Posted in นิ(ยาย)วายไทย, Nabu Pub.

นิทานพันดาว : Bacteria



ชื่อหนังสือ : นิทานพันดาว
ผู้แต่ง : Bacteria
สำนักพิมพ์ : Nabu Publishing
ISBN : 978-616-7936-20-8
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มีนาคม 2559)
จำนวนหน้า : 381 หน้า

หลังปก :
หากร้อยพันคำอธิษฐานที่ล่องลอยระยิบระยับในหมู่ดาว
…จะเป็นจริงสักครั้ง
ฉันก็ขอภาวนาแค่ได้อยู่เคียงข้าง ‘เขา’ คนนั้นตลอดไป
เพราะประโยคสุดท้ายในไดอารีสีหวานทำให้ ‘เธียร’ ตัดสินใจเดินทางไปเป็นครูอาสาบนดอยเพื่อทำตามคำขอสุดท้ายของ ‘เธอ’ ให้เป็นจริง ในโลกที่ไม่รู้จัก… เขาได้เรียนรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง และการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน รวมถึงการได้เจอกับ ‘ร้อยเอกภูผา’
ความใกล้ชิดก่อเกิดสายใยผูกพันท่ามกลางขุนเขาที่งดงามสุดเขตชายแดนประเทศ หัวใจ ของเธียรอัดแน่นไปด้วยความทรงจำที่มีต่อนายทหารร่างยักษ์จนเริ่มสับสนว่าความรู้สึกดีๆ เหล่านี้เป็นของเขาหรือของ ‘ใคร’ กันแน่?
ความรักที่มีกาลเวลาเป็นเครื่องทดสอบช่างยากที่จะก้าวผ่าน หรือพวกเขาต้องอ้อนวอนต่อร้อยพันดวงดาวบนฟากฟ้าเพื่อให้คำสัญญาเพียงหนึ่งเดียวนี้เป็นจริง


บันทึกหลังการอ่าน…

น้ำฝนไม่ค่อยอ่านนิยายวายสายไทยเท่าไร เพราะหาที่ถูกจริตยาก (เป็นคนเรื่องมากและเลือกยาก) คนที่เขียนถูกจริตก็นานๆออกที ไม่ก็ออกหนังสือแนวที่ไม่อ่าน แต่นักเขียนท่านนี้ออกผลงานมาเยอะและมักเห็นตามชั้นหนังสือบ่อยๆ เห็นจนเหมือนมีแรงดึงดูดคอยเรียก “หญิงควรลอง หญิงควรลอง หญิงควรลอง” เสมอ #มโนไปเอง น้ำฝนก็ชอบลองของใหม่ไง ถ้าเราไม่ลองอ่านเราจะรู้เหรอว่าถูกจริตเราไหม แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที เพราะความอยากลองเนี่ยแหละ ทำเอาเจ็บมาเยอะ หลังๆสงบจิตสงบใจ ไม่ชักพาตัวเองไปลองอะไรแล้ว

แต่ทำไมได้ลองอ่านเรื่องนี้?
บอกตรงๆว่าใช้ความสาว(?) #ผิด เอาใหม่ ใช้ความวอแวเต๊าะ(ตื้อ)คนอื่นมา…

เรื่องนี้น้ำฝนไปวอแวมาจากพี่หญิงบ้านชะนีรีวิว นี่ก็อยากลองไง แล้วก็เม้าท์มอยกัน หลังจากเจอประโยคว่าเป็นนิยายวายสายนวลที่ดีต่อใจ น้ำฝนผู้ซึ่งอยู่ในอารมณ์อยากอ่านนิยายวายไทยๆก็ไปวอแวว่าอยากอ่าน พี่เขาก็เลยขนมาให้หยิบยืม #ยกมือไหว้พร้อมถอนสายบัวงามๆ แล้วหลังจากหยิบยืมมานานหลายวัน(ร่วมเดือน) #สำนึกผิดเบาเบา ก็ได้อารมณ์อยากอ่านพอดีเพราะหงุดหงิดจากนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปก่อนหน้า (ซึ่งขอทำใจก่อนแล้วจะเขียนรีวิวเรื่องนั้น) อยากหาอะไรที่ดีต่อใจมาอ่าน หันไปมองผู้กองบนหน้าปกพอดี ก็จัดค่ะ จัดมาอ่านเลยทันที

ผลคือ… เธออออออออ นางดีต่อใจจริงๆ!!

เรื่องนี้นักเขียนเครมไว้ว่าเป็นนิยายตระหนักรู้(?) ซึ่งน้ำฝนก็มโนไปว่าน่าจะหมายถึงมีความสาระไม่ใช่มีแต่เรื่องรัก ซึ่งยอมรับว่าจริง เนื้อหาหลักๆอยู่ที่โครงการในพระราชดำริให้คนอ่านได้ตระหนักรู้ แน่นอนน้ำฝนเป็นสาวน้อยที่ค่อนข้างจะอ่อนไหวง่าย อ่านไปใจก็กระตุกไป น้ำตาก็ซึมเป็นพักๆ (คิดว่าทุกคนน่าจะรู้สาเหตุเนอะ)

แล้วตระหนักรู้ยังไงและเรื่องอะไร
ป่ะ เรามาเม้าท์กัน!

เรื่องนี้เป็นเรื่องของเธียร นายเอกผู้ซึ่งเกิดมาอยู่บนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรแค่เอ่ยปากก็ได้มา อยากซื้ออะไรก็ซื้อแบบโนสนโนแคร์ว่าเงินจะหมด เป็นแก้วตาดวงใจของคนเป็นแม่ ถ้ามองจากสายตาคนภายนอก น้องเธียรไม่ได้ขาดอะไร แถมยังเป็นเด็กที่ใครๆก็ต่างอิจฉา แน่นอน ชีวิตไม่ได้เรียบหรูดูแพงอย่างเดียว น้องเจอเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่เรียกได้ว่าทำให้ชีวิตของตัวเองเปลี่ยน

น้องมีปัญหาที่หัวใจ…. (หัวใจทางกายภาพนะเธอ อย่าเพิ่งคิดไปไหนไกล)

หัวใจของน้องต้องได้รับการเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน แต่ก็นะ ตามภาษาคนป่วย ที่พอรู้ว่าตัวเองป่วยก็ยังคงมีความหวังว่าตัวเองจะต้องหาย แต่เมื่อหวังไปจนรู้สึกเหมือนว่าความหวังนั้นช่างไกลเหลือเกิน ไกลจนไม่รู้จะหวังไปเพื่ออะไร ความหวังจะถูกเปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกอื่น
และน้องเปลี่ยนความหวังนั้นเป็นความรู้สึกด้านลบ ลบแบบกู่ไม่กลับด้วย
ความไม่อยากอยู่ ความเบื่อโลก ความขวางโลก น้องจัดเต็ม! เหล้าก็ดื่ม สตรีก็ควง แข่งรถก็ไป เถื่อนได้อย่างที่เด็กวัยรุ่นเถื่อนกัน #คนอ่านสยองแทน หนูใช้ร่างกายเปลื้องไปไหมลูกกกก

ตรงนี้อ่านแล้วอินมาก คือเข้าใจน้องเลย #ผ่านจุดนั้นมาแล้ว แต่ตอนน้ำฝนหมดหวังก็ไม่เถื่อนนะ แต่ละคนแสดงออกต่างกัน นี่จะมาแนวงอแงดื้อเงียบมากกว่า…

เข้าเรื่องต่อ
ความที่น้องจัดเต็มก็ถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหว ก็ต้องล้มไปตามระเบียบ ประจวบเหมาะกับที่เจอหัวใจที่เข้ากับน้องพอดี ก็ตามพล็อตของนิยายเปลี่ยนถ่ายหัวใจค่ะ
พอเปลี่ยนปุ๊บ ทุกคนก็ต้องอยากรู้ว่าเจ้าของหัวใจเป็นใคร น้องเธียรเองก็เช่นกัน ถึงไม่มีใครบอก น้องก็จัดหาเองได้ ทั้งที่สืบรู้ด้วยความบังเอิญ กับขวนขวายหามาเอง

แล้วด้วยความติดอกติดใจ หรืออะไรก็ตามแต่ หลังจากที่รู้ว่าเจ้าของหัวใจเป็นใคร โลกของน้องก็เปิดกว้างขึ้น เพราะเรื่องราวของเจ้าของหัวใจนี้ เป็นอีกโลกหนึ่ง อีกมุมมองหนึ่งที่น้องไม่เคยรู้ ไม่เคยสัมผัส แล้วก็ไม่เคยคิดว่ามีอยู่จริง

โลกของคนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่น
โลกของคนที่ใช้ชีวิตส่วนหนึ่งด้วยการเป็นครูอาสาสอนเด็กที่ด้อยโอกาส

และด้วยความอยากรู้ อยากสัมผัส บวกกับความอยากเอาชนะ ทำให้น้องเธียรแบกเป้พร้อมกับพกความมั่นใจ เดินตามรอยของเจ้าของหัวใจ ไปเป็นครูอาสาจนไปพบกับพระเอกของน้ำฝน #ผิด พระเอกของเรื่องค่ะ!

ผู้กองภูผา #กรี๊ดดดดดดดดดดดด

ผู้กองภูผารักษาการอยู่ที่ชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย ชายหนุ่มผู้คิดว่าตัวเองจะครองชีวิตโสดอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ก็ต้องมาตกหลุมน้องเธียรเข้า #หญิงมั่นใจผู้กองตกหลุมก่อนแน่นวลลล

จากตอนแรกที่คิดว่าเด็กคนนี้ไม่น่าจะอยู่ครบเทอม แต่ก็ต้องอึ้งในความถึก ทน เถื่อนของน้องเธียร
เถื่อนขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่าจะไปต่อยกับผู้มีอิทธิพลแถวนั้น แล้วยังจะไปวิ่งตามจับคนร้ายในป่าอีก #ทำอะไรขัดแย้งกับรูปร่างหน้าตามากเลยหนู

เรื่องราวเลิฟๆของคนทั้งคู่ เกิดขึ้นอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป ตามเหตุการณ์และวันเวลาที่ใช้ร่วมกัน
คู่นี้เขาไม่มาบอกรักกันตรงๆให้คนอ่านเห็นความหวานนะ แต่มาแบบมองตารู้ใจ ถ้าใช่ ก็เลิฟเลยไรงี้ (งงไหม ถ้างงไปหาอ่านเอาเอง!)
มีเลิฟก็ต้องมีดราม่า ตามภาษารักต่างฐานะ น้องเธียรเป็นลูกชายคนมีเงินไง ส่วนผู้กองอยู่ชายแดน จะเรียกว่าดอกฟ้ากับหมาวัดก็เกรงใจผู้กอง เลยขอเรียกว่า พี่รักน้องแต่อยากให้น้องเจอคนที่ดีกว่าพี่ พี่ขอกล้ำกลืนฝือใจทนความเจ็บอยู่ตรงนี้ พี่ไม่เป็นไรรรรรร
ก็นั้นแหละ ฉากดราม่าจึงบวกความหงุดหงิดใจของน้ำฝนไปด้วย

ฮัลโหลลลล พี่จะยึกยักเพื่ออัลไล น้องเธียรทรมานใจจะแย่แล้วนะ อย่ามายึกยักเล่นตัวเยอะ คนอ่านเครียด!
คือลุ้นจริง ดราม่าจริง อึดอัดจริง คิดดู๊ววว ดราม่าเรื่องต้องแยกตัวกลับบ้านก็ว่าหนักแล้ว ยังมีเรื่องที่คิดว่าน้องไม่ได้รักจริงๆอีก ยังไม่รวม ตัวคนพี่(ผู้กองนั้นแหละ)ผลักไส้ไล่ส่งกันขนาดนั้น แต่ตัวเองก็น้ำตาตกในเองคนเดียวเงียบๆ เธอเอ๊ย อยากจะเอามือตีกล้ามผู้กองแขนแรงๆสักสามสี่ที หงุดหงิด!
เป็นความหงุดหงิดแกมหยอกของคนอ่านนะเธอ ไม่ใช่หงุดหงิดแบบอารมณ์เสีย #บอกก่อนเดี๋ยวตีความไปแบบผิดๆ

กว่าจะลงเอยกันได้ ลุ้นจนผ้าห่มจะขาด! แต่น้องจะแตกเพราะเสียงกรี๊ดแทน
อะไรคือน้องอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวพี่พยายามปีนขึ้นไปหา(แบบเงียบๆ)เอง และอะไรคือไม่เคยโทรหากันเลยแต่พอโทรหาก็บอกแค่คิดถึงคำเดียว อะไรคือการยกดาวบนไหล่ให้อธิษฐาน
เธออออออออออ หญิงอยากได้แบบนี้ หาผู้ชายแบบนี้ได้อีกที่ไหนนนนนน เจา!!!! #ฟินเบอร์ไหนถามใจดู ฮืออออ ดีต่อใจจริงจัง #ความอยากได้ก็จริงจังนะ #บอกตรง

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีฉากเรทนะ เพราะมาแนวรักใสๆ ผู้กองไม่กล้าแตะต้อง มีจับมือ โอบกอดบ้างให้พอสะกิดใจ
ที่ไหนได้ ผู้กองรอน้องเรียนจบต่างหาก! พี่ท่านเสิร์ฟตอนจบเรื่องแบบจัดเต็มเลยทีเดียว ถถถถ

แต่เดี๋ยวๆๆ พามานั่งนึกดู ฉากให้ดาวก็ชวนเขินนะเธออออ
เก๊าชอบบบบ

พอๆๆ เรื่องรักผ่านไป มาหาความตระหนักรู้กันดีกว่า

อย่างที่บอกๆไปแล้วตอนต้น น้องเธียรนางไปเป็น “ครูอาสา”
พอได้อ่านก็เข้าใจในความยากลำบากและความเสียสละของกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่ใช่แค่น้องเธียรที่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของการไปเป็นครูอาสา คนอ่านอย่างน้ำฝนก็พอซึมซับตรงจุดนี้ไปด้วย ทั้งความเสียสละ ความลำบากของทั้งครูและนักเรียน และชาวบ้านโดยรอบ

ยังมีเรื่อง “ทุนเด็กด้อยโอกาสจากพ่อหลวง” ซึ่งตรงนี้น้ำฝนเพิ่งรู้ว่ามี ไม่เชิงว่าเพิ่งรู้ คือก็รู้ว่ามีทุนพระราชทาน แต่ไม่คิดว่าจะมีในพื้นที่แถวๆชายแดน เพราะตั้งแต่เด็กจนโต นี่ก็โตในเมือง ก็เข้าใจว่าคนที่ได้ทุนก็มีแต่คนที่อยู่ในโรงเรียนดังๆ แล้วก็ทำให้รู้ว่า กลุ่มคนที่ได้ทุน มักจะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านของตัวเองต่อ เป็นทั้งล่ามให้กับคนในหมู่บ้านเวลาติดต่อกับคนในเมือง เป็นคนส่งต่อความรู้ และเป็นอะไรหลายๆอย่าง

มีเรื่อง “โครงการฝนหลวง” ที่ทุกคนรู้จักกัน แต่เราก็แค่รู้จักกันในตำรา ในหนังสือ และในสื่อต่างๆ แต่คนที่รู้จักและรู้ซึ้งจริงๆถึงโครงการฝนเหลวง คือคนที่ไม่ได้อ่านแต่ตำรา แต่ได้สัมผัสจากประสบการณ์ในชีวิตจริง

สุดท้าย “โครงการที่ทำให้ชาวดอยเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นปลูกกัญชามาปลูกชา” ซึ่งน้ำฝนไม่แน่ใจว่าชื่อเรียกจริงๆ คืออะไร โครงการนี้ก็พอรู้ข้อมูลข่าวสารมาจากหนังสืออีกเช่นกันว่ามีนะ

ทั้งหมดนี้ นักเขียนถ่ายทอดและแทรกเข้าไปได้อย่างลงตัว ทำให้ตอนอ่านเรานึกภาพตามได้ไม่ยาก และตระหนักรู้มากขึ้นด้วยจริงๆ
น้ำฝนชอบนะ คือชอบจริงๆ ยิ่งอ่านในช่วงเวลาแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกอินมากขึ้น จนตอนนี้ ตอนพิมพ์บันทึกหลังอ่านอยู่นี้ก็น้ำตาคลอด้วยความคิดถึง T^T (ตอนอ่านก็ไม่รอด ร้องซิจะเหลืออะไร) ไม่ใช่แค่อ่านแล้วอินเบาๆนะ นี่อินหนัก ช่วงฉากไฟไหม้ (เพิ่งผ่านมรสุมนั้นมาเหมือนกัน) จากตอนแรกก็น้ำตาไหลแบบสวยๆ เจอฉากไฟไหม้ปุ๊บ น้ำตาแตกเลยค่ะ แง๊

แต่ด้วยเพราะสอดแทรกเรื่องความตระหนักรู้มากไปหรือว่าน้ำฝนไม่ได้แตะงานสายวายมานาน เลยทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้ขาดอะไรไปสักอย่าง แต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร เดี๋ยวหาเวลาอ่านใหม่อีกสักรอบสองรอบน่าจะตอบได้ว่าที่ขาดไปคืออะไร

โดยรวมแล้ว คือชอบ คืองานดี อ่านช่วงนี้ยิ่งอิน #งานดีที่ต้องบอกต่อ
ไปหามาอ่านซะ!!!

PS.
→ น้ำฝนกำลังตกหลุมรักนักเขียนคนนี้แล้วล่ะ! ซึ่งมาตุนไว้แล้วในพี่เมพ เก๊าจะหาเรื่องอื่นมาอ่านต่อ เก๊าชอบบบบบ
→ ความพี่หมอฝั่งน้องเธียรคือดีแต่บทน้อย หญิงเสียใจ หญิงรักเขา หญิงอยากให้เขาเป็นพระเอกบ้าง จะมีไหม? จะได้ไหม? อยากให้มีจัง


More :
Goodreads


Advertisements
Posted in .หนังสือทำมือ Yaoi, นิ(ยาย)วายไทย

F.L.Y. Fall in Love with You ตกหลุม(อากาศ)รัก : วายศรี สาววายในตำนาน

ชื่อหนังสือ : F.L.Y. Fall in Love with You ตกหลุม(อากาศ)รัก
ผู้แต่ง : วายศรี สาววายในตำนาน
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (2014)
จำนวนหน้า : 197 หน้า

คำโปรย :
เรื่องราวความรักของนักบินหนุ่มกับคุณหมอตัวเล็ก

รายละเอียด :
เรื่องราวความรักของนักบินหนุ่มกับคุณหมอตัวเล็ก
ชีวิตของกัปตันหนุ่มคนหนึ่ง ก็ได้แต่บินไป บินมา ไม่เคยเป็นคนติดที่ อยู่ไหนนานๆไม่เคยรอด
แต่เดี๋ยวนี้ ให้ตายยังไงต้องหาเวลากลับไทยให้ได้
…เพราะหัวใจฝากไว้กับคุณหมอตัวเล็ก…
แต่ความรักของพวกเขาจะราบรื่นได้อย่างไร?
เมื่อคนหนึ่งบินเยอะ อีกคนก็เวรเยอะ ไม่ค่อยมีช่วงเวลาโรแมนติกเหมือนคนอื่นเขา
จบบางทีก็อดคิดมากไม่ได้…
ระหว่างเรา ยังมีคำว่ารักเชื่อมกันอยู่ไหม?


บันทึกหลังการอ่าน…

เมื่อปีที่แล้ว (ครบรอบพอดีมีเศษวันนิดหน่อย ฮา) ได้เม้าท์มอยบอกความฟินถึงตอนเดินไปหยิบนิยายวายที่แอบตามอย่างเงียบๆในงานหนังสือ ไม่ซิ งานฟิค ในบล็อคไปแล้ว –อยากส่องก็จิ้มซะ– ปีนี้ได้ฤกษ์งามยามดี (ใช้คำนี้ใช่ไหม?) หยิบมาอ่านตอนไปเที่ยวระยองกับครอบครัวในช่วงเวลารถติด อ่านจบในวันเดียวอย่างสวยๆ พออ่านจบก็ได้อารมณ์นี้…

เธอออออออออออ อยากจะเม้าท์!!

อ่านแล้วรู้สึกฟิลกู๊ด ไม่ใช่เพราะฝนชอบนิยายแนวนี้เป็นพิเศษนะ ตัดความลำเอียงออกไปก็ยังชอบอยู่ดี มันมีอะไรๆให้คิดเยอะ อ่านแล้วก็บอกว่าจริง อื้มใช่ มันโดน อะไรแบบนั้น

เนื้อหาง่ายๆ สั้นๆ เบาๆ แต่โดน!

เป็นเรื่องของคู่รัก (ขอใช้คำนี้เนอะ) ที่เริ่มมีปัญหาเพราะเวลาไม่ตรงกัน ทำให้อะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น ทั้งความเข้าใจผิด ความหึงหวง ความไม่ไว้ใจกัน แล้วก็ความระแวงจากคนรอบตัว เป็นนิยายเข้าใจง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ แต่กระแทกความรู้สึกมาก แอบน้ำตาซึมในบางช่วงด้วย จากตอนแรกที่สงสารคุณนักบินติ๊กที่ต้องเหงา (อ่านแล้วมโนหน้า พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี หนูขอโทษนะพี่ติ๊ก หนูห้ามจินตนาการตัวเองไม่ได้!!) ทำไมคุณหมอแพทถึงได้ทำแบบนั้น ทำไมไม่บอกกกกก timing ไม่ได้อีก มีอะไรมาขัดตลอดดดด #ขัดใจ แต่อ่านไปอ่านมาก็ชักจะหงุดหงิดคุณนักบิน เธอออออออ เข้าใจไหมว่าหมอเขาไม่ว่าง!! คุณนักบินเธอก็คิดไปเอง คุณหมอก็ด้วย ทำอะไรไม่บอก พูดนะเป็นไหมมมม พูดซิ บอกซี่ (เสียงสูง) ยังมีปมความหลังเก่าเก็บอีก โอ๊ยยย แล้วพอถึงจุดหักของเรื่อง น้ำฝนน้ำตาตกค่ะ! สงสารคุณหมออออ “ถ้านับถึงสามแล้วไม่ออกมา เราจะทำยังไง” #ปวดความรู้สึกตามนิยายทันที

ฝนคิดว่าคนคบกันก็ควรจะคุยกันตรงๆ ไม่พอใจ อยากได้อะไร อยากให้ปรับอะไรก็ควรคุยกัน อย่าเห็นว่าเรื่องเล็กน้อยปล่อยไปเถอะ เพราะถ้าปล่อยปัญหาเล็กๆน้อยๆไว้ นานวันเข้าก็ปัญหาเล็กน้อยนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ๆที่ยากจะแก้แล้ว ความอนทนของคนมีจำกัด รักกัน เข้าใจกัน อยากอยู่ด้วยกันนานๆ ก็ต้องจูนเข้าหากัน เธอปรับ ฉันปรับ ปรับไม่ได้ก็ค่อยๆทำความเข้าใจกันไป รู้สึกอะไรก็บอกๆไปเถอะ

ชอบประโยคนี้มาก

สาวใสสาย normal ก็สามารถอ่านได้นะ เพราะฝนจัดเป็นนิยายที่อ่านแล้วรู้สึกดี อาจจะมีตะขิดตะขวงใจตอนมีฉากกุ๊กกิ๊กกันไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็เหมือนนิยายรักธรรมดานะ จริงๆ (หัวเราะ)

PS.
→ แพ้คุณหมอกับนักบิน น่าร๊ากกกก (ว่าแล้วก็ไปจิ้มดูเพจคุณหมอเกาลัด #เดี๋ยวๆๆๆๆ)
→ แอบอยากอ่านคุณหมอกับคุณ ร.ป.ภ. BTS จัง (จริงๆอยากไปรักษาแผลใจให้นางแทนนะ ฮาาา)
→ พิมพ์ตกเยอะอยู่นะ สระ เ- กับ สระ -ุ หายบ่อยมาก เรื่องปรกติของหนังสือทำมืออ่ะเนอะ แต่ถ้ามีรีปริ้นรอบต่อไปก็อยากให้แก้อ่ะ
→ อยากให้คุณวายศรีทำเรื่องอื่นเป็น eBook จัง แหมะ ถ้าจะตามเก็บเล่มอื่นมันเสี่ยงต่อการที่ป๊ะจะมาอ่านเจอ ใช่ป่ะ?!! (หัวเราะ)
→ แอบตามกรี๊ดเรื่องอื่นอยู่เงียบๆเหมือนเดิมนะคะ (เขิน)
→ เดี๋ยวจะอ่านนิยายเฉพาะสาย(นี้)มาแปะในบล็อคอีก ห่างหายไปนานก็ชักคิดถึง


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


Date: