Posted in หนังสือแปล จีน, ห้องสมุด: แปลจีน

เต้าหู้ไซซี : Yu Du Jun Hua



ชื่อหนังสือ : 东冈恶 | เต้าหู้ไซซี
ผู้แต่ง : ​一度君华 | Yu Du Jun Hua
ผู้แปล : ทีมห้องสมุด (彭爱心, 乔丽华, 朱秀芬)
สำนักพิมพ์ : ห้องสมุด
ISBN :
#1 | 978-616-7856-55-1
#2 | 978-616-7856-56-8
#3 | 978-616-7856-57-5
พิมพ์ครั้งที่ : 1 | มกราคม 2560
จำนวนหน้า : 916 หน้า (295+307+314)

รายละเอียด :
นางเป็นเพียงลูกสาวบ้านตระกูลกัว ร้านขายเต้าหู้เล็กๆ ในอำเภอห่างไกลที่ใครๆ ก็ไม่คาดว่าวันหนึ่งจะมีวาสนาเอื้อมถึงตำแหน่งพระชายาอ๋อง!
ซวิ่นฮ๋องมู่หรงลี่ ผู้นำกองทัพนักรบปีศาจแห่งแคว้นต้าเอี้ยนไม่คาดคิดมาก่อนว่าสตรีที่ตนเก็บตกได้ระหว่างออกรบจะเป็นชิ้นส่วนที่มาเติมเต็มหัวใจอันว่างเปล่า
สตรีผู้นี้เป็นเพียงสาวชาวบ้าน นิสัยเรียบง่าย หัวอ่อน พูดน้อย…
นางมีทุกอย่างที่ตรงข้ามกับเขาโดยวิ้นเชิง แต่กลับเป็นบอดพรูหนึ่งเดียวที่ทำให้นักรบอย่างเขารู้สึกอยากวางอาวุธในมือ.. แล้วกลับบ้าน
นี้เป็นเรื่องราวของซินเดอเรลล่าในยุคจีนโบราณ
เป็นเรื่องของสาวน้อยยากจนกับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์
ต่างกันที่เจ้าชายของเรื่องนี้ ดุ เหี้ยม ปากร้าย และไม่ไว้หน้าใคร
ส่วนสาวน้อยเองก็ดื้อเงียบจนเจ้าชายต้องโบงธงยอมแพ้!


บันทึกหลังอ่าน…

ลำบากใจกับการเขียนบันทึกหลังอ่านของเรื่องนี้มาก…

เล่าที่มาที่ไปก่อน
จากดราม่าครั้งก่อนๆ หญิงก็ตั้งใจว่า ถ้าทาง สนพ ยังไม่เคลียร์ตัวเอง และไม่จัดการตอบข้อสงสัยในประเด็นหลายๆข้ออย่างตรงไปตรงมา ก็จะไม่อุดหนุนแล้ว ถึงจะอยากอ่านมากแค่ไหนก็จะไม่จ่ายเงินซื้อจนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบจริงๆ
พอตั้งใจแบบนั้นแล้ว เวลามีหนังสือเรื่องใหม่ๆของ สนพ นี้ออกมา ก็จะอ่านปกหน้าปกหลัง แล้วผ่านเลย ไม่สนใจ

จนเจอกระแสเข้า ทั้งกระแสด้านดีและด้านบวก
บางกลุ่มออกมาอวยหนังสือเรื่องนี้ว่าดีอย่างนู้นดีอย่างนี้ แล้วก็เอาหนังสือเรื่องอื่นมาเทียบ มาดิสเครดิต จนหญิงเกิดความสงสัย
… มันดีขนาดนั้นจริงดิ?
พอมีคนอวยก็ต้องมีคนอยู่ฝั่งตรงข้าม เอาเนื้อหาที่อีกฝั่งว่าดี มาชี้แจงหาความสมเหตุสมผล หาข้อติจนไม่เหลือข้อดี หญิงก็เกิดความสงสัยอีก
… อ้าว ตกลงมันยังไงแน่?

ยอมรับเลยว่า พอฟังเสียงสองฝั่งแล้วก็เกิดความหงุดหงิด จะกดกันไปกดกันมาทำไมเนี่ย เห็นใจคนชอบเผือกอย่างหญิงบ้าง เสียงสองฝั่งไม่เหมือนกันเลย ตกลงฝั่งไหนบรรยายเกินจริง???
แล้วนี่ก็โรคจิต เวลาเกิดความสงสัยก็ชอบหาคำตอบให้ได้จนกว่าจะพอใจ แต่อย่างที่บอก เคยตั้งใจไว้ว่าจะไม่สนับสนุนหนังสือของ สนพ นี้อีก ถ้าเขายังไม่จัดการปัญหามากมายของเขา แล้วบังเอิญที่ว่าเพื่อนสาวของหญิงซื้อมา แล้วยินดีที่จะให้หญิงยืมอ่าน (ย่อเข่าถอนสายบัวขอบพระคุณ)
หญิงเลยได้มีโอกาสได้อ่าน

ก่อนอ่านก็ทำใจโล่งๆ ทำตัวเบลอๆ ลบทั้งคำอวยและคำติที่เคยเสพมาทั้งหมด เปิดใจกว้างๆ เปิดสมองโล่งๆ คิดว่าเรากำลังอ่านหนังสือเรื่องหนึ่งที่ไม่มีประเด็นอะไรมาก่อน ถ้าเราไม่สนใจคำติและคำอวยของหนังสือที่อ่านมาจากแหล่งอื่น หญิงจะมีความเห็นต่อเรื่องนี้เป็นของหญิงเอง

แล้วเริ่มอ่าน…

เรื่องนี้เป็นเรื่องของสาวน้อยที่โชคร้าย โดนกลุ่มโจรจับตัวไป ยังไม่พอ โดนกลุ่มทหารเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มโจรก็เกือบจะโดนขมขืนโดยพลทหารหลายคน แต่สุดท้ายโดนขืนใจจากคนเป็นแม่ทัพอ๋อง(พระเอก)แทน พอสำเร็จความพึงพอใจแล้วก็ถูกโยนโครมลงที่หน้าบ้าน ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเห็นและรับรู้ได้ว่านางเอกแปดเปื้อนแล้ว
ความโชคร้ายยังไม่จบ เมื่อถึงบ้านก็โดนคู่หมั้นตั้งแต่เด็กบอกยกเลิก แต่ยินดีถ้าจะแต่งเข้ามาเป็นอนุ ซึ่งนางเอกก็เซย์โน พ่อนางเอกเลยมองหาคนอื่นให้ พอจะหาคนแต่งด้วยใหม่ได้ พระเอกก็เรียกตัวกลับไปรับใช้อีกเพราะคิดถึงอะไรหลายๆอย่างจองนางเอก ถึงจะไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ด้วยไม่อยากให้คนในครอบครัวเดือดร้อนก็ต้องจำใจไป แต่ยังดีที่ได้แต่งเข้า เป็นอนุคนหนึ่งของอ๋องผู้สูงศักดิ์

มาว่าด้วยฝั่งพระเอก
พระเอกเป็นอ๋องที่ทำตามใจตัวเองและอยู่ในช่วงเสียใจกับการศูนย์เสียหญิงที่เป็นที่รักไปเมื่อหลายปีก่อน และเมื่อเห็นนางเอกเข้าก็ใช้นางเอกเป็นตัวแทนคนรักที่ตายจากไป แม้กระทั้งการร่วมรักก็เอาแต่คิดถึงคนรักเก่า ตอนแรกก็เข้าใจนางเอกก็น่าเหมือนหญิงคนอื่นๆ ได้แล้วก็คงลืม ก็เลยพาไปทิ้ง แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ ก็ต้องลกบากลูกน้องไปพาตัวกลับมาใหม่ เพราะเขาติดรสมือของสาวน้อยนางนั้นแล้ว พากลับมาแต่งเป็นอนุเพื่อเป็นสมบัติของเขาคนเดียว

เนื้อเรื่องก็มีการแก่งแย้งชิงบัลลังก์ สงคราม และการผิดใจของชีวิตคู่ รวมไปถึงพัฒนาความรักของพระ/นาง

เล่าแค่นี้พอเนอะ
เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาเขียนบรรยายให้รู้สึกว่าเป็นการเล่าเรื่องได้ หญิงช็อคตั้งแต่ฉากข่มขืนแล้ว

ตอนเริ่มอ่าน ต้องนั่งทำใจและให้สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย
ที่ต้องทำใจเพราะรู้ว่าสำนวนของ สนพ นี้เป็นแบบไหน อ่านไปก็ขัดใจไป จะบอกว่าชินก็ชินเพราะอ่านของเขามาก็หลายเล่ม มันเป็นความขัดใจแบบชินๆ น่ะ
เล่มแรกเป็นช่วงปรัยตัวปรับใจ พยายามเข้าใจและคิดเสมอว่า นั้นคือสังคมแบบจีนโบราณ ที่ชายเป็นใหญ่ หญิงเป็นบุคคลที่ไม่มีปากไม่มีเสียง ดังนั้น เวลาอ่านเจออะไรที่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ก็จะบอกตัวเองด้วยคำนี้เสมอ
พอเริ่มเข้าเล่มสองตอนต้นๆเล่ม ก็รู้สึกเหมือนเริ่มมีเนื้อให้อ่านได้บ้าง แล้วก็พอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมนักอ่านบางคนถึงบอกว่าเรื่องนี้เป็นหนังสือตลก (แต่หญิงไม่ขำไง)
พออ่านจบเล่มสาม บอกเลยว่า … ฉันรอดพ้นจากเรื่องอัลไลก็ไม่รู้แล้วววววววววววววววววววววววววว

คือแบบ อ่านไปก็เหมือนสะสมความหงุดหงิดไปเรื่อยๆ ทั้งที่ต้องกล่อมตัวเอง แล้วก็ต้องตั้งสมาธิคิดหาเหตุผลให้กับตัวละครเอง! เหนื่อยแล้วก็หงุดหงิดมาก

ความหงุดหงิดอย่างแรกเลย คือ อย่าได้เชื่อคำบรรยายหลังปก อารมณ์ต่างกัน

หงุดหงิดต่อมา คือ จำเป็นต้องบรรยายฉากทำอาหารมากมายขนาดนี้ไหม ไม่เข้าใจว่าเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเรื่องหรือยังไง แล้วต้องคิดเข้าข้างเนื้อเรื่องขนาดไหน ถึงจะสามารถอ่านฉากทำอาหารและอาหารมากมายขนาดนั้น แล้วโอเคเซย์เยสว่าเรื่องนี้คือนิยายในยุคอดีต จริงๆ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะหญิงไม่ได้ไปตามหาตามอ่านดูว่าส่วนประกอบ วิธีทำอาหาร และเมนูอาหารที่อยู่ในเรื่องนั้นเหมาะสมกับธีมเรื่องไหม รู้สึกเสียเวลาที่จะมานั่งจับผิด แค่เสียเวลาอ่านให้จบสามเล่มก็อยากจะร้องไห้แล้ว

เรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์ของตัวละครในเรื่อง ที่อ่านไปก็งงไปกับความลำดับญาติ
นี่ก็สงสัย ทำไมพระเอกเป็นอ๋อง ต้องอ่านไปเรื่อยๆ ถึงจะรู้ว่าได้ยศนี้มาได้ยังไง พ่อเป็นใคร ขนาดตัวพ่อยังเรียกอ๋องเลย อ่านไปถึงกลางเรื่องถึงได้รู้ว่าเป็นฮ่องเต้

ตัวละครที่บางตัวก็เหมือนจะมีบท บางตัวก็เหมือนจะไม่มี อยากเขียนถึงก็มา ไม่อยากเขียนถึงก็มีแบบตัดๆไปไม่ถึงบรรทัด (ไม่รู้ว่าจะเขียนถึงทำไมเหมือนกัน) อย่างพวกพี่ๆน้องๆของพระเอก
ในเนื้อเรื่องรบกันทหารตายเป็นพันๆ พี่น้องคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวละครหลักทำอะไรระหว่างพบกันก็ไม่บอก มาเขียนถึงทีหลังแล้วบอกว่าคนนั้นเป็นแบบนั้น คนนั้นเป็นแบบนี้ (อ๋อ ให้คนอ่านไปคิดย้อนเอาเองว่าเพราะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ฉากตอนที่ควรจะมีเลยไม่มี ซินะ…)

อย่างฉากรบราแย่งชิงบัลลังก์ ที่ควรจะยิ่งใหญ่อลังการเพราะเกี่ยวข้องกับแผ่นดินมรเรื่องและแผ่นดินรอบข้าง
เนื้อหากลับเขียนแบบไม่ใส่ใจ ไม่ใส่รายละเอียด คือไม่เน้นใช่ไหม? (แล้วเรื่องนี้เน้นอะไร? พระเอกขื่นใจนางเอก พออยู่ร่วมกันนานวันเข้าก็เลยรักกัน เหรอ????)
ลูกชายตบตีแย่งตำแหน่งแห่งความเป็นใหญ่ ผู้เป็นพ่อก็แก้ไขปัญหาแบบง่ายๆ ขนาดจะรบกันทีก็รบกันง่ายๆ เหมือนเด็กแย่งของเล่นกันเลย
หญิงอ่านไปก็ทึ้งหัวไป นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนที่ใส่ใจรายละเอียดของพล็อตจริงๆ แล้วก็ไม่เหมาะกับคนที่ชอบอ่านเนื้อหามากๆด้วย

ยังมีเรื่องการเล่าเรื่องแบบที่อ่านแล้วไม่คิดว่ากำลังอ่านนิยายอยู่
ตรงนี้เป็นอะไรที่หงุดหงิดแรงมาก
เธออออออ หญิงรู้สึกเหมือนอ่านสรุปความรวมมากกว่าการอ่านนิยายจริงๆ ไม่มีบรรยายความรู้สึกนึกคิด ตัวละครอยากทำอะไรก็ทำเลย ไม่บอกไม่กล่าวเลยว่าทำไปเพราะอะไร ทำไปเพื่ออะไร ทำไมถึงเลือกที่จะทำแบบนี้ อยากทำ ทำเลย บรรยงบรรยายไม่ต้อง อยากรู้ไปนึกเอาเอง!! เหมือนนักเขียนเขาเขียนไว้อ่านเอง ไม่ได้อยากให้คนอื่นอ่าน เขียนให้ตัวเองเข้าใจคนเดียวว่าตัวละครทำแบบนี้เพราะอะไร
เอาจริงๆ ถ้าเขาบรรยายลักษณะนิสัยให้ดีกว่านี้ เวลาอ่านถึงการกระทำของตัวละครโดยที่ไม่ต้องมีการบรรยายจะเข้าใจได้ เพราะมีจุดที่บอกมาอยู่แล้วว่า พื้นฐานนิสัยของตัวละครเป็นยังไง เวลาเจอเหตุการณ์นู้นนั่นนี่จะทำยังไง แต่นี่ไม่มีเลย ทุกอย่างนักอ่านต้องมโนเอง แต่ละคนมโนไม่เหมือนกันด้วยนะ หญิงถึงได้บอกว่า การอ่านเรื่องนี้ทำให้เหนื่อย เพราะต้องมานั่งหาเหตุผลการกระทำของตัวละครเอง ต้องโลกสวยมากๆ คิดเยอะๆ ถึงจะรู้ว่าตัวละครทำแบบนั้นเพราะอะไร

คิดดูวววว นางเอกเกือบแท้งลูก เนื้อเรื่องก็ชูโรงเลยค่ะว่าร่างกายอ่อนแอกว่าเดิม แล้วไงต่อ ผ่านไปสองสามฉาก กลับมาแข็งแรงแล้ว
คำถาม แข็งแรงได้เพราะอะไร?
ตอบ.. อยากรู้ต้องมโนเองค่ะ! เขาไม่บอก หาเหตุผลร้อยแปดพันเก้าจากเนื้อหาในหน้าต่อๆไป
กำลังกายก็ไม่ออก วันๆอยู่แต่บนเตียงกับในครัว เร้าใจหน่อยก็ออกป่า ฆ่าสัตว์ ยาบำรุงก็ไม่ได้แตะ เอาตรงไหนมาแข็งแรงขึ้นคะ? พูด!!!!

ยิ่งอ่านก็ยิ่งแฟนตาซี ยิ่งอ่านยิ่งต้องหาเหตุผลมารองรับเอง

แล้วก็ความรักของพระรองกับนางเอก
คือเธออออ นางเอกนางหวั่นไหวกับพระรอง พระรองก็หวั่นไหวกับนางเอก แต่ต่างฝ่ายต่างไม่พูด เหมือนมีเคมีถึงกันเฉยๆ แต่แบบ เขาไม่ได้บอกกันเลยนะว่ารักกัน แล้วหญิงอ่านเจอ มีฉากหนึ่งที่เขาเขียนมาคล้ายๆกับว่า ต่างฝ่ายต่างรู้ใจกันแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่อยากทำผิดเลยต้องตัดใจ บลาๆๆๆ อยากจะกรี๊ดให้ลั่นห้อง พวกเธอไปบอกรักกันตอนไหน พูด!! นี่ไม่ได้อ่านห้ามสักตัวอักษรเลยนะ!! หรือคนสมัยก่อน แค่มองตา ดูจากการกระทำก็อ่านใจกันได้แล้วว่าอีกฝ่ายมีใจให้? โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพระเอกกับนางเอก พวกเขารักกันได้ยังไง หญิงก็ยังงงๆ
เรื่องการข่มขืนแล้วมารักกัน หญิงพอจะหาเหตุผลทางวัฒนธรรมมารองรับได้ พอจะเข้าใจได้ถึงความต่างของยุคสมัยและวัฒนธรรม
ถ้าให้พระ/นางอยู่ด้วยกันเพราะหน้าที่ความเป็นสามีภรรยา ยังพอไหว แต่รักกันแบบรักกันอะ ถึงในเรื่องจะไม่มีฉากที่บอกว่า ข้ารักเจ้า ข้ารักท่าน อะไรเถือกๆนี้ แต่เนื้อเรื่องชูโรงเลยว่าพระ/นางรักกัน มันเลยแบบ……….(ไม่รู้จะต้องคิดและพูดอะไรออกมาดีเลย)

ยังมีเรื่องสงสัย ไปอ่านคอมเมนต์มาว่า ตอนนางเอกเอาคืนพระเอกเนี่ย สะใจมาก
พอมาอ่านเอง…
ไม่เห็นถึงความสะใจอะไรเลย ที่ทนอ่านจนเล่มสุดท้ายเพราะอยากรู้ความสะใจนี้ด้วยนะ!!! ****!

เกือบลืม ขอบ่นเรื่องการแปลหน่อยแล้วกัน
ไม่ใช่เรื่องสำนวนนะ เพราะรู้อยุ่ว่า สนพ นี้เขามีสไตล์การแปลแบบนี้
แต่หมายถึง footnotes ใจคอเขาจะไม่มีเลยจริงเหรอ? ก็รู้แหละที่เขาชูโรงว่า ทำหนังสืออ่านเล่น (#เบ้ปาก อ่านเล่นอะไรแพงขนาดนี้) ไม่ได้ทำหนังสือวิชาการ แต่เธออออ บางจุดก็ควรจะมีไหม?
ตั้งแต่อ่านมา ยังไม่รู้เลยว่า ไซซี หมายถึงอะไร?????
แล้วบางสำนวนที่มาแบบสำน๊วนสำนวน พี่จะมา พี่ก็มา หญิงอ่านน้องยังงงเลยว่า พี่จะใส่สำนวนนี้มาทำไม ไม่เห็นเกี่ยวกับเนื้อหาตรงไหน?
โอเค๊ ใช้คำสวยให้ดูว่าเป็นสำนวนจีนนะ แต่บางสำนวนก็ไม่มีการขยายความอะไรเลย พี่คิดว่าน้องจะเข้าใจไหม?????
อะไรควรจะมีก็มีเถอะ ถือว่าหญิงขอ หญิงไม่ได้ฉลาดพอที่จะอ่านทุกตัวหนังสือแล้วเข้าใจได้ ไม่ต้องวิชการจ๋าก็ได้ เอาแบบที่ทำให้คนที่ไม่มีความรู้ทุกเรื่องพอจะรู้ว่าอะไรเป็้นอะไรก็พอ เอาให้คุ้มค่าหนังสือหน่อย….

อ๋อ
เรื่องนี้ดีอยู่อย่าง บรรยายฉากร่วมรักแบบไม่น่าเกลียด (ถ้ามองข้ามการขื่นใจให้สมยอมได้อะนะ) จบ!

บ่นพอแล้ว เหนื่อย อ่านก็เหนื่อย คิดเนื้อเรื่องมาอัพบันทึกฯก็เหนื่อย!!

P.S.
→ เรื่องต่อไปของนักเขียนคนนี้ ที่ออกกับ สนพ นี้ แล้วเขายังเขียนงานสไตล์สรุปความแบบนี้ไม่อ่านแล้วนะ พอแล้ว เหนื่อย
→ กลัวติ่งเรื่องนี้มาตบมาก ถ้าเห็นต่างรบกวนคอมเมนต์แบบงามๆ ก็บอกนะคะ มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้ ขอแบบดีๆ หญิงไม่สู้คน หญิงกลัววววว
→ ขอบคุณเพื่อนสาวอีกครั้งในความกรุณานี้ค่ะ


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3


Advertisements
Posted in มากกว่ารัก, หนังสือแปล จีน

โอรสสวรรค์ทาสรัก : เฉียนเฉ่าโม่ลี่



ชื่อหนังสือ : 奴役天子 | โอรสสวรรค์ทาสรัก
ผู้แต่ง : 淺草茉莉 | เฉียนเฉ่าโม่ลี่
ผู้แปล : มดแดง
สำนักพิมพ์ : แจ่มใส | มากกว่ารัก
ISBN :
#1 | 978-616-06-0466-1
#2 | 978-616-06-0467-8
พิมพ์ครั้งที่ : 2 | ตุลาคม 2554
จำนวนหน้า : 471 หน้า (227+244)

คำโปรย : คนทั้งแผ่นดินยกฐานะเขาให้ยิ่งใหญ่คับฟ้า แต่ยามอยู่เบื้องหน้านางในดวงใจ เขาขอทิ้งฐานะทั้งปวง เป็นเพียงทาสผู้รักมั่นแก่นางเท่านั้น

รายละเอียด :
นับเป็นบุญของแคว้นเทียนเฉาที่รัชทายาทองค์ปัจจุบันเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ ทำให้เชื่อได้ว่าอนาคตต่อจากนี้ไปบ้านเมืองจะต้องเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน ทว่ามีเพียงเกาเยวี่ย ธิดาขุนนางผู้ต่ำต้อยคนเดียวที่ไม่คิดเช่นนั้น
ก็ดูเอาเถิด ถึงนางจะยอมรับว่าเขาช่างงามสง่า มีรอยยิ้มชวนมองราวกับแสงตะวันอบอุ่น ความสามารถรึก็โดดเด่นเหนือทุกผู้คนสมกับคำสรรเสริญ แต่นิสัยประหลาดของเขาที่ชอบปรนนิบัติรับใช้นาง ชอบถูกนางข่มเหงรังแกยามอยู่ด้วยกันตามลำพังนี่สิที่ทำให้นางไม่ค่อยเชื่อมั่นมังกรบนปฐพีผู้นี้สักเท่าไร
สวรรค์!ผู้ใดจะเชื่อ ว่าที่โอรสสวรรค์องค์ต่อไปเป็นโรค ‘ชอบถูกผู้อื่นทารุณกรรม’ หรือนี่


บันทึกหลังอ่าน…

อยากจะบอกก่อนเลยว่า เนื้อเรื่องกับชื่อเรื่องเป็นอะไรที่เข้ากันสุดๆ ฮา พระเอกเป็นทาสรักจริงๆ
ตอนอ่านชื่อเรื่องครั้งแรกก็สงสัย ทำไมต้องทาสรัก? ทาสเลยเหรอ?

เดี๋ยวจะเมาส์ให้อ่าน

พระเอกนางโดนคนปองร้ายจนต้องซ่อนตัวอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง แล้วนางเอกแสนซนผู้ซึ่งไม่รู้อะไรเลยก็บังเอิญไปเจอเข้า ตั้งใจจะช่วยเหลือ แต่ก็พัง นางพังจริงๆ จากที่ต้องการช่วยคนดันพาตัวเองตกที่นั่งลำบากไปพร้อมกับพระเอก
พระ/นางก็อยู่ด้วยกัน คนหนึ่งก็แสนซน คอยพูดคอยคุย แต่ไม่สงสัยเลยว่าคนข้างกายเป็นใครมาจากไหน ส่วนอีกคนจากตอนแรกที่ไม่ชินให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับเนื้อตัว ก็ตกหลุมอีกรอบ แต่กลายเป็นหลุมรักเด็กสาวที่บังเอิญหล่นลงมาอยู่กับเขา
แล้วก็มีคนมาช่วยเหลือทั้งคู่ ทีนี้นางเอกก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองนั้นล่วงเกินคนใหญ่คนโตก็เกิดความกลัวและระแวงว่าจะมีโทษ
ส่วนพระเอกก็เริ่มวางแผนว่าถ้าเขาจะต้องการเด็กสาวคนนี้มาอยู่ข้างกาย เขาต้องทำอะไรและต้องคอยระวังอะไรบ้าง

เธออออ คือพระเอกนางแอบเจ้าเล่ห์มาก ใช้ความอายุมากกว่าและมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่า มาหลอกล่อ ไม่ซิ วางแผนเพื่อปลูกฝั่งนางเอกให้สามารถอยู่เคียงข้างเขาในแบบที่เขาต้องการได้
ทั้งการปรนนิบัติพัดวีสารพัด ป้อนข้าว ป้อนน้ำ นวดแขนขา และอื่นๆอีกมากมาย แล้วการพูดจาในแต่ละครั้งก็มีการแอบฝึกแอบสอนแอบปรับนิสัยให้สามารถมีชีวิตอยู่ในวังได้ ที่หนักสุดคือพยายามให้นางเอกรักไม่หนีหายไปไหนด้วย

จากที่เล่าๆมาก็เหมือนจะจบแล้ว แบบพระ/นางรักกัน จบปิ๊ง ไรงี้
คือไม่ใช่เลย
ตอนแรกที่น้ำฝนอ่านก็คิดว่า เดี๋ยวๆ ก็คงจบมั้ง แต่แบบ นางมีสองเล่ม แล้วจะมีอะไรต่อ???

แล้วก็มีต่อจริง
พอถึงจุดที่คิดว่าจะแฮปปี้กันแล้ว เดี๋ยวก็คงจบ ไม่มีอะไรแล้วมั้ง แล้วก็มีปมมีจุดให้รู้สึกกลับมาติดตามต่อ แล้วก็อ่านต่อ รู้สึกแบบนี้จนจบเรื่อง

ส่วนตัวคือ อ่านได้ รู้สึกสนุก จากที่ตอนแรกแบบอ่านขั้นเวลาก่อนเปิดเรื่องใหม่ คิดว่าเป็นนิยายเบาๆ แต่กลับทำให้รู้สึกสนุกได้ ไม่ใช่แค่ความเป็นทาสภรรยาของพระเอก แต่ด้วยเนื้อเรื่อง ด้วยปมที่ทำให้รู้สึกน่าติดตาม น่าสนใจ เหนือความคาดหมายจริงๆ ถึงบางจุดบางมุมจะพอเดาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เบื่อเลย รู้แล้วว่าทำไมมีแต่คนบอกว่าสนุก

PS.
→ ขอบคุณพี่หญิงในความกรุณานี้
→ อ่านจบเมื่อต้นเดือน แต่เพิ่งมาอัพตอนปลายเดือน #สำนึกผิดเลย


More :
Goodreads : #1 | #2


Posted in .หนังสือทำมือ, นักเขียนไทย

一姫二太郎 : Hayashi Kisara



ชื่อหนังสือ : 一姫二太郎 – Ichi Hime Ni Tarou
ผู้แต่ง : Hayashi Kisara
พิมพ์ครั้งที่ :
#1 | 2 (ธันวาคม 2556)
#2 | 1 (มกราคม 2556)
จำนวนหน้า : 1,143 หน้า (570+573)

รายละเอียด :
#1
เคย์อิจิโร่เงียบ มองร่างเล็กที่รวบผมสีน้ำตาลเป็นลอนขึ้นสูงในชุดวอร์มนักเรียนมัธยมยักไหล่ให้พลางพับตั๋วกับนามบัตรเก็บเข้ากระเป๋า ถึงแม้จะเคยดูถูกไว้ว่าเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าหลายปีตรงหน้าไม่มีเสน่ห์อย่างหญิงสาววัยเดียวกันคนอื่นๆ เอาเสียเลย แถมยังไม่มีความเป็นกุลสตรีเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะกิริยาท่าทาง หรือการพูดการจา ทว่าถ้าดูแต่หน้าตาก็เข้าขั้นว่าจะดีกว่าพวกเด็กสาวๆ ไอดอลใหม่ที่จุติกันมาไม่เว้นแต่ละวันหลายคนอยู่ ยิ่งถ้าจับแต่งตัวดีๆ แล้วเอาขึ้นไปวางบนเวทีโดยไม่ให้พูดให้จา ก็คงจะพอมีคนหลงกลอยู่ไม่น้อยล่ะ…
ยังไงก็คงต้องย้ำคิดย้ำทำอีกหลายรอบทีเดียวว่า… ห้ามพูดอะไรออก มาเด็ดขาดน่ะนะ!!!

#2
ชายหนุ่มมองแขนเรียวหยิบกระเป๋าถือที่ดูมีของน้อยลงกว่าเมื่อตอนขามา เหลือบมองถุงขยะถุงใหญ่ที่วางแอบไว้มุมห้อง เห็นมีกระดาษเอสี่กับซองสีน้ำตาลที่เธอเป็นคนถือมาฉีกกระจัดกระจายอยู่
“…มีอะไรก็โทรหาผมได้เหมือนเดิม ยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่นะ”
“คุณจะบ้าเหรอ?” ฮิเมะค้อนใส่ “ฉันไม่เป็นเพื่อนกับคุณหรอก”
อิการาชิยิ้มค้าง
“ฉันไม่เป็นเพื่อนกับคนที่เคยรักหรอก ดังนั้นคุณไม่ใช่เพื่อนฉัน ฉันไม่ติดต่อคุณ คุณไม่ติดต่อฉัน ไม่อย่างนั้นตอนที่คุณมีใคร ฉันก็จะมาอาละวาดอีก ฉันไม่ชอบอะไรอึมครึม ในเมื่อคุณชัดเจนออกมาแล้ว อย่าเป็นเพื่อนกันให้มันก้ำกึ่งอีกเลย”
ทำไมเธอต้องแมนขนาดนี้นะ…


บันทึกหลังอ่าน…

หนังสืออ่านซ้ำ (อีกแล้ว) ช่วงนี้จัดแต่หนังสืออ่านซ้ำ อ่านซ้ำแบบไม่เกรงใจกองดองตั้งสูงๆ สวยๆ ในตู้เลย #สำนึกไหม? #ไม่!!!
แล้วจะให้หญิงทำยังไง ในเมื่ออยู่ดีๆ ก็คิดถึงพระเอกญี่ปุ่นสายเอส ในเมื่อคิดถึงก็ต้องหยิบมาอ่านซี่ ถูกม่ะ???

ไม่ต้องกริ่นมาก ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องของสาวน้อย (ใสใสวัยเพิ่งจบมหา’ลัย) ที่มีหนี้หลักล้านที่ต้องชดใช้ให้กับบริษัทกู้เงินนอกระบบ แล้วด้วยความที่เกิดมาค่อนข้างสวย เงินเดือนจากงานประจำก็ไม่พอที่จะใช้หนี้ เธอเลยต้องรับงานพิเศษเป็นสาวนั่งดื่มในคลับระดับสูงในเครือบริษัทที่เธอเป็นหนี้ แต่ถึงจะมีหนี้หลักล้านเธอก็ไม่คิดจะทำยอดให้ตัวเองด้วยการไปเดทกับลูกค้านอกเวลางานเหมือนเพื่อนร่วมงานพิเศษคนอื่นๆ ตั้งใจทำตามกฏของทางร้าน จนลูกค้าที่หวังเครมนอกงานใช้เล่ห์เลี่ยมตามแบบคนชอบเอาชนะ จนทำให้นางเอกถูกเลิกจ้างจากงานประจำ แล้วก็หวังว่าเธอจะได้รับข้อเสนอของเขาสักที ผลของความหวังล้มๆแล้งๆนั้นคือโดนนางเอกสอยร่วง ย้ำ นางโดนสอยร่วงจริงๆ แบบว่านางเอกนางมี Inner ขัดแย้งกับรูปร่างหน้าตามากกกกกกก (เพิ่ม ก.ไก่ ไปอีกสามบรรทัด) ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสาวหวานๆ ใสๆ น่ารักเรียบร้อยไรงี้ แต่แท้จริงแล้ว นางเอกเป็นเด็กสาวที่ถูกพ่อเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก และโตมากับโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ ถูกฝึกให้เตะต่อยจนถึงขั้นเกิดเป็นตำนานในสมัยเรียน ม.ปลาย!

แล้วเพราะไปสอยลูกค้าร่วง บวกกับทำข้าวของในร้านเสียหาย รายได้ที่ตอนแรกก็ไม่ค่อยจะมี แถมหนี้ก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นอีก
นางเอกเครียดดดดด เครียดจนยอมรับข้อตกลงกับเจ้าหนี้ว่า ถ้ายอมรับปากทำงานอย่างหนึ่งให้เขา เขาจะยกหนี้ทั้งหมดให้ทันที!
แต่ก็มาเครียดกว่าเดิม เพราะไม่คิดว่า การที่ยอมรับปากเรื่องทำงานนั้น จะเจอเรื่องวุ่นวายถึงขนาดพลิกชีวิตของเธอได้ขนาดนี้!!!!

เรื่องมากมายที่ว่าคือ
จากเด็กสาวที่อยู่นอกวงโคจรของสิ่งที่เรียกว่าศิลปะระดับชาติ ต้องมาดูแลนักแสดงคาบูกิที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ แถมคนๆนั้นยังมีนิสัยประหลาด(?)ในหลายๆอย่างด้วย!! แถมงานหลักที่ใช้ในการปลดหนี้นั้น ก็ยากแสนยาก ที่ยากไม่ใช่เพราะงาน แต่เพราะคนที่เกี่ยวข้องกับงานเนี่ยแหละที่ทำให้ยาก

ยากมากแค่ไหนมาดูกัน
จากสาวน้อยจบใหม่ทำงานบริษัทใสใส ก็มาเป็นพนักงานนั่งดื่มในคลับระดับสูง พลิกมาเป็นคนดูแลส่วนตัวของนักแสดงคาปูกิ ที่พ่วงด้วยหน้าที่ดูแลสุนัข ยังต้องรับบทบาทคนรับใช้คอสเพลย์(?)ในบางเวลา นอกจากนี้ยังต้องเป็นคนหาของสำคัญเพื่อปลดหนี้ ยังไม่พอ ต้องมาเป็นนักสืบเพื่อสืบหาคนทำร้าย แล้วยังต้องมาต่อยตีกับคนที่คิดร้ายอีก

ฮัลโหลลล งานปลดหนี้อะไรจะมีสีสันปานนั้นนนนน

แล้วหลังจากนั้นก็มีเรื่องเลิฟๆ รักๆ ที่กว่าจะลงเอยกันได้ ก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องหนี้ของนางเอก เรื่องความเหมาะสมทั้งทางฐานะ และวงค์ตระกูล ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนหลายๆคนอีก
เรื่องเยอะมากกกก #พูดเลย

พอๆ หลังจากนี้ก็เล่าต่อไม่ถูกแล้วละ
มาเม้าท์เลยดีกว่า

เรื่องนี้เป็นนิยายที่แต่งโดยคนไทย แต่ธีมเรื่องอยู่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งหญิงชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เป็นนิยายรักที่รู้สึกอ่านแล้วอิ่มมาก ที่อิ่มคืออิ่มความอยากรู้อยากเห็น พระเอกเป็นนักแสดงคาบูกิที่มีชื่อเสียง นักเขียนก็อัดข้อมูลเกี่ยวกับคาบูกิมาเต็มเอียด เต็มแบบที่เราแถบจะไม่ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเลย เป็นการแทรกในแบบที่คนอ่านเรียนรู้ไปพร้อมๆกับนางเอกของเรื่อง เราค่อยเรียนรู้เรื่องต่างๆ
คือดี๊ดี
อ่านแล้วอยากไปดูคาปูกิเลย
หญิงเคยคุยกับอาจารย์ชาติเรื่องนี้ด้วย อาจารย์เคยไป อาจารย์บอกหญิงว่า wonderful! ทำเอาอยากเลย #เก็บเงินลงกระปุกหมูค่ะ

กลับเข้ามาที่นิยาย
นอกจากเรื่องคาบูกิแล้ว ยังมีเรื่องที่หญิงเคยได้ยินเพื่อนสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นพูดๆให้ฟัง คือ..
เรื่องการแบ่งประเภทผู้ชายว่า ผู้ชายแบบนั้นจะชอบผู้หญิงแบบไหน ถ้าอยากจะแต่งงานกับผู้ชายแบบนี้ควรทำตัวแบบไหนไรงี้
ในเรื่องมีตัวละครหนึ่งที่พูดถึงเรื่องนี้อยู่ด้วย เธออออ จากที่หญิงเคยรู้มาแบบนิดๆหน่อยๆจากเพื่อนสาว ยังมีมากกว่านั้นอี๊ก ทำเอาสงสัยเลยว่าสาวญี่ปุ่นเขาวิเคราะห์กันขนาดนี้จริงดิ?? #หัวเราะ
เปิดโลกวัยใส(?)ของหญิงมากมายค่ะ หุหุ

จริงๆ ที่จะบอกคือ นิยายได้แทรกเรื่องวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้าไปได้อย่างกลมกลืนมาก ถึงจะมีบางจุดที่หญิงอ่านแล้วรู้สึกคุ้นเคยหรือดูไทยไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้อ่านแล้วเสียอรรถรสนะ
คือหญิงมีนิสียเสียแบบหนึ่ง คือ มักจะไม่อ่านนิยายที่คนไทยเขียนแต่ใช้ธีมในต่างประเทศแล้วตัวละครทั้งหมดก็เป็นคนต่างประเทศ เพราะนักเขียนบางท่านแต่งมาแล้วไม่สุด อ่านแล้วไม่รู้สึกอินว่านั้นคือคนต่างชาติไรงี้ #เจ็บมาเยอะแล้ว แต่นักเขียนท่านนี้เป็นข้อยกเว้น จากที่ตามมาในหลายๆเรื่องแล้ว ชอบทุกเรื่อที่เคยอ่านเลย มีความประทับใจมากที่ทำให้ต่อมความเรื่องมากของหญิงไม่ทำงาน ดี๊ดี

แนะนำค่ะ ลองดูววว
ใครที่คิดว่าอ่านแล้วไม่อิน กลัวไม่ฟิน
เธอออ ยังไงก็ฟินนนนน
นี่ขอเม้าท์คุณพระเอกเลย คนอะไรก็ไม่รู้มีความเล่ห์เลี่ยมเยอะมาก คือบ้านนางเป็นตระกูลเก่าแก่ที่เคร่งครัดเรื่องธรรมเนียมการแต่งงานมาก แล้วนางดันสะดุดตานางเอก แต่จะจีบแบบเปิดเผยไม่ได้ นางเลยหาวิธีหลอกล่อให้นางเอกมาบอกชอบก่อนจะได้ไม่รู้สึกผิด เธอออ ดูซิดูววววว
ยังไม่จบนะ คือนางเอกหนีออกจากบ้าน แบบไม่อยากอยู่แล้วทำให้พระเอกเสียงชื่อเสียง นางไม่ยอมจ้า พอรู้ว่านางเอกอยู่ที่ไหนก็สั่งๆๆๆ เอาแต่สั่งว่าห้ามหนีไปอีกงี้ ทำตัวให้เป็นเด็กดี คอยเขามาหาไรงี้ โอ๊ยยย อยากจะถาม แสดงออกขนาดนี้ ตกลงเป็นอัลไลกันแน่ค้าาาาา เราเป็นอารายกันนนนนน
ยังไม่พอนะ ก่อนหน้านั้นยังมีบทลงโทษแสนหวานด้วย #เขิน นางหาข้ออ้างที่นางเอกชอบทำตัวไม่สมเป็นผู้หญิงว่าถ้าทำแบบนั้นจะลงโทษด้วยจูบ!! เธอเอ๊ยยยย ไม่ได้อยากจะดัดนิสัยที่ออกไปทางแมนๆของนางเอกหรอก นางหาเรื่องแทะโลม อยากเต๊าะหญิงชัดๆ!
ยังมีอีกเรื่อง คือนางชอบบ่น บ่นนู้นนี่นั่นนางเอกตลอด แต่พอมีคนมาบ่นมาว่านางเอก นางไม่ยอมจ้า แสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ ฮัลโหลลล ตกลงเป็นอะไรกันค้าาาาา
วีรกรรมของพระเอกเยอะมากกก นางเรื่องเยอะมาก ตามสไตล์หนุ่มเอส (อยากรู้ว่าเป็นไง ไปหาอ่านเอาเองนะเธอ หญิงไม่บอกกกกกก) แต่ด้วยความเยอะของนางและต้นตระกูลนาง ทำให้นางไม่ยอมบอกรักบอกชอบนางเอกสักที แต่คนสนิทรู้นะว่าตาแก่ เอ๊ย พระเอกเนี่ยล็อคตัวนางเอกไว้เป็นของตัวแล้ว แสดงออกแบบไม่เกินหน้าเกินตา แต่ทำให้คนอ่านหมั่นไส้เวลานางทำท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของแบบทางตรงและทางอ้อม ตอนอ่านหญิงอยากจะถามว่า ตกลงพี่เป็นอะไรกับน้องเขาคะะะะ หมั่นไส้แรง

ส่วนคู่อื่นก็มีความน่ารักนะ ทั้งคู่พี่สาวพระเอกกับหนุ่มรู้สึกตัวช้า ที่อ่านไปก็ลุ้นไปว่าคุณพี่สาวจะตัดใจหรือจะเดินหน้าจีบต่อ แล้วกว่าจะลงเอยกันได้ หญิงที่อยากจะลากคุณพี่สาวให้เลิกยุ่งกับนางเลย คนอะไรก็ไม่รู้ บื้อออออออ ทำเขาเสียใจทางคำพูดมาตั้งมากมาย สุดท้ายตัวเองรักเขาแต่ปฏิเสธมาตลอด จนต้องให้คนอื่นมาช่วยกระตุ้นจนรู้สึกตัวสักที ก่อนหน้านั้นนางก็แอบหลุดนะจ๊ะ มีต๊อดเล็กต๊อดน้อยสาวด้วยนะ ว๊ายยย ไหนบอกไม่สนไม่รักไม่แคร์เขา อยากให้เขาเลิกยุ่งไงคะ ทำไมเธอถึงไปทำแบบนั้น้กับเขาล่าาาาา ว๊ายๆๆๆๆ
จริงๆหญิงแอบด่านางไปหลายที จนหยุดด่า ตอนนางขอแต่งงานแหละ ไม่ซิไม่ได้ขอ ตอนที่บังคับให้สาวยอมทำตามที่นางบอกกกก แอร๊ยยย หญิงชอบแบบนั้นนน (แบบไหนไปอ่านเอง!)

แล้วก็คู่หนุ่มแว่นลูกพี่ลูกน้องของพระเอกที่ควบตำแหน่งคนดูแลส่วนตัว
เป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์เท่าไร ทำให้เวลากลุ้มใจหรือเสียใจหรือรู้สึกอะไรจะดูทางสีหน้าไม่ได้ เป็นคนเงียบๆ แต่บอกเลย ผู้ชายเรื่องร้ายทุกคน!! ร๊ายร้ายยยย นางสนใจเด็กจ้าาาา แล้วด้วยนางฉลาด นางก็วางแผนจนได้ไปส่งน้องหนูคนนี้ที่บ้าน แล้วก็พูดคุยไปมา น้องเขาก็ใสใสไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร คิดว่าตัวเองตกหลุมรักเขาข้างเดียว พ่อคุณคนนี้ก็ขี้แกล้งอีก อยากให้น้องทำอะไรก็บอกตะล่อมๆบอก แบบวางแผนจนน้องยอมทำ วางแผนจนได้น้องมาาาาาา โอ๊ยยย คุณยูกิ! คุณร้ายมากกก
หญิงรู้นะว่าคืนนั้นคุณยูกิทำอะไรรรรร ทำอารายยยยยยย

พอๆ #เรียกสติกลับมา

จากที่เผลอหลุดฟินเม้าท์ผู้ในเรื่องไป ก็พอจะรู้เนอะว่าเรื่องนี้พาฟินขนาดไหน
ใครที่ชอบเรื่องสไตล์ญี่ปุ่น หญิงแนะนำเลย หญิงชอบมากกกกกก หรือใครไม่เคย มีความเมียงๆมองๆก็อ่านดูๆ เอาชื่อเรื่องไปค้นลองอ่านได้
คืองามดี หญิงพูดเลย นี่อ่านซ้ำเพราะคิดถึงความร้ายของสามหนุ่มในเรื่องแหละ

PS.
→ มีเซอร์ไพรซ์ด้วยนะ แบบว่า แบบว่า มีจุดที่ทำให้สงสัยในตัวละคร แล้วพอเฉลยคืออ้าปากค้างเลย ไม่คิดจะมาแนวนี้ เผลอช็อคไปเบาๆสามวินาที
→ หญิงอยู่ #ทีมคุณยูกิ หญิงอยากฝันแอร๊ยๆแบบนั้นบ้างงงงง


More :
Goodreads : #1 | #2
ทดลองอ่าน : Dek-D


Posted in Asian Love, นักเขียนไทย

Amour กรุ่นหัวใจ…กลิ่นอายรัก : จั้วเจีย



ชื่อหนังสือ : Amour กรุ่นหัวใจ…กลิ่นอายรัก
ผู้แต่ง : Zuo Jia – จั้วเจีย
สำนักพิมพ์ : ฟิสิกส์เซ็นเตอร์
ISBN : 978-974-434-323-9
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (พฤษภาคม 2553)
จำนวนหน้า : 276 หน้า

หลังปก :
“ผมใช้เวลาเป็นชั่วโมง กว่าจะตกปลาตัวนั้นได้ แต่คุณกลับปล่อยมันไป ดังนั้นคุณต้องชดใช้” เซี่ยวเทียนบอกเสียงเข้ม “วันนี้คุณต้องตกปลามาใช้คืนผม แล้วก็ต้องตัวใหญ่กว่าไอ้ตัวที่คุณปล่อยไปเมื่อกี้ด้วย”
“ฉันไม่ทำหรอก” เธอบอกเสียงแข็ง “คุณจะบังคับให้ฉันทำแบบนี้ไม่ได้ มันบาป ฉันไม่มีทางทำร้ายสิ่งมีชีวิตเด็ดขาด”
“จะตกหรือไม่ตก” น้ำเสียงแหบต่ำถามขึ้นอีกครั้ง
“ไม่” อี๋หลินสั่นศีรษะ
“จะลองดีกับผมใช่มั๊ย”
“ว้าย”
ตูม!
“เซี่ยวเทียน! คุณกล้าผลักฉันตกน้ำเหรอ! คุณมัน…”
“คุณอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าแถวนี้มีฉลามหรือเปล่า นี่ไง มันจะได้เฉลยคำตอบที่คุณสงสัยเสียที” เซี่ยวเทียนพูดลากเสียงได้อย่างกวนอารมณ์ สายตาเจ้าเล่ห์มาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายตอนที่กล่าวกับเธอ “ขอให้สนุกกับการว่ายน้ำนะ”
“นี่คุณคิดจะทำอะไรน่ะ! คิดจะทิ้งฉันไว้อย่างนี้เหรอ! คนป่าเถื่อน! คุณมันเลวร้ายที่สุด!”


บันทึกหลังอ่าน…

เรื่องนี้หญิงได้มีโอกาสได้อ่านเพราะเข้าร่วมกิจกรรม ออกเดท(หนังสือ) ของ kunaom สาวชาว bloggang ค่ะ
อ่านมาพักใหญ่ๆแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้มาเขียน (จริงๆคืออู้)

เรื่องนี้เป็นเรื่องของสาวมั่นที่มีเป้าหมายในชีวิตคือทำงานให้ได้ดี ได้เลื่อนตำแหน่ง และซื้อของที่อยากได้เป็นรางวัลให้กับตัวเอง ซึ่งตอนนี้เธอก็อยากได้รถมากหลังจากที่ถอยกระเป๋าแบรนด์หรูมาแล้วหนึ่งใบ ซึ่งตรงล็อคพอดีกับโปรเจ็คที่เธอกำลังทำอยู่ ถ้าเธอทำมันได้สำเร็จก็จะได้เลื่อนขั้น และเข้าใกล้ความฝันของเธอขึ้นอีกนิด
แต่การที่จะทำงานชิ้นนี้ได้สำเร็จนั้น เธอต้องพาดารานักร้องหนุ่มที่กำลังเป็นกระแสข่าวว่าเพิ่งเลิกลากับนักแสดงสาว เนื่องจากอาการติดเหล้าและความไม่มั่นคงทางอารมณ์ และห่างหายจากวงการบันเทิงมานานมาเป็นตัวเอกในงานโฆษณาของเธอให้ได้ ถึงจะต้องเดินทางไปยังเกาะที่แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ก็ยังเข้าไม่ถึง มีเรือโดยสารแค่สองวัน แถมสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่มี แถมคนที่เธอจะไปคุยด้วยก็ใช่ว่าจะคุยในแบบที่คนปกติคุยด้วยกันได้ แต่เธอก็ทนเพื่อให้งานของเธอสำเร็จ

แล้วก็ตามพล็อตทั่วๆไปเนอะ
ไปตามผู้ให้กลับมาทำงาน ก็มีประโยคปลุกใจให้ผู้รู้สึกลึกซึ้งตรึงใจและประทับใจ แต่ก็ต้องปากจัดตามสไตล์คนฟอร์มเยอะ แล้วก็ลุ้นต่อว่านางเอกจะทำงานสำเร็จไหม ผู้ที่ติดต่อไปจะมาไหม จนผู้ยอมให้ความร่วมมือ แต่ก็มีการเข้าใจผิดทั้งเรื่องคนในอดีตของผู้ และคนในปัจจุบันของนางเอก แล้วก็ลงล็อคปรับความเข้าใจกันได้
จบปิ๊ง

บอกตรงๆเลยนะ คือนิยายเรื่องนี้ไม่ใช่ทางของหญิงเลย ไม่ซิ ต้องบอกว่าสไตล์การเขียนของเขาไม่ใช่ทางของหญิง
เพราะอ่านแล้วเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัวไม่ได้เลย คือหญิงเป็นสาวชอบเผือก แล้วเวลาอ่านนิยายก็ชอบที่จะรู้ทุกเรื่องในนั้น จะรู้ช้ารู้เร็วแต่ก็ชอบให้รู้แบบชัดเจน ดังนั้นจะแฮปปี้มากถ้าหญิงสามารถเข้าถึงตัวละครผ่านตัวหนังสือได้ รับรู้ได้ว่า ณ ตอนนั้นตัวละครรู้สึกอะไร ทำไมถึงทำแบบนั้น พออ่านแล้วจะทำให้เข้าใจและสามารถจินตนาการได้ว่าตัวละครกำลังทำอะไรและคิดอะไรอยู่
แต่เรื่องนี้ เหมือนมีกำแพงมาขวางไม่ให้หญิงเผือก #ขัดใจมาก
เหมือนเราแค่เดินผ่านและบังเอิญได้มีโอกาสหยุดฟังตัวละครคุยกัน ซึ่งก็ได้แค่ฟังแต่เราจับความรู้สึกนึกคิดหรือเหตุผลที่พวกเขากำลังเล่าและกำลังทำอยู่ไม่ได้ เพราะเขาไม่ให้เรารู้ เขาให้เรารู้แค่ในสิ่งที่เขาอยากให้รู้ จนจบเล่ม จบเรื่อง หญิงก็ยังไม่เข้าใจในบางจุดที่เขาพยายามจะสื่อ และไม่รู้สึกอินกับความรักและความรู้สึกของพระ/นางได้เลย

หญิงขัดใจในบางฉากบางตอนด้วยนะ
อย่างฉากที่พระเอกจูบนางเอก คือจูบเพื่อให้นางเอกหยุดพูด จูบเสร็จก็ขู่แล้วก็เดินจากไป ตื่นเช้ามานางเอกเฉยมาก เฉยแบบไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องโกรธเลย แถมยังคิดด้วยว่าตัวเองผิดที่พูดมากจนอีกฝ่ายหงุดหงิดเขาเลยต้องทำแบบนั้น
ฮืม???
ใช่เหรอ???
แบบนี้ก็ได้เหรอ?
แต่พอเพื่อนชายที่ควบตำแหน่งลูกชายเจ้าของบริษัทตีเนียนบอกว่าเธอคือว่าที่คู่หมั่น เธอกลับโกรธเป็นฝืนเป็นไฟ ต่อหน้าผู้ใหญ่ด้วยนะ ผู้ใหญ่กลุ่มนั้นก็คือผู้บริหารบริษัทด้วยนะ เสียจริตและความเป็นโปรเฟสชั่นแนลไปเลย ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ค่อนข้างสูงด้วย
แหมะ ทีพระเอกจูบครั้งแรกไม่โกรธ…..
จะยกเหตุผลว่าเพราะคุณเพื่อนตีเนียนโดยไม่ถามความสมัครใจของเธอ เธอก็เลยโมโห งี้เหรอ? แต่ความผิดส่วนหนึ่งก็มาจากเธอนะ ไม่ปฏิเสธชัดเจน ดูออกว่าเขามาชอบ เขามา treat แต่ก็ไม่ปฏิเสธ มันก็เหมือนให้ท่าเข้าด้วยหรือเปล่า? จะมาหงุดหงิด งอแง เหวี่ยงวีนเพราะเขาตู่เอง มันไม่แฟร์ต่อเขานะ #อันนี้ไม่เข้าข้างเลย
แล้วช่วงหลังๆ ก็มีมาบอกว่า นางเอกเป็นแฟนคลับพระเอกมานานแล้ว ตรงนี้ก็ไม่รู้ว่าใส่มาเพื่อซัพพอร์ตเหตุผลที่ว่าทำไมนางเอกถึงยอมพระเอกมากขนาดนั้นหรือเปล่า?

แต่จุดที่คุณเพื่อนจะอาศัยช่วงเมามาเกาะแก อันนี้ไม่โอเค คุณเพื่อนผิดค่ะ!

ที่จะบอกคือ นิยายมีความลำเอียงต่อตัวละครแบบค่อนข้างเห็นได้ชัด อารมณ์ของตัวละครในแต่ละซีนก็ไม่สมูท รู้สึกเหมือนทุกตัวละครอารมณ์ขึ้นลงสลับไปมาได้ง่ายกันหมด ไม่มีอะไรมาสนับสนุนด้วยว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ยิ่งตัวพระเอกด้วย คนนี้คืออารมณ์แปรปรวณมาก

มีจุดที่ไม่แน่ใจด้วย
ตรงที่นิยายบอกว่าพระเอกจะติดสัญญากับทางบริษัทน้ำหอมที่ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์หนึ่งปี แต่จากที่ลองนับทาร์มไลน์ไม่เรื่อง ยังไม่ครบหนึ่งปีดีเลย นางก็ยอมเซ็นสัญญากับอีกค่ายแล้ว… ตรงนี้หญิงไม่แน่ใจว่าหญิงนับเวลาพลาดหรือเปล่า แต่ก็ขี้เกียจกลับไปอ่านใหม่อีกรอบอะ T^T เลยมโนไปเองว่าเพราะนางรักนางเอกมากจนอาจจะยอมผิดสัญญาเก่า

จริงๆหญิงอาจจะเรื่องมากจุกจิกไปเองก็ได้นะ

เรื่องนี้ถ้าจากความคิดเห็นส่วนตัวก็เหมาะกับคนที่ชอบอ่านอะไรแบบไม่ต้องคิดเยอะค่ะ เบาๆ ง่ายๆ สบายๆ ค่ะ
แต่ไม่ใช่สไตล์ของหญิง…

P.S.
→ หญิงอ่านจบในวันเดียว….
→ เห็นว่าตอนนี้มีรีปริ้นต์เปลี่ยนปกแล้วด้วยนะ ปกใหม่น่ารักเชียว


More :
Goodreads


Posted in .หนังสือทำมือ, นักเขียนไทย

เสน่หาตราใจ : ปราณธร



ชื่อหนังสือ : เสน่หาตราใจ
ผู้แต่ง : ปราณธร
พิมพ์ครั้งที่ : 3 (กรกฎาคม 2559)
จำนวนหน้า : 796 หน้า

รายละเอียด :
หลายปีที่เขาตะเกียกตะกายไขว่คว้าอะไรก็ได้ที่จะทำให้เขามีสถานะเทียบเท่ากับคนดีๆ ทั่วไป…เขาทำได้ระดับหนึ่ง
มันอาจจะไม่ตรงไปตรงมา ไม่ขาวสะอาด ใช่…แต่ชีวิตก็ทำให้เขาเรียนรู้ว่าขอเพียงปิดบังมัน เก็บซ่อนไว้…ก็จะไม่มีใครรู้
“คุณฆ่าเขาใช่ไหม คุณเก๋กับนายเบี้ยว…คาม”
“ไม่…” คารมจ้องตาเธออย่างซื่อตรง “ไม่ได้ฆ่า”
สัภยาไม่เชื่อ…แต่เธอก็จนใจว่าไม่มีหลักฐานอื่นจะยกมาปรักปรำเขา
เธอมีแค่ความรู้สึกของคนผูกพันกันมานานเท่านั้นที่บอกว่าใช่…เขาทำ
“ใครเชื่อก็กินหญ้าแล้ว”
“แล้วไม่กลัวหรือไง”
“กลัวอะไร”
“ถ้าพี่เป็นคนฆ่า…คุณน้อยก็กำลังอยู่ตามลำพังกับฆาตกร”


หนังสือที่เกี่ยวข้องกัน :
ไฟรักราน


บันทึกหลังอ่าน…

ไหนๆ ก็อ่านไฟรักรานไปแล้ว ก็ขอซ้ำเรื่องนี้ให้หายคิดถึงคุณคามด้วยเลยแล้วกันเนอะ #เขินจัง

ก่อนจะกรี๊ดคุณคาม ขอเล่าเรื่องก่อนๆ
เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณน้อย สาวน้อยอายุ 13 ที่มีชีวิตดราม่าพอๆกับซินเดอเรลล่า กำพร้าแม่แท้ๆ อยู่กับพ่อเลี้ยงที่ถึงจะรักเธอแบบลูกแท้ๆ แต่ก็รักภรรยาใหม่(แม่เลี้ยง)มากกว่าจนทำให้คำเรียกขานจาก “พ่อ” เปลี่ยนเป็น “ลุง” แม่เลี้ยงก็ยิ่งกว่าคำว่าใจร้าย นิสัยนางร้ายแบบหาดีไม่ได้ คบชู้ หึงไม่เลือกหน้า จิกเด็ก หวงสมบัติ และหาเรื่องทะเลาะกับสามี
ยังไม่พอ คุณน้อยยังโดนคนงานในบ้านแซะด้วยวาจาหลายๆต่อหลายครั้ง ทั้งๆที่มาฐานะเป็นถึงคุณหนู แต่ก็ต้องทำงานเยี่ยงกับคนงานในบ้าน ยังดีที่เธอฉลาด รู้หลบ รู้หลีก และรู้จักเอาตัวรอด และไม่คิดอะไรมากตามภาษาเด็ก ทำให้ถึงจะไม่ชอบใจ อยากจะเรียกร้องความรักและสิ่งอื่นๆอย่างที่เด็กจะทำ เธอก็ไม่ทำ เธอเลือกจะเงียบ และหาวิธีให้ได้มาในสิ่งที่เธออยากได้แทน

นั้นคือดราม่าฝั่งนางเอก มากันที่ฝั่งพระเอก
คุณคาม (กรี๊ดดดด) เกิดมากับแม่ที่มีอาชีพค้าบริการทางเพศและไม่รู้ว่าพ่อของเขาเป็นใคร แต่ใบหน้าและหลายๆอย่างทางกายภาพคืออย่างเดียวที่พ่อเขาให้มาแล้วถูกแม่บังคับให้นำมาใช้ประโยชน์ สิ่งนั้นคือรูปร่าง ใบหน้า และร่างกาย
คุณคามถูกแม่ให้ทำอาชีพเดียวกับเธอเพื่อหาเงินมาให้เธอใช้ตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม ตอนแรกเขาก็ยินยอมทำเพราะรักแม่ แต่เมื่อผ่านมาหลายปี ความรักของเขาทำให้เขาเกิดความสงสัย และตอนที่เขาทำงานโดยใช้ร่างกายแลกเงินก็ทำให้เขาเริ่มเบื่อหน่าย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะสังคมและคนรอบตัวเขาก็ทำแบบนี้ อยู่กันแบบนี้ จนเขามาเจอกับนางฟ้าหน้าบูด เด็กสาวที่ทำให้เขาหายเบื่อ และรู้จักคำว่ารัก…

ใช่แล้ว นางฟ้าหน้าบูดของคุณคามคือคุณน้อย

ทั้งคู่เจอกันในตอนที่คุณคามมาทำงานและคุณน้อยก็กำลังทำหน้าที่เป็นด็กเลี้ยงม้า
แล้วด้วยความที่เป็นเด็กและมองโลกในแง่มุมที่ต่างจากคนรอบตัวมอง ทำให้คุณน้อยไม่ได้มองว่าชายหนุ่มที่มาหลับนอนกับแม่เลี้ยงของเธอเป็นคนเลวจนไม่น่าเข้าใกล้ เธอยังใจดียอมให้เขาแย้งข้าว แถมในบางมื้อยังยอมเจียดเงินค่าขนมให้เขา พาเขาไปทานข้าวด้วยกันเพราะเขาบอกว่าไม่มีคนหาข้าวให้ ทุกคนเรียกเขาใช้งานให้เงินแล้วจบกัน สิ่งที่เธอมองว่าไม่ดี เธอก็พยายามบอกเขาในแบบที่เด็กคนหนึ่งที่ฝันอยากเป็นหมอเข้าใจ ทั้งการดูแลสุขภาพ บอกให้งดบุหรี่และพยายามบอกว่าให้ลองหาอาชีพอื่นทำ

คุณคามที่ไม่เคยเจอคนแบบคุณน้อยมาก่อน จากตอนแรกที่แค่อยากหาที่หลบฝนหลบภัยแล้วจากไปไม่สนใจอีก กลับเป็นว่าคุณน้อยเป็นเหมือนที่พักใจ ไม่ดูถูกเขา ไม่หาประโยชน์จากเขา แถมยังยอมให้เขาหลอกให้เลี้ยงข้าว คอยพูดคุย คอยเตือนด้วยความหวังดีกับเขาตลอด จากที่แค่คุยให้ตัวเองรู้สึกดี เขาก็เริ่มมองหาและรู้สึกมากขึ้นกว่าเดิมทุกครั้งที่ได้คุยกับคุณน้อย เขาเริ่มคิด เริ่มรู้สึกแบบที่ชายหนุ่มคนหนึ่งจะรู้สึก เขาเริ่มรักและโหยหานางฟ้าหน้าบูดแล้ว….

จนมาเกิดเรื่องขึ้น
เขาโดยคนหักหลังและทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แล้วนางฟ้าหน้าบูดของเขาก็มาช่วยเขาอีกครั้ง เขาอยากมีความสุข แต่ทำไมคนพวกนั้นต้องมาทำร้ายเขา เขาตัดสินใจแล้วว่า ชีวิตนี้ที่ได้คุณน้อยช่วยไว้ เขาจะยกให้คุณน้อยคนเดียวเท่านั้น

ใช่แล้ววว คุณคามเริ่มตีตราจองเด็กสาวอายุ 13 แล้วววว ตอนนั้นคุณคามอายุ 20!!

พอหลังจากที่ได้คุณน้อยช่วยไว้ เขาก็เริ่มหาหนทางเอาตัวรอด จนกลายเป็นคนดูแลทะเลอันดามัน แหล่งการพนันของคนชั้นสูง เขามีเงินเหลือใช้ และมีอำนาจพอที่จะชี้เป็นชีตายใครก็ได้!
แต่เพราะการเป็นนายของทะเลอันดามันและมีคดีติดตัวทำให้ไม่สามารถมาหาดวงใจของเขา นางฟ้าของเขาได้บ่อยนัก แต่เพราะข่าวเรื่องการหมั่นจองหญิงสาว ทำให้เขาต้องรีบมาหาคุณน้อยทันที! คุณน้อยจะทำอะไรเขาไม่ว่า แต่คุณน้อยจะหมั้นกับใครคนอื่นที่ไม่ใช่เขาไม่ได้!!!

ส่วนคุณน้อย ว่าที่คุณหมออนาคตไกล ที่มีดราม่าในชีวิตมากมายตั้งแต่เสียคุณลุงที่เธอนับถือเหมือนพ่อ โดนแม่เลี้ยงกับคนดูแลทรัพย์สินโกง แต่เธอก็ยังมีเพื่อนของลุงที่หวังดีกับเธอ และคนไข้คนแรกของเธอที่หลายๆปีจะมาให้เจอสักที พอมาเจอกันแต่ละครั้ง คามของเธอก็ดูเหมือนจะแผ่รังสีความอันตรายมาเสมอ แต่เพราะเธอรู้ว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอ และเขาก็เป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่รับรู้เรื่องราวของเธอ ตั้แงต่เธออายุ 13 ทำให้เธอไม่ได้มองใครอื่น เหมือนสายตาและความนึกคิดของเธอมีแต่เขา จากตอนแรกยังเป็นสาวแรกรุ่น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคามถึงพูดประโยคแปลกๆบางอย่างกับเธอ แล้วหลอกให้เธอพูดประโยคตอบรับที่เหมือนผูกมัดคนทั้งคู่เข้าด้วยกัน เมื่อเธอโตขึ้น เธอก็รับรู้และรู้สึกได้ว่า เธอยอมรับคาม และเธอก็รักเขา เหมือนที่เขาพยายามแสดงออกทุกครั้งที่มาเจอเธอ

แต่เพราะมีบางเรื่องที่เธอสงสัยว่าเขาทำ สิ่งที่เธอมองว่ามันผิด เธอรู้ เธอสัมผัสได้ว่าเป็นเขา แต่เธอก็พยายามหลอกตัวเองโดยการเชื่อคำพูดของเขา เชื่อคำยืนยันของเขาที่เขาบอกว่าไม่ได้ทำ

ได้ เขาไม่ได้ทำ เธอเชื่อเขา เธอไม่ชอบสิ่งที่เขาทำ เธอจะหาทางทำให้เขามาอยู่ข้างเธอ ในแบบที่เธออยากให้เป็นให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ยอม!

พอแล้ว
ไม่เล่าต่อแล้วววว
คือหลังจากนี้ก็เกิดเรื่องราวมากมาย ถ้าอ่านเรื่องไฟรักรานมาก็น่าจะพอเดาได้ว่าเรื่องราวน่าจะไปโทนสีเทาเข้ม แบบเข้มมากกก เพราะพระเอกดาร์กมาก แต่ถึงจะดาร์กกมาก น้ำฝนก็รักนะ บอกตรงๆ #เขินจัง

ขอพื้นที่สกรีมคุณคามค่ะ
แอร๊ยยยยยย เธอออออ ผู้ชายอัลไลก็ไม่รู้ รักอยู่มั่นอยู่คนเดียว นางยอมทุกอย่างเพื่อคุณน้อยจริงๆ คุณน้อยพูดทำร้ายจิตใจ นางก็ตัดพ้อ แล้วก็หาทางง้อเองเสร็จสับ ไม่งอน ไม่งอแงมาก นางรักมาก ยอมมาก ถึงขนาดรู้ว่าสิ่งที่คุณน้อยขอ แล้วก็รู้ว่าที่คุณน้อยขอมาก็มาจากการถูกคนอื่นหลอกมาให้ขอ แล้วรู้ว่าสิ่งที่ขอนั้นจะทำให้เขาไม่สามารถกลับมาหาคุณน้อยได้ เขาก็ยอมทำ
เธอออออออออ ผู้ชายเลวแต่ดีงามเรื่องความรักแบบนี้ หญิงยอมจริงๆนะ!
โอเค๊ นางเลวจริงๆ นางใช้ความฉลาดในทางที่ผิด แต่นางก็พยายามทำผิดให้น้อยที่สุดถ้าไม่โดนบีบคั้นให้ทำ บางครั้งนางก็โกหกคุณน้อยเพื่อไม่ให้คุณน้อยไม่สบายใจหรือเสียใจหรือทำให้เขาเสียคุณน้อยไป คนอ่านอย่างน้ำฝนยังไม่โกรธเลยเธอ! คิดดูว่าเข้าข้างกันเบอร์ไหน

ไม่ให้เข้าข้างได้ไง
คุณคามเธอเลวก็จริง แต่พอกับคุณน้อย จะหยิบ จะจับ จะแตะ จะต้อง ยังกล้าๆกลัวๆเลยเธออออ #ยกป้ายไฟให้คุณคาม

ชีวิตนางน่าสงสารจริงๆนะ #เข้าข้างล้วนๆ

เอาจริงๆ ถามว่าคุณคามทำผิดไหม
ผิด นางทำผิดจริง นางหาเหตุผลมารองรับความผิดของนางได้เสมอ แล้วคุณน้อยก็เป็นผู้หญิงที่มีความเข้าข้างคนของตัวเองสูงมาก เธอไฟท์เพื่อคาม ตบตีกับคนมากมายเพียงเพื่อจะให้คามมาอยู่กับเธอ คุณน้อยก็มีเหตุผลในการช่วยคามเหมือนกัน

ฝั่งตำรวจ (แน่ซิ ต้องมีตำรวจ เพราะคุณคามเธอร้ายยยย) ก็มีเหตุผลในการจับ แล้วก็มีความร้ายในแบบของตำรวจ (ตำรวจนางก็ร้ายนะเธอ จริงๆ)

ทุกคนในเรื่องมีเหตุผลมารองรับการกระทำของตัวเองหมดเลย ขึ้นอยู่กับว่ามองมาจากมุมไหน และยืนอยู่ในจุดไหน แล้วคิดจะทำเพื่ออะไร

ไม่รู้เขียนอะไรต่อแล้ว อยากให้ลองอ่านดูจริงๆ
ว่ากันง่ายคือ ชอบเรื่องนี้มากกกก เป็นหนึ่งในเรื่องที่วางไว้จุดบนสุดของหนังสือที่ชอบเสมอเลย
มองเห็นในหลายๆอย่าง ทั้งความดราม่าในชีวิต และความปริ้นปร้อนของมนุษย์ มีความเรียลลลลล
หญิงชอบบบบ

PS.
→ อ่านงานพี่กก ปราณธร มาสองเรื่องติด ทำเอาคิดถึงงานอื่นๆเลย ต้องหาเวลาโดนเรื่องอื่นบ้างแล้วววว
→ มองไม่เห็นความต่างนะ หรืออ่านเพลินจนไม่สังเกตก็ไม่รู้ ฮ่า
→ คนโลกสวย ชอบนิยายวิ่งเล่นในทุ่งดอกไม้น่าจะอ่านไม่รอดนะ เตือนไว้ก่อน


More :
Goodreads