Posted in การ์ตูน แปล, Elfy

วัยรุ่นวุ่นเกินพิกัด : Miyuki Abe



ชื่อหนังสือ : 困った時には星に聞け! – Ask the Stars for Help! – วัยรุ่นวุ่นเกินพิกัด (12 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : 美幸あべ – Miyuki Abe
สำนักพิมพ์ : Elfy
จำนวนหน้า : 3,977 หน้า (12 เล่ม)


บันทึกหลังการอ่าน…

ก่อนเม้าส์นิยาย ขอเม้าส์ส่วนตัวนิดนึง
หลังจากเก็บตัวทำนู้นนี่นั้นมาหลายเดือนก็กลับมาเขียนเม้าส์หนังสืออีกครั้งแล้ววว #เอาความจริง!!!!
สารภาพก็ได้…
หลังจากเจอเรื่องสะเทือนใจส่วนตัวเมื่อหลายเดือนก่อน พอทำใจอยากอ่านหนังสืออีกครั้งก็เจอมรสุมงานกองทับตัว ทำให้ได้แค่อ่านแต่รีวิวไม่ได้เพราะติดงาน #ร้องห้ายยยย แล้วเมื่อต้นเดือนก็เจอเรื่องส่วนตัวที่พาเอาเครียดไปสามสี่วัน พออารมณ์กลับมาได้ก็เจอ

เรื่องที่ทำให้สะเทือนใจคนทั้งแผ่นดิน…
หญิงไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยังไงดี พยายามหาที่พักใจพักความคิดจากเรื่องต่างๆรอบตัว ว่ากันง่ายๆ หาทางหนีความจริงจากงานที่เร่งด้วยเครียดด้วยแล้วก็อารมณ์ที่ไม่คงที่ ปกติเวลาอยู่ในช่วงสถานการณ์แบบคล้ายๆกันนี้ หญิงจะหนีความจริงไปอยู่ใน

โลกของตัวหนังสือ แต่…พอหยิบหนังสือเรื่องนั้นก็ไม่สนุก เรื่องนี้ก็ไม่โดน ที่อยากอ่านกลับได้แค่หยิบ ลูบปกแล้วก็วางลง
จนตัวเองเริ่มจะทนไม่ไหว #ฉันจะทำยังไงดี๊
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอหนีตัวเองไปในโลกการ์ตูนวายเลยแล้วกัน!
หนีให้สุดๆไปเล๊ยยยยย

ตรงจังหวะที่เมื่อต้นเดือนบังเอิญรู้ข่าวว่าการ์ตูนของอาจารย์อาเบะเรื่องนี้ในฉบับแปลไทยรีปริ้นต์แล้ว! #กรี๊ดดังลั่นห้าง เธออออ หญิงรอเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว
แฝดฝ้ายหอบหิ้วการ์ตูนที่ทั้งหนาและหนัก 12 เล่มจบให้อ่านตอนสมัยเรียน ป.ตรี พออ่านแล้วก็ติด พอติดแล้วก็อยากได้ แต่ตอนที่อยากได้คือไม่มีแล้ว #ครายยยยยย
มือสองราคาก็สูงจนไม่สู้ สู้ไม่ไหวจริงๆ ตอนนั้นหญิงเป็นเพียงนักศึกษาใสใสตัวน้อยๆที่ยังไม่มีรายได้ จะมาเสียค่าหนังสือที่มากกว่าราคาปกสามถึงห้าเท่าเพื่ออัลไล ตอนนี้แก่แล้วไง งานก็มีทำ อารมณ์ก็อินดี้เต็มขั้น ประจวบเหมาะกับที่เขาประกาศวางขายฉบับรี

ปริ้นต์พอดี จัดไปซิค่ะ จะเหลืออะไรรรร 12 เล่มสวยๆ ก่อนงานหนังสือมาพอดีเลย….

แล้วช่วงอยากหนีความจริง ต้องการอะไรบางอย่างมาเยี่ยวยาจิตใจเล็กๆน้อยๆบ้าง ก็หยิบขึ้นมาอ่านทวนความจำและเยียวยาจิตใจ
เธออออ ดีงามงานอาเบะเซนเซย์มากเลยเจ้าค่ะ! #น้ำตาไหล อ่านรอบสองก็ยังรู้สึกดีงามมมมมม
จำได้เลยว่า ตอนที่อ่านงานของอาจารย์อาเบะครั้งแรกนั้น เป็นการชิมผลงานแบบลองดู เพราะแฝดฝ้ายแนะนำมาว่างานดี งานที่คู่ควรแก่การอ่าน
ชิมปุ๊บ รู้ปั๊บ …ถ้ามีแปลไทยเรื่องอื่นอีกหญิงต้องได้มา!!!!
แล้วก็ได้มาจริงๆนะ #หัวเราะแห้ง สะสมเกือบครบหมดแล้ววววววว

นอกเรื่องไปไกล มาเล่าหนังสือกันดีกว่า

เปิดเรื่องมาก็เจอโควตจากหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยเลยทีเดียว
​[[ สุนัขจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อยว่า “หากไม่ใช้ใจมองสรรพสิ่ง ก็จะไม่มีวันเห็นถึงแก่นแท้ของสิ่งนั้น” ]]
ซึ่งมองจากภาพรวมแล้ว ประโยคนี้บอกเล่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จริงๆ

เดี๋ยวๆๆ เกือบลืมบอกไป
เรื่องนี้เป็นการ์ตูนวายนะเจ้าค่ะ แต่… สาวสายนอร์มอลอย่างหญิง(?) สามารถอ่านได้ เพราะไม่มีฉากร่วมรักให้เห็น วายใสใสวัยเรียนไฮสคูลลลลลล เหมือนอ่านการ์ตูนตาหวาน(?)ปกติเลยยย #จริงๆนะ
ใสใสยังไง ป่ะ เดี๋ยวพาไปรู้กัน
อย่างที่บอก เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มในวัยเรียนที่อยู่ร่วมกัน เรียนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน จนเป็นความผูกพันธ์และเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเราเป็นอะไรกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกชัดเจน แต่บอกได้ว่าอีกฝ่ายคือคนสำคัญ

ตัวเองของเรื่อง คือ โฮซากะ คิโยมิเนะ กับ ฟูจิชิมะ ทาคาระ
จะเรียกว่าพระเอกกับนายเอกก็เรียกได้ไม่เต็มปาก ขอเรียกว่า คิโยมิเนะ (คนตัวโต) กับ ทาคาระ (หนุ่มตัวเล็ก) แล้วกันเนอะ

ทาคาระย้ายมาเรียนโรงเรียนเอกชนเพราะเรื่องทางบ้าน คุณยายเสีย คุณพ่อไปทำงานต่างประเทศแบบนานๆกลับมาสักที แล้วไม่มีใครอยู่บ้านเลย ความรู้สึกคือเขาไม่สามารถอยู่บ้านที่ทำให้ต้องคิดถึงคนในครอบครัวของเขาอีกได้ เพราะบ้านหลังนี้มีความทรงจำ

ของทุกคนอยู่ แต่พอแม่เสีย พ่อไปทำงานต่างประเทศ ตาแท้ๆเสีย จนสุดท้าย ยายเสียไป เลยต้องมาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ และยื่นเรื่องของเข้าพักที่หอพักของโรงเรียน เรื่องราวมากมายกับความสัมพันธ์ต่างๆ เริ่มที่ตรงนี้ เป็นเรื่องราวที่ทำให้จิตใจของทาคาระดีขึ้น

แม้กระทั้งนิสัยลึกๆของทาคาระด้วย

ส่วนคิโยมิเนะ เป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวที่มีชื่อเสียง ถึงจะเป็นทายาทสายรองแต่ก็มีอิทธิพลพอตัว แล้วด้วยเพราะเป็นลูกชายคนเล็กเลยถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ เขาเลยมีความเอาแต่ใจสูงมาก ขี้หวงและติดพี่สาวหนักมากด้วย เรียกว่าติดถึงขั้นว่าเป็นปมในใจ

เลยก็ว่าได้ ใครก็แตะต้องไม่ได้ ตอนแรกเขาก็คิดว่าเขามาเรียนที่โรงเรียนนี้แล้วบังเอิญได้อยู่ห้องคนเดียว อยู่ดีๆก็มีคนที่คนที่จะเรียกว่าเป็นผู้ชายก็เรียกได้ไม่เต็มปากเพราะหน้าสวยมาก แต่จะบอกว่าสาวก็บอกไม่ได้ เพราะพวกเขาทะเลาะเตะต่อยกันแบบนักเลง
ใช่แล้ว คนที่มาเป็นคนร่วมห้องของคิโยมิเนะคือทาคาระ

ทั้งคู่มีบางสิ่งที่เหมือนกัน แต่บางอย่างที่ต่างกัน
จุดที่เหมือนกันคือ ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจเหมือนกัน ทาคาระเป็นลูกคนเดียว ดังนั้นความรักของตา ยาย แม่และพ่อก็จะอยู่ที่ตัวเขาทั้งหมด เป็นคนขี้อ้อนและค่อนข้างจะขี้แย นิสัยส่วนนี้เขาจะเปิดเผยให้กับคนที่เขาไว้ใจเท่านั้น เป็นอีกปมที่อยู่ในใจของทาคาระ

เพราะว่าเขาเก็บความเป็นตัวตนของเขาไว้ตั้งแต่ยายเขาป่วย เขาเชื่อว่า ถ้าเขาเป็นเด็กดี มีเรื่องชกต่อยน้อยลง ยายของเขาจะอยู่กับเขาไปนานๆ
ส่วนคิโยมิเนะ เป็นคนที่ติดการสัมผัส (skinship) และชี้หวงอย่างที่สุด แล้วก็อย่างที่บอกเนอะ เป็นลูกชายคนเล็กที่ถูกตามใจแต่เด็ก แต่เพราะพ่อกับแม่งานยุ่งทั้งคู่ อีกทั้งมีพี่ชายกับพี่สาวที่เป็นพี่ต่างพ่อซึ่งอายุห่างกันเยอะมาก ทำให้เขาโตมากับครอบครัวที่ตาม

ใจทุกอย่าง แต่ขาดความรักที่เป็นการแสดงความรัก พ่อ แม่ และพี่ๆของเขารักเขา แต่เพราะยุ่ง เลยใช้สิ่งอื่นมาแสดงความรัก มีเพียงพี่สาวที่คอยดูแลเขาใกล้ชิดที่สุด เขาเลยคิดแค่เพียงว่า มีแค่พี่สาวก็พอ คนอื่นเขาไม่อยากได้ แต่ก็ใช่ว่าพี่ชายเขาไม่รักนะ คุณพี่

ชายนางมีวิธีแสดงความรักที่ค่อนข้างแปลกไปซะหน่อย รวมไปถึงครอบครัวฝั่งแม่ด้วย เรียกได้ว่าแปลกทั้งตระกูลเลย!
เมื่อคนที่ทั้งเหมือนกันและต่างกัน ต้องมาอยู่ห้องนอนเดียวกัน เรียนก็นั่งติดกัน ตอนแรกก็ตบตีกันเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้าตัวเอง แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด และเกิดแรงดึงดูด(?)บางอย่างที่ทำให้สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่แค่อยู่ด้วย

กันเฉยๆ ต่างฝ่ายก็ต่างดูแลจิตใจซึ่งกันและกันอย่างไม่รู้ตัว
คิโยมิเนะทำให้ทาคาระกลับไปบ้านของตัวเองและนอนหลับอย่างสบายใจได้ ส่วนทาคาระทำให้คิโยมิเนะมีบรรยากาศรอบตัวที่ต่างจากเดิม ดูเป็นมิตรขึ้น (แต่ก่อนนางไม่สนใจใครเลย) ถึงจะทะเลาะกันจนเลือดตกยางออก โดนลักพาตัว โดนจับแต่งสาว เกือบโดน

ฆ่า หรือแม้แต่ทำงานพิเศษที่ทำเอาวงการแฟชันสะเทือน ทุกเหตุการทำให้หญิงอ่านแล้วเข้าใจตัวละครทั้งสองตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และตัวละครก็เข้าใจกันมากขึ้นด้วย
ที่หนักสุดคิอ คิโยมิเนะไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อ แต่ยอมให้ทาคาระเรียก มีครั้งหนึ่งที่ทะเลาะกันเรื่องพ่อของทาคาระกับพี่สาวของคิโยมิเนะ ไม่ได้ทะเลาะต่อยตีกันแบบปกติ แต่เป็นคิโยมิเนะที่ออกอาการหวงพี่สาว จนลืมไปว่าพูดกระทบจิตใจทาคาระ จนทาคาระรู้สึกได้ว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ใช่อย่างที่คิด (ทาคาระมองว่ามิเนะคือที่พักใจของเขา และทำให้เขากลับไปเป็นทาคาระคนเก่าได้ แต่มันไม่แน่นอน) จนไม่ยอมเรียกชื่อ กลับเรียกนามสกุลแทน พ่อคนหวงพี่ก็หงุดหงิด รู้ตัวว่าผิด รู้ตัวว่าพูดไม่ดี และไม่ชอบให้ทาคาระเรียกนามสกุล อยากให้เรียกชื่อ เพราะคนๆนี้คือคนพิเศษ คนที่เขาจัดลำดับไว้เทียบเท่ากับพี่สาว ก็งอแง(แบบแมนๆ)ให้ทาคาระกลับมาเรียกชื่อเหมือนกัน
…หญิงชอบตอนนี้มากกกกกกกกกกก
แล้วก็ก่อนจบเรื่องด้วย ชอบมากๆ เพราะเหตุการณ์นั้น(เหตุการณ์ไหน?!!!) ทำให้มิเนะยอมทาคาระทุกอย่าง ทั้งด้วยความรู้สึกผิด ความเข้าใจ ความอยากเอาใจ และจัดลำดับว่าทาคาระคือคนสำคัญของเขา แบบที่อ้อนอยากทานขนมที่แสนแพงและไกล นางก็ไปซื้อให้! ฮืออออ ชอบบบบบ #วิ่งกลับไปอ่านฉากนั้นอีกรอบบบบ

แต่ก็นะ อยู่ในโหมดการ์ตูนวายก็ต้องมีแฟน service เนอะ
ฉากจูบ ฉากกอดก็มีให้เห็น แต่เป็นจูบแบบที่ต่างจากนิยายหรือการ์ตูนวายเรื่องอื่น ยังไงดีล่ะ จูบเพราะชิมขนม จูบเพราะยอมให้ถ่ายรูป จูบเพราะจะแกล้ง แต่ไม่ใช่จูบเพราะอยากร่วมรัก กอดเพราะจะชั่งน้ำหนัก กอดเพราะคิโยมิเนะนางติด skinship กอดเพราะรั้ง และกอดเพราะจะแหย่ในช่วงเทศกาลของโรงเรียน
เธออออ ดีต่อใจมาก ชอบอะไรแบบนี้ ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก แต่อีกฝ่ายคือคนสำคัญ service เล็กๆ ไม่ต้องเยอะ แค่มีให้ฟิน ให้กรี๊ดก็พออออ

ในเรื่องไม่ได้มีแค่คู่เดียวนะ บรรดาเพื่อนร่วมหอและรุ่นพี่ก็เข้ามาร่วมบรรยากาศ สร้างสีสันในเรื่องด้วย มีหลายคู่ในเลือกลงเรือกันเลยทีเดียว แต่ละคู่ก็จะมี story ร่วมกัน มีดราม่าเล็กๆสร้างความสัมพันธ์ และ service หน่อยๆ สร้างความฟิน แน่นอนว่าอยู่ในขอบเขตของความสัมพันธ์แบบเดิมเลยคือ ไม่มีชื่อเรียก แต่อีกฝ่ายคือคนสำคัญ
แต่หญิงก็มาคิดๆดูนะว่าอาจจะเพราะอยู่ในวัย ม.ปลาย ด้วยหรือเปล่า เลยมาแบบฟินๆ จิกหมอนแบบนี้ ถ้าเนื้อเรื่องมาแนววัยทำงานคงไม่เหลือ #หันมองเรื่องอื่นของอาจารย์ ฮ่าๆๆ

12 เล่มนี้เวลาในแบบเต็มๆก็ 3 ปี กับอีก 1 กว่าๆที่โผล่มาแค่ไม่กี่หน้า ตั้งแต่ช่วงไฮสคูลปีหนึ่ง จนเรียนจบเข้ามหา’ลัย แน่นอนค่ะว่า คิโยมิเนะที่ขี้หวงจะปล่อยให้ทาคาระไปใช้ชีวิตในโลกกว้างคนเดียวเหรอ? #ปล่อยซิเพราะทาคาระจะไปเที่ยว ถถถ พอทาคาระกลับมานางก็งอแงตามภาษาคนแมนๆคุยกัน แล้วพอทาคาระยื่นข้อเสนอว่าจะไปอยู่ด้วยกันเหมือนตอนเรียนเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอพ่อ (พ่อนางจะแต่งงาน) ตอนแรกมิเนะก็โวยวายแล้วสุดท้ายก็ยอมมมมม นางยอมตั้งแต่เจอเหตุการณ์นั้นแล้วววว (เหตุการณ์ไหน?!!!)

