Posted in นิ(ยาย)วายไทย, Nabu Pub.

นิทานพันดาว : Bacteria



ชื่อหนังสือ : นิทานพันดาว
ผู้แต่ง : Bacteria
สำนักพิมพ์ : Nabu Publishing
ISBN : 978-616-7936-20-8
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มีนาคม 2559)
จำนวนหน้า : 381 หน้า

หลังปก :
หากร้อยพันคำอธิษฐานที่ล่องลอยระยิบระยับในหมู่ดาว
…จะเป็นจริงสักครั้ง
ฉันก็ขอภาวนาแค่ได้อยู่เคียงข้าง ‘เขา’ คนนั้นตลอดไป
เพราะประโยคสุดท้ายในไดอารีสีหวานทำให้ ‘เธียร’ ตัดสินใจเดินทางไปเป็นครูอาสาบนดอยเพื่อทำตามคำขอสุดท้ายของ ‘เธอ’ ให้เป็นจริง ในโลกที่ไม่รู้จัก… เขาได้เรียนรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง และการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน รวมถึงการได้เจอกับ ‘ร้อยเอกภูผา’
ความใกล้ชิดก่อเกิดสายใยผูกพันท่ามกลางขุนเขาที่งดงามสุดเขตชายแดนประเทศ หัวใจ ของเธียรอัดแน่นไปด้วยความทรงจำที่มีต่อนายทหารร่างยักษ์จนเริ่มสับสนว่าความรู้สึกดีๆ เหล่านี้เป็นของเขาหรือของ ‘ใคร’ กันแน่?
ความรักที่มีกาลเวลาเป็นเครื่องทดสอบช่างยากที่จะก้าวผ่าน หรือพวกเขาต้องอ้อนวอนต่อร้อยพันดวงดาวบนฟากฟ้าเพื่อให้คำสัญญาเพียงหนึ่งเดียวนี้เป็นจริง


บันทึกหลังการอ่าน…

น้ำฝนไม่ค่อยอ่านนิยายวายสายไทยเท่าไร เพราะหาที่ถูกจริตยาก (เป็นคนเรื่องมากและเลือกยาก) คนที่เขียนถูกจริตก็นานๆออกที ไม่ก็ออกหนังสือแนวที่ไม่อ่าน แต่นักเขียนท่านนี้ออกผลงานมาเยอะและมักเห็นตามชั้นหนังสือบ่อยๆ เห็นจนเหมือนมีแรงดึงดูดคอยเรียก “หญิงควรลอง หญิงควรลอง หญิงควรลอง” เสมอ #มโนไปเอง น้ำฝนก็ชอบลองของใหม่ไง ถ้าเราไม่ลองอ่านเราจะรู้เหรอว่าถูกจริตเราไหม แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที เพราะความอยากลองเนี่ยแหละ ทำเอาเจ็บมาเยอะ หลังๆสงบจิตสงบใจ ไม่ชักพาตัวเองไปลองอะไรแล้ว

แต่ทำไมได้ลองอ่านเรื่องนี้?
บอกตรงๆว่าใช้ความสาว(?) #ผิด เอาใหม่ ใช้ความวอแวเต๊าะ(ตื้อ)คนอื่นมา…

เรื่องนี้น้ำฝนไปวอแวมาจากพี่หญิงบ้านชะนีรีวิว นี่ก็อยากลองไง แล้วก็เม้าท์มอยกัน หลังจากเจอประโยคว่าเป็นนิยายวายสายนวลที่ดีต่อใจ น้ำฝนผู้ซึ่งอยู่ในอารมณ์อยากอ่านนิยายวายไทยๆก็ไปวอแวว่าอยากอ่าน พี่เขาก็เลยขนมาให้หยิบยืม #ยกมือไหว้พร้อมถอนสายบัวงามๆ แล้วหลังจากหยิบยืมมานานหลายวัน(ร่วมเดือน) #สำนึกผิดเบาเบา ก็ได้อารมณ์อยากอ่านพอดีเพราะหงุดหงิดจากนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปก่อนหน้า (ซึ่งขอทำใจก่อนแล้วจะเขียนรีวิวเรื่องนั้น) อยากหาอะไรที่ดีต่อใจมาอ่าน หันไปมองผู้กองบนหน้าปกพอดี ก็จัดค่ะ จัดมาอ่านเลยทันที

ผลคือ… เธออออออออ นางดีต่อใจจริงๆ!!

เรื่องนี้นักเขียนเครมไว้ว่าเป็นนิยายตระหนักรู้(?) ซึ่งน้ำฝนก็มโนไปว่าน่าจะหมายถึงมีความสาระไม่ใช่มีแต่เรื่องรัก ซึ่งยอมรับว่าจริง เนื้อหาหลักๆอยู่ที่โครงการในพระราชดำริให้คนอ่านได้ตระหนักรู้ แน่นอนน้ำฝนเป็นสาวน้อยที่ค่อนข้างจะอ่อนไหวง่าย อ่านไปใจก็กระตุกไป น้ำตาก็ซึมเป็นพักๆ (คิดว่าทุกคนน่าจะรู้สาเหตุเนอะ)

แล้วตระหนักรู้ยังไงและเรื่องอะไร
ป่ะ เรามาเม้าท์กัน!

เรื่องนี้เป็นเรื่องของเธียร นายเอกผู้ซึ่งเกิดมาอยู่บนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรแค่เอ่ยปากก็ได้มา อยากซื้ออะไรก็ซื้อแบบโนสนโนแคร์ว่าเงินจะหมด เป็นแก้วตาดวงใจของคนเป็นแม่ ถ้ามองจากสายตาคนภายนอก น้องเธียรไม่ได้ขาดอะไร แถมยังเป็นเด็กที่ใครๆก็ต่างอิจฉา แน่นอน ชีวิตไม่ได้เรียบหรูดูแพงอย่างเดียว น้องเจอเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่เรียกได้ว่าทำให้ชีวิตของตัวเองเปลี่ยน

น้องมีปัญหาที่หัวใจ…. (หัวใจทางกายภาพนะเธอ อย่าเพิ่งคิดไปไหนไกล)

หัวใจของน้องต้องได้รับการเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน แต่ก็นะ ตามภาษาคนป่วย ที่พอรู้ว่าตัวเองป่วยก็ยังคงมีความหวังว่าตัวเองจะต้องหาย แต่เมื่อหวังไปจนรู้สึกเหมือนว่าความหวังนั้นช่างไกลเหลือเกิน ไกลจนไม่รู้จะหวังไปเพื่ออะไร ความหวังจะถูกเปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกอื่น
และน้องเปลี่ยนความหวังนั้นเป็นความรู้สึกด้านลบ ลบแบบกู่ไม่กลับด้วย
ความไม่อยากอยู่ ความเบื่อโลก ความขวางโลก น้องจัดเต็ม! เหล้าก็ดื่ม สตรีก็ควง แข่งรถก็ไป เถื่อนได้อย่างที่เด็กวัยรุ่นเถื่อนกัน #คนอ่านสยองแทน หนูใช้ร่างกายเปลื้องไปไหมลูกกกก

ตรงนี้อ่านแล้วอินมาก คือเข้าใจน้องเลย #ผ่านจุดนั้นมาแล้ว แต่ตอนน้ำฝนหมดหวังก็ไม่เถื่อนนะ แต่ละคนแสดงออกต่างกัน นี่จะมาแนวงอแงดื้อเงียบมากกว่า…

เข้าเรื่องต่อ
ความที่น้องจัดเต็มก็ถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหว ก็ต้องล้มไปตามระเบียบ ประจวบเหมาะกับที่เจอหัวใจที่เข้ากับน้องพอดี ก็ตามพล็อตของนิยายเปลี่ยนถ่ายหัวใจค่ะ
พอเปลี่ยนปุ๊บ ทุกคนก็ต้องอยากรู้ว่าเจ้าของหัวใจเป็นใคร น้องเธียรเองก็เช่นกัน ถึงไม่มีใครบอก น้องก็จัดหาเองได้ ทั้งที่สืบรู้ด้วยความบังเอิญ กับขวนขวายหามาเอง

แล้วด้วยความติดอกติดใจ หรืออะไรก็ตามแต่ หลังจากที่รู้ว่าเจ้าของหัวใจเป็นใคร โลกของน้องก็เปิดกว้างขึ้น เพราะเรื่องราวของเจ้าของหัวใจนี้ เป็นอีกโลกหนึ่ง อีกมุมมองหนึ่งที่น้องไม่เคยรู้ ไม่เคยสัมผัส แล้วก็ไม่เคยคิดว่ามีอยู่จริง

โลกของคนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่น
โลกของคนที่ใช้ชีวิตส่วนหนึ่งด้วยการเป็นครูอาสาสอนเด็กที่ด้อยโอกาส

และด้วยความอยากรู้ อยากสัมผัส บวกกับความอยากเอาชนะ ทำให้น้องเธียรแบกเป้พร้อมกับพกความมั่นใจ เดินตามรอยของเจ้าของหัวใจ ไปเป็นครูอาสาจนไปพบกับพระเอกของน้ำฝน #ผิด พระเอกของเรื่องค่ะ!

ผู้กองภูผา #กรี๊ดดดดดดดดดดดด

ผู้กองภูผารักษาการอยู่ที่ชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย ชายหนุ่มผู้คิดว่าตัวเองจะครองชีวิตโสดอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ก็ต้องมาตกหลุมน้องเธียรเข้า #หญิงมั่นใจผู้กองตกหลุมก่อนแน่นวลลล

จากตอนแรกที่คิดว่าเด็กคนนี้ไม่น่าจะอยู่ครบเทอม แต่ก็ต้องอึ้งในความถึก ทน เถื่อนของน้องเธียร
เถื่อนขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่าจะไปต่อยกับผู้มีอิทธิพลแถวนั้น แล้วยังจะไปวิ่งตามจับคนร้ายในป่าอีก #ทำอะไรขัดแย้งกับรูปร่างหน้าตามากเลยหนู

เรื่องราวเลิฟๆของคนทั้งคู่ เกิดขึ้นอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป ตามเหตุการณ์และวันเวลาที่ใช้ร่วมกัน
คู่นี้เขาไม่มาบอกรักกันตรงๆให้คนอ่านเห็นความหวานนะ แต่มาแบบมองตารู้ใจ ถ้าใช่ ก็เลิฟเลยไรงี้ (งงไหม ถ้างงไปหาอ่านเอาเอง!)
มีเลิฟก็ต้องมีดราม่า ตามภาษารักต่างฐานะ น้องเธียรเป็นลูกชายคนมีเงินไง ส่วนผู้กองอยู่ชายแดน จะเรียกว่าดอกฟ้ากับหมาวัดก็เกรงใจผู้กอง เลยขอเรียกว่า พี่รักน้องแต่อยากให้น้องเจอคนที่ดีกว่าพี่ พี่ขอกล้ำกลืนฝือใจทนความเจ็บอยู่ตรงนี้ พี่ไม่เป็นไรรรรรร
ก็นั้นแหละ ฉากดราม่าจึงบวกความหงุดหงิดใจของน้ำฝนไปด้วย

ฮัลโหลลลล พี่จะยึกยