่งโกหก ไม่มีอะไรคือความจริง
อู้ยย เป็นฝน ฝนก็คิดแบบนั้น นี่คุณรักฉันจริง หรือฉันเป็นแค่หมากในกระดานให้คุณจับวางเล่นสนุก
นางตัดสินใจเด็ดขาดมาก วันนั้นเลย ไม่ยั้ง ไม่รอ ไม่ฟัง เพราะหัวใจสลายไปแล้ว
ถึงพูดมาก็เชื่อถือไม่ได้ พอกันทีกับความรู้สึกแบบนั้น
ทิ้งแหวนจ้า ถอดทิ้งให้เห็นนะตรงนั้นเลยยย ตัดแล้ว ไม่เอาแล้วกับคนๆนี้ (ซะใจมากนี่บอกเลย โกรธพระเอกสุดๆ)
หนีกลับบ้าน แน่นอนว่าหนีไปไหนไกลไม่ได้ แม่ก็ห่วง แถมมีลูกในท้องมาอีก
ก็อยู่ในบ้านของพระเอกต่อไป จนพระเอกตามมาง้อ
ง้อแบบ….. เออ ยอมก็ได้ ถ้า(พระเอก)จะงอแงกันขนาดนี้ แอบหวานแบบแปลกๆด้วย
นางมาแบบเผด็จการหน่อยๆ อ้อนนิดๆ ยอมแพ้ราบคาบ แล้วก็มีแววจะกลัวเมียสุดๆ!
อุ้ยยย ถึงจะโกรธอยู่ แต่ลดเหลือแค่งอนก็ได้ แล้วนางเอกก็เป็นแบบฝนเนี่ยแหละ (โธ่ ใจอ่อนจริงเรา)
(จริงๆเธอแพ้น้ำตาผู้ชาย บอกเขาไปซิย่ะ!!) ใช่แล้ว!! แพ้น้ำตาคนหล่อ จบไหมมมมม (หัวเราะ)

เรื่องพระเอก ฝนไม่บอกนะ คือบอกแล้วจบเลย สปอยทั้งเล่มอ่ะ
แต่ดูจากไตเติ้ลทางทีวีก็น่าจะเดาๆเรื่องได้แล้วล่ะมั้ง

บอกตรงๆ คือฝนรักนางเอกมาก ถึงนางจะไร้เหตุผลในบางที ดูเหวี่ยงๆในบางครั้ง
แอบโลเลในบางอารมณ์ (ก็นางจำพระเอกได้นี่น่า!!) แต่รักนาง
ชอบตรงฉากทิ้งแหวนมาก คือสะเทือนใจสุดๆ แล้วก็สมน้ำหน้าพระเอกแบบสุดๆด้วย เชอะ!!

ส่วนปมในเรื่องที่เนี่ย นอกจากที่ฝนสปอยๆไปก็มีจุดที่ทำไมนางเอกถึงต้องกลับไปอยู่บ้าน
ทำไมพระเอกถึงต้องแต่งงาน ทำไมถึงต้องให้นางเอกอยู่ด้วย แล้วก็ทำไมฝนถึงเคืองครอบครัวพระเอก!
เอาจริงๆ ทางครอบครัวเขาก็มีเหตุผลของเขานั้นแหละ ซึ่งคนอ่านอย่างฝนเนี่ยเห็นว่าเป็นเหตุผลที่ร้ายกาจมาก
ใจร้ายมากกกกกกกกกก (ก.ไก่สามบรรทัด)
ตอนรู้ว่าเหตุผลคืออะไรก็โอเค๊ เค้าเข้าใจ เค้าไม่เคืองมากมาย แต่โกรธมากมายแทน
เห็นใจนางเอกสุดๆ หึ็ยยยย น่าจับตีทั้งครอบครัว!

สรุปว่า
เรื่องนี้ไม่หนักไม่เบา สนุกมาก ตอนฉากดราม่าของนางเอกนี้ก็พาอารมณ์ตามไปด้วย
บอกก่อนนะว่าฝนยังเข้าข้างนิยายเรื่องที่มีฝาแฝดอยู่ (ขำ) ถึงแฝดจะดูน่าหมั่นไส้ก็เถอะ!

PS.
→ เห็นยาวๆแบบนี้ ยังสปอยไม่จบนะจ๊ะ กั๊กไว้ อยากรู้หาอ่านไม่ก็รอดูละครจ้าาาา
→ หนังสือยืมฝ้ายมา ขอบคุณนะคะ ตอนนี้จิ้มซื้อในมือถือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
→ นางเอกเลี้ยงน้องหมาค่ะ รูปเลยเป็นน้องฮัสกี้ (อีกแล้ว)
→ รอดูละครย้อนหลังนะ (ไม่ชอบดูกับทีวี เบื่อโฆษณา) แต่ไม่คาดหวังเพราะกลัวช้ำใจ
→ ยังประทับใจฉากทิ้งแหวนกับฉากง้ออยู่ อ่านมากกว่า 2 รอบแล้วนะฉากนั้น โดนใจมาก!!


More :
Goodreads


Date: November 14, 2014