สุดท้าย ขอบอกอีกรอบว่า ชอบมากกกก ฮืออออ ดีใจที่ได้มาครอบครองแล้ว และเยี่ยวยาจิตใจของหญิงได้

ในเรื่องมีประโยคที่ชอบหลายประโยคอยู่นะแต่จดมาแค่นี้
– อย่าละเลยเรื่องที่ไม่เข้าใจ แต่ควรละเลยต่อสิ่งที่เราไม่รู้ว่าจะตั้งคำถามอะไรกับมัน (เล่ม 6)
– เพราะรู้ว่าชีวิตช่างสั้น แสงสว่างนั้นก็เลยดูสวยงามหรือเปล่านะ? (เล่ม 10)

ขออีกนิด
ในเรื่องมีสตรีเพศด้วยนะยูววว ไม่ใช่มีแต่แมนๆคุยกัน สาวเล็กสาวน้อยก็มี เพราะวัยเด็กของทาคาระก็สาวๆ น่ารักด้วยยยย สาวใหญ่ก็แอบมีเพราะแต่ก่อนมิเนะนางคบแต่ผู้หญิงแก่กว่า!!!

PS.
→ อ่านรอบสองก็ยังชอบอยู่ ปริ่มใจที่ได้มาครองแล้ว ฮือออออ
→ กลับมาเขียนบันทึกหลังอ่านอีกครั้งก็รู้สึกเขินเหมือนกันนะ แง๊ เป็นการกลับมาที่วายจริงๆ #ทำไมไม่เริ่มที่เรื่องอื่นก่อนนนนนน
→ ใช้เวลาเขียนสี่วันเลยนะ! ไม่ใช่เพราะว่ายาวเลยใช้เวลานาน แต่มีเวลาวันละไม่กี่นาทีเพื่อเขียน ถถถถ


More :
Goodreads


Posted in การ์ตูน แปล, Elfy

บทเพลงสีเทา เล่ม 1-3 : Tokoro Kemeko



ชื่อหนังสือ : 鈍色ムジカ – บทเพลงสีเทา
ผู้แต่ง : 所ケメコ – Tokoro Kemeko
สำนักพิมพ์ : Elfy
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (กุมภาพันธ์ 2559)
จำนวนหน้า : 474 หน้า (156+156+162)

หลังปก :
#1
แค่นายเท่านั้น ที่ฉันไม่อยากให้รุบรู้ความปรารถนานี้…
ยูกิ เพื่อนสนิทที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นนักเชลโล และเดินทางไปเรียนต่อที่อิตาลีได้ขาดการติดต่อไปถึง 10 ปี
แต่แล้ว ทาคุมิที่ทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยได้พบกับยูกิอีกครั้ง ในสถาพที่ถูกทำร้ายจนต้องพันผ้าพันแผลไว้ที่ดวงตาทั้งสองข้าง
ทาคุมะพยายามช่วยเหลือยูกิโดยไม่เปิดเผยเรื่องของตัวเอง
จนได้ล่วงรู้เรื่องที่ว่ายูกิตกหลุมรักตนอย่างลับๆ มาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น…
ท่วงทำนองแห่งความรักที่ซื่อตรงเสมอต้นเสมอปลาย และมิอายเอื้อนเอ่ยไปตลอดกาล
#2
ทาคุมะล่วงรู้ว่ายูกิ เพื่อนสนิทซึ่งเป็นนักเชลโลแอบรักตนมาโดยตลอด
เขาที่ทำงานเป็นผู้ดูแลยูกิ ได้ตอบรับความรู้สึกนั้นไว้
และในตอนนั้นเอง นักไวโอลินที่เคยร่วมวงเดียวกันกับยูกิก็ปรากฏตัวขึ้น
ดูเหมือนว่าเขาจะมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับบาดแผลที่ดวงตาของยูกิ…?
#3
ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงาม ความนิยมในตัวยูกิซึ่งเป้นนักเชลโลจึงพุ่งทะยานจนได้ให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารและได้แสดงดนตรีออกโทรทัศน์
แม้จะได้พบกับทาคุมะน้อยลง ทว่าในใจของเขาก็ “เตรียมพร้อม” ที่จะ…
ในระหว่างนั้นเอง “มิตรภาพ” ระหว่างโนเอลกับยูกิก็กลายเป็นสกู๊ปข่าว!?


บันทึกหลังการอ่าน…

มาแบบเขินๆ
การ์ตูน 3 เล่มนี้ พี่สาวให้มายืมอ่าน (โดยที่น้ำฝนก็ไปเต๊าะมานั้นแหละ) แบบน้ำฝนแพ้หนุ่มเล่นดนตรีเครื่องสายไง เลยอยากอ่าน แฮ่

เป็นเรื่องของยูกิ นักเชลโล่ที่หลงรักเพื่อน แต่เพราะกลัวถูกรังเกลียดก็ค่อยๆ หายหน้าหายตาไป ด้วยระยะทาง ด้วยสายการเรียนและงานที่ทำ ต่างฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนมาวันหนึ่ง ทาคุมะบังเอิญไปเจอยูกิอีกครั้ง!
นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของสองหนุ่มค่ะ

จริงๆอ่านหลังปกก็รู้เรื่องย่อนะ แทบจะบอกหมดแล้ว ฮาาา

ฝนมาเม้าท์ส่วนของฝนดีกว่าเนอะ
คือยูกิคุงเนี่ย กลัวการถูกเกลียดมาก เลยไม่บอกออกไปและพยายามตีตัวห่าง ด้วยตั้งใจว่าเมื่อมีชื่อเสียงจะกลับมาหาทาคุมะอีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยังไม่ทันได้มีชื่อเสียงก็ผิดแผน โดนทำร้ายจนต้องรักษาตัว และมาเจอกันอีกครั้ง ความใกล้ชิดและความในใจของยูกิคุง ทำให้ทาคุมะที่จากแมนๆคุยๆกันอยู่ดีๆ ก็ตกหลุมยูกิคุงจนได้ (ชายเหนือชายจริงๆ… #แซว)
แน่นอนค่ะ งาน Elfy ฉากบนเตียงก็มีให้เห็นในเล่มอยู่่ #ปาดเลือดที่จมูก
ยูกิคุงงงงงงงงงงงง น้องเก็บกดช่ะ?? ถ้านิสัยปรกติกับนิสัยบนเตียงจะต่างกันขนาดนี้ #วิ่งไปหานักเชลโล่เป็นแฟนด่วนเลย #ผิด
แต่เวลาเขาคุยกับ มีปัญหากัน เขาคุยกันดีไม่มีดราม่านะ คือทางยูกิคุงเนี่ย นางเป็นเด็กมีปัญหาตามภาษาพวกบ้านรวย ทำให้เงียบๆ นิ่งๆ และเก็บตัว แต่น้องทาคุมะเป็นเด็กร่าเริง ช่วยเหลือสังคม รักเด็กแฮปปี้กับคนแก่เห็นใจคนป่วยไรงี้ ทำให้เวลามีปัญหาอะไร ทาคุมะคุงจะมองในแง่ดีแล้วค่อยๆแก้ไขเสมอ เลยไม่มีดราม่าเท่าไร รอดูเล่มต่อว่าจะอะไรยังไง
เพราะเหลือปมเรื่องครอบครัวของยูกิคุง ที่ไม่ยอมรับในตัวน้องจนน้องไม่กล้ากลับบ้าน
และปมตกค้างในช่วงที่ยูกิคุงถูกทำร้ายร่างกาย (ไม่แน่ใจว่าจะมีไหม???) เพราะยูกิคุงกำลังจะกลับไปอิตาลี… หรือดราม่าจะอยู่ส่วนนี้?? รออออออออ

PS.
→ นางยังไม่จบ! นี่หลวมตัวอ่านเพราะคิดว่าจบแล้วนะเนี่ย!!
→ เรื่องนี้คู่รองก็น่ารักนะ นักไวโลลินกับผู้จัดการหนุ่มแว่น ดูใสใสดี (ไม่รู้ว่าเล่มต่อจะใสไหม???)


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3


Posted in การ์ตูน แปล, Fu Novels

ฝังจิตฝังใจ (ตอนพิเศษรัชทายาท) : เฟิงน่ง

ชื่อหนังสือ :
太子番外之秋後算賬 – ฝังจิตฝังใจ (ตอนพิเศษรัชทายาท)
ผู้แต่ง : 风弄 – เฟิงน่ง
ผู้แปล : เฟื่อง
สำนักพิมพ์ : Fu Novels
พิมพ์ครั้งที่ : 2 (สิงหาคม 2558)
จำนวนหน้า : 32 หน้า


หนังสือในชุดเดียวกัน :
รัชทายาท
เมื่อหิมะโปรย (ตอนพิเศษรัชทายาท)


บันทึกหลังการอ่าน…

เล่มนี้เป็นการ์ตูนค่ะ
แนว BDSM ที่ชัดเจนมาก ในนิยายเขาก็แบบนี้นะ แต่พอมาเป็นการ์ตูนจะชัดเจนกว่าเดิม เพิ่มเติมคือการสมยอม….

เนื้อเรื่องหลังจากที่จบเล่ม 5 ในเวอร์ชั่นนิยาย
เหตุการณ์ที่พระเอกขึ้นครองราชแล้ว ก็จัดการงานราชการและทุกคนให้อยู่ในกฏระเบียบที่ควรจะเป็น
แต่ก็มีการแง่งอนระหว่างพระเอกกับนายเอกอยู่
พระเอกงอนนายเอก นายเอกเลยทำการง้อแบบที่เรียกเลือดได้เลยทีเดียว

การขัดตาเรื่องภาษาบรรยายที่เกิดในเล่มนิยายไม่มีในเล่มนี้
เป็นการเซอร์วิซนักอ่านย่างแรงกล้า (อ่านไปใจสั่นไป)
อย่างที่บอกไปว่าหายแนวหนักๆแบบนี้มานานแล้ว กลับมาอ่านอีกทีก็ไปไม่เป็น เขินแรงไปอีก ดีที่อ่านที่บ้าน =.,=

PS.
→ อย่าได้ถามถึงเล่ม น้ำฝนปล่อยออกแล้วจ้า (ยิ้มหวาน)
→ อ่านจบตั้งแต่เดือนตุลาปี 2015 ค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้อัพ
→ หญิงเป็นสาวเรื่องมาก ดังนั้นทั้งหมดนี้คือความเห็นส่วนตัวในรสนิยมการอ่านของหญิง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Fu Novels

Posted in การ์ตูน แปล, LuckY B

10 count : Takarai Rihito

ชื่อหนังสือ : テンカウント – 10 Count
ผู้แต่ง : 宝井理人 – Takarai Rihito
ผู้แปล : นิตา
สำนักพิมพ์ : LuckPim
ISBN :
#1 | 978-616-373-118-0
#2 | 978-616-373-303-0
#3 | 978-616-373-377-1
พิมพ์ครั้งที่ :
#1 | 1 (เมษายน 2558)
#2 | 1 (กันยายน 2558)
#2 | 1 (ธันวาคม 2558)
จำนวนหน้า : 525 หน้า (175+176+174)

รายละเอียด :
#1
‘เวลาอยู่กับคุโรเสะคุง เรารู้สึกเหมือนเป็นคนธรรมดาขึ้นมาบ้าง’
‘ชิโรทานิ’ เลขาประธานบริษัทผู้มีอาการหวาดกลัวเชื่อโรคขั้นรุนแรงได้พบกับ’คุโรเสะ’ นักจิตวิทยาโดยบังเอิญ เพื่อรักษาอาการดังกล่าว เขาตกลงเข้ารับการบำบัดกับคุโรเสะเป็นการส่วนตัว ระหว่างเดินหน้าเคลียร์ภารกิจบำบัดพฤติกรรม 10 ข้อ ชิโรทานิก็ค่อยๆถูกดึงดูดเข้าหาคุโรเสะที่ล่ะน้อย แต่ทว่า….?
นี่คือเรื่องราวการบำบัดรักอันแสนละเอียดอ่อน ระหว่างนักจิตวิทยาหน้าตายกับเลขาประธานอนามัยจัด
#2
‘วันนี้ผมเอาแต่นึกภาพตอนคุโรเสะคุงสัมผัสผม’
ทั้งที่ชิโรทานิค่อยๆเริ่มเปิดใจให้ แต่จู่ๆ คูโรเสะกลับบอกว่าจะหยุดให้คำปรึกษาเสี่ยนี่ ระหว่างที่ชิโรทานิได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้องด้วยความช็อก เขาก็ได้รับข้อความจากคุโรเสะขอให้ออกมาพบกันอีกครั้ง…
เมื่อชิโรทานิได้รับรู้ความในใจที่คุโรเสะซ่อนไว้ เขาจะทำอย่างไรต่อไป…?
ความสัมพันธ์ของนักจิตวิทยาหน้าตายกับนายเลขาอนามัยจัดจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในเล่ม 2 นี้
#3
‘ตัวเรา มีแต่กลิ่นคุโรเสะคุงเต็มไปหมด’
ระหว่างออกไปช็อปปิ้งกันสองคน ชิโรทานิจินตนาการภาพตอนจูบกับคุโรเสะแล้วเกิดมีอารมณ์ขึ้นมา แม้ยังสับสนว่าทำไมร่างกายตัวเองถึงมีปฏิกริยาเช่นนี้แต่ชิโรทานิก็ไม่อาจหยุดมือของคุโรเสะที่ไล้มาปลอบประโลมร่างกายอันร้อนผ่าวได้ ชิโรทานิที่ถูกคุโรเสะหยอกล้อเอาดื้อๆ จะทำเช่นไรเมื่อร่างกายและจิตใจแสดงออกสวนทางกันโดยสิ้นเชิง…?
เชิญติดตามวิธีบำบัดระหว่างนักจิตวิทยาหน้าตายกับนายเลขาอนามัยจัดที่ต่างก็ถลำลึกลงเรื่อยๆ


บันทึกหลังการอ่าน…

เรื่องนี้การ์ตูนวายค่ะ แนวดราม่า
ทำไมดราม่า?
มาม่ะ มาดูกัน

นายเอกมีปมที่ค่อนข้างใหญ่ นางเป็นโรคไมโซโฟเบีย (Mysophobia) หรือ โรคกลัวเชื้อโรคขั้นรุนแรง
ระหว่างที่กำลังเดินทางท่านประธานของนายเอกเกิดอุบัติเหตุโดยที่นายเอกไม่สามารถช่วยเหลือได้ (เพราะกลัวเชื้อโรคที่เกิดจากการสัมผัสร่างกายคนอื่น) คนที่มาช่วยไว้คือพระเอกที่กำลังปั่นจักรยานอยู่ พระเอกก็พาท่านประธานส่งโรง’บาล
แล้วที่นั้นพระเอกก็สังเกตนายเอกครั้งแรกแล้วรู้เลยว่านายเอกเป็นโรคไมโซโฟเบีย นางก็แนะให้ไปรักษา เพราะมีสิทธิหายได้
แล้วด้วยความอายของนายเอกที่มีคนที่ไม่รู้จักกันมาทักในเรื่องส่วนตัว ก็บอกออกไปว่า เขาไม่เดือดร้อน! อยู่แบบนี้ได้!!
พระเอกก็ไม่พูดอะไรต่อ (เรื่องของยูเลยย) แล้วก็จากมา

แล้วพรหมลิขิตบันดาลชักพา ‪#‎ผิด‬ ให้นายเอกเดินทางไปที่คลินิกจิตเวช คือใจจริงแล้วนางก็อยากหายแหละ นางเดินไปเดินมาจะเข้าดีหรือไม่เข้าดี แล้วระหว่างที่กำลังหันหลังกลับ ก็ป่ะเข้าให้กับพระเอกที่ปั่นจักรยานมาที่คลินิกเดียวกัน!! (พรหมลิขิตไหมละเธออออ) คุยกันไปคุยกันมาก็รู้ว่าพระเอกนางเป็นหมอจ้าาาา วันนั้นนางเลยรู้ว่านายเอกเป็นโรคอะไร แล้วก็แนะให้รักษา
คุยกันไปคุยกันมาก็มาจบกันที่พระเอกจะช่วยรักษานายเอกให้ โดยใช้วิธี ERP (Exposure and Response Prevention)
แล้วก็มาเจอกันอาทิตย์ละครั้งที่ร้านอาหารเดิม

หนึ่งในวิธีการรักษาของคุณหมอ (พระเอก) คือให้นายเอกเขียนพฤติกรรม 10 ข้อที่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้แน่ๆ โดยเรียงจากน้อยไปมาก แล้วก็มาให้นายเอกฝึกทำ (10 ข้อนั้นคือที่มาของชื่อเรื่องจ้า)
เรื่องราวก็เกิดขึ้นในระหว่างฝึกทำ 10 ข้อนั้น ระหว่างนั้นก็เกิดความผูกพันธ์ขึ้นระหว่างทั้งคู่
คุณหมอนางก็หน้าตาย พูดนิ่งๆ เฉยๆ
นายเอกก็มักจะคิดเยอะ คิดไปเรื่อย มโนไปต่างๆนานา

มีครั้งหนึ่งที่นายเอกถามคุณหมอว่าทำไมอยู่ดีๆถึงหยุดรักษาเขาล่ะ
คุณหมอนางก็บอกตรงๆ ว่า รู้ตัวว่าชอบนายเอก ที่ทำไปเพราะชอบ แต่ยิ่งอยู่ด้วยก็ยิ่งอยากสัมผัส เลยพยายามออกห่างเพราะรู้ว่านายเอกไม่อยากให้สัมผัส (กรี๊ดซิค่ะ)
นายเอกก็ตกใจ ทำไมพูดสารภาพตรงๆ ทั้งๆที่หน้านิ่งแบบนั้น! นางก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรนะ แต่ก็บอกว่าไม่อยากให้หยุดเจอกัน ยังอยากเจอกันอยู่ไรงี้ (เธอก็ชอบเขาอยู่ลึกๆนั้นแหละ เรารู้!!!)
ความเด็ดอยู่ที่… คุณหมอค่ะ
คือนางรู้ตัวว่าชอบแล้ว นางก็เผยความ S มาเลย มาแบบนิ่งๆ เนี่ยแหละ ทุกครั้งที่เจอกัน จะต้องมีการสัมผัสนายเอกเสมอ ส่วนนายเอกก็ไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมกลับคนอื่นเขารังเกียจไม่อยากอยู่ใกล้ แต่กับคุณหมอเขาไม่รู้สึกแบบนั้น ไม่ซิ กับคุณหมอ นางรู้สึกอยากถูกสัมผัส!!
คุณหมอนางก็จัดหนักขึ้นเรื่อยๆค่ะ กลางวันฝึกทำตาม 10 ข้อนั้น ฝึกไปวันละข้อสองข้อ แต่ตกเย็นไม่รู้ไปไงมาไง มาอยู่ที่ห้องคุณหมอได้ (คนอ่านเริ่มหน้าแดง)

เดี๋ยวๆๆๆ

อย่าเพิ่งคิดว่าเรียบร้อยโรงเรียนคุณหมอแล้วนะคะ
ยังค่ะยัง (เพิ่ง 3 เล่มเอง ยังไม่เรียบร้อยเร็วแบบนั้น)
จูบก็ยังไม่ได้จูบกัน (นายเอกยังดื่มน้ำร่วมแก้วกับคนอื่นไมไ่ด้ คุณหมอเธอจะไม่จูบค่ะ) แต่นางข้ามจูบไปอีกสเต็ปเรียบร้อยแล้วค่ะ ‪#‎เดี๋ยวนะ‬
แล้วก็อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องจะมีแค่…..เอ่ม….. ฉากเซอร์วิชแบบนั้นนะคะ
ระหว่างที่กำลังจัดการเคลียร์ 10 ข้อนั้น (ลืมบอกว่า เด็ดสุดที่ข้อ 10! คุณหมอเธออยากได้ข้อ 10 แน่ๆ เรารู้!!) นายเอกจะคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นโรคนี้มาเรื่อยๆ
จุดนี้แหละค่ะที่ฝนอยากรู้ คือคนที่เป็นโรคโฟเบียบางอย่าง เขาน่าจะมีปัญหามาก่อน สาเหตุของปัญหานั้นคืออะไร ทำไมนายเอกถึงเป็นถึงขั้นนั้น อยากรู้มากกกกกกกก อ่านมา 3 เล่ม ฝนรู้แค่ว่าต้องมีปัญหาซักอย่างตอนเด็กๆ ที่ทำให้ขนาดพ่อของนายเอกก็จับไม่ได้ แล้วสาเหตุนั้นต้องเกิดตอนที่นายเอกตอนเด็กไปซ่อนตัวอยู่ในล็อกเกอร์!!!

รอลุ้นที่เล่ม 4 แล้วเล่มต่อๆไปค่ะ……

แต่เล่ม 3 นี้ อยากจะตีนายเอกมากเลย
นางรู้ว่าคุณหมอชอบนาง ชอบมาก (อยากได้มากด้วย) คุณหมอก็อยากสัมผัสมากๆ แต่นางบอกให้คุณหมอหยุดทั้งๆที่ตัวนางก็อยาก อะฮืออออ สงสารคุณหมอมาก นายเอกใจร้ายมากกกกก กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแล้วเชียว อะฮือออออออ ‪#‎ลุ้นตัวโก่ง‬ ‪#‎ถือป้ายไฟเชียร์คุณหมอ‬

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง :
ฝนชอบประเด็นที่ซ่อนอยู่ในเรื่องมากค่ะ
เรื่องของคนรอบข้างที่ไม่รังเกียจคนที่มีความผิดปรกติในด้านนี้
ทั้งท่านประธานและเพื่อนร่วมงานของนายเอก ทั้งคู่ไม่รังเกียจ พวกเขาเข้าใจและอยู่ร่วมกันได้
มีครั้งหนึ่ง นายเอกลืมสมุดบันทึกไว้ ท่านประธานก็ใช้ทิชชูจับสมุดบันทึกของนายเอกแล้วก็เอาไปคืนให้ พร้อมกับบอกว่า เขาไม่ได้จับตรงๆแน่นอน
เพื่อนของนายเอกเหมือนกัน เขารู้ว่านายเอกไม่ชอบให้คนมาโดนตัว ไม่ชอบอยู่ใกล้ๆ เวลาคุยกันหรือยังเอิญเจอกัน เขาก็จะรักษาระยะห่างในระยะที่สังเกตุแล้วว่านายเอกโอเคระหว่างที่ยืนคุยกันเสมอ
ฝนชอบอ่ะ เขาเขียนให้แง่ของคนที่เข้าใจและคนที่ไม่เข้าใจได้โอเคเลย ถือว่านายเอกไม่น่าสงสารเกินไป เพราะยังมีคนที่เขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้

น้ำฝนเมาส์ :
เป็นการ์ตูนที่ฝนไม่สามารถถือไปอ่านนอกบ้านแบบครบเล่มได้!
ดูจากปกซิค่ะ ดูปก เล่มสามนี่ไม่เท่าไร หนึ่งกับสองนี่ชวนน้ำลายหกมาก ‪#‎หื่น‬ ฝนต้องถอดปกนอกออกแล้วค่อยหยิบใส่กระเป๋าไปอ่านที่ออฟฟิศ อ่านบนรถก็ไม่ได้ด้วยนะ! เล่มแรกไม่เท่าไร ‪#‎ใสใสวัยรุ่นชอบ‬ เล่มสอง เล่มสาม นี่มาขั้นกว่า หน้าแดง มือสั่น เขินไปอ่านไปเลยทีเดียว (อะไรจะขนาดนั้นค่ะคุณหมอ!!!!)
ฝนถึงได้บอกว่า ไม่เหมาะกับคนเพิ่งหัดวายจริงๆ ห่างหายจะอ่านแบบนี้มาหลายปี พอกลับมาอ่านใหม่ก็เหมือนเด็กสาวใสใสกำลังใจแตกเลย ‪#‎เดี๋ยว‬

PS.
→ นายเอกอายุ 31 พระเอกอายุ 26 นี่มันการ์ตูนล่อลวงคนแก่ชัดๆ!!
→ ผ.อ. คลีนิกเป็นสาววายแน่นอน! ฝนรู้ ฝนสัมผัสได้!!!! ‪#‎ขำ‬
→ ชอบปกการ์ตูนมากเลย ฝนเพิ่งเคยซื้อของค่ายนี้ ลูบปกแล้วชอบ (สาบานว่าไม่เกี่ยวกับภาพปกแต่อย่างใด!) เนื้อกระดาษก็ชอบค่ะ อ่านแล้วสบายตาดี
→ ไปแอบอ่านสปอยเล่ม 4 มาแล้ว แต่รอเล่มไทยออกแล้วจะมาเม้าส์ใหม่แล้วกัน


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3


Date:
Posted in การ์ตูน แปล, ห้องสมุด: Yaoi

In These Words : Guilt|Pleasure

ชื่อหนังสือ : In These Words
ผู้แต่ง : Guilt|Pleasure, TogaQ
ผู้แปล : hongsamut
สำนักพิมพ์ : ห้องสมุด
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (กรกฎาคม 2558)

รายละเอียด :
#1
อาซาโนะ คัทซึยะ คุณหมอผู้จบจิตวิทยาจากอเมริกา ได้รับคัดเลือกจากกรมตำรวจโตเกียวให้ทำรายงานสรุปคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนับสิบราย
ทางกรมตำรวจมีการวางแผนล่อตัวฆาตกรให้เผยตัวโดยใช้ผลประมวลข้อมูลและกลยุทธ์ของอาซาโนะเป็นหลัก
แล้วแผนการก็ประสบผลสำเร็จ
เพราะก่อกรรมทำเข็ญถึงสามปี มีคนตกเป็นเหยื่อถึงสิบสองคน ทำให้ชิโนะฮาระ เคนจิ ถูกจับได้ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมให้คำมั่นจะสารภาพทุกอย่าง แต่จะสารภาพกับคุณหมออาซาโนะคนเดียวเท่านั้น
ข้อเรียกร้องของฆาตกรทำให้อาซาโนะเกิดความสงสัย นากจากนั้น ฝันร้ายที่น่าหวาดหวั่นก็ตามหลอกหลอนเขาตั้งแต่เริ่มรับทำคดีนี้!

#2
อาซาโนะ คัทซึยะ เข้าใจความหมายของฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดวนกลับมา…ณ จุดเริ่มต้น
ในที่สุดคัทซึยะก็รู้ว่าชิโนะฮาระ เคนจิเป็นใคร และรู้ถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในความฝันของตน
คำตอบบางข้อปรากฏเด่นชัด แต่คำถามอีกมากมายก็ตามติดมาด้วย
In These Words เล่มนี้จะพาคุณย้อนเวลากลับไปในอดีต… ณ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่าง


บันทึกหลังการอ่าน…

สูดน้ำลาย เอ๊ย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกรี๊ดค่ะ!!

สารภาพเลยว่า ฝนไม่เคยรู้จักเรื่องนี้มาก่อนเลย เพราะห่างหายแนวทางสายวายตั้งแต่เริ่มเรียน ป.โท แล้วววววว ไม่ได้อ่านทั้งการ์ตูน นิ(ยาย)วาย และแฟนฟิคเลย (ไม่นับที่เพื่อนแต่งมาให้ลองชิมนะ) พอเริ่มมีเวลา และสำนักพิมพ์ห้องสมุดมาแว๊บๆข่าวบอก ก็อยากรู้ซิ เรื่องนี้ดังขนาดที่ห้องสมุดจะทำเลยเหรอ? หาข่าวไปเรื่อยๆ ก็รู้ว่าดังมากกกกกกกกกกกกก (ฉันไปอยู่ส่วนไหนของดลกมาถึงไม่รู้!!!) แล้วแบบว่า #แพ้หมอ ไง ตัวเอกเป็นหมอ แถมเป็นจิตแพทย์ด้วยนะ น้ำฝนไม่พลาดค่ะ น้ำฝนต้องได้ น้ำฝนจะเอา!!!!

จิ้มสั่งแบบไม่ปรึกษาตู้หนังสือในห้องป๊ะเลยยยยยย (หัวเราะ)

พอได้มา ก็อ่านวันนั้น จบคืนนั้นเลยนะ (เที่ยงคืน ตื่นเช้าไปทำงานด้วยอาการปวดหัวหนักจากการนอนน้อย ฮาา)

รู้สึกถูกใจมากกกกกกกกกกกกก
ไม่ใช่เพราะฉาก 18+ นะ แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ถูกจริตสุดๆ มีอะไรๆที่มากกว่าการพบกัน ได้กัน โกรธกัน แล้วจบ มันมีเยอะกว่านั้น ชอบอ่ะ ชอบมากกกก ปริศนาที่ทิ้งไว้ให้ลุ้นและให้คิดตลอด ตอนแรกฝนอ่านไปก็ไหลตามตัวละครไป สงสัยว่าทำไมฆาตรกรถึงต้องเรียกร้องหาคุณหมอ อ่านไปซักพักก็ ฮึยยย โหดดดดดดแท้ จบตอนที่เล่ม 2 ร้อง “คุณหลอกดาว” ดังลั่นห้องงงง ถึงขั้นกรีดกำแพงร้ำร้องหาเล่ม 3 เลยทีเดียว

ตอนพิเศษก็มุ้งมิ้งน่ารักดี แบบว่า แบบว่า ชอบบบบบบบบ คุณหมออออออออ #เพ้อ

PS.
→ ยังไม่จบนะจ๊ะ รอไปซิปีหน้า ฮาาาาา ค้างคามาก บอกเลย
→ เล่าเรื่องไม่ถูก กลัวสปอยหนักมาก อัพนี้มีแต่ความฟินอย่างเดียว ฮาาา


More :
Goodreads : #1 | #2


Date: July 19, 2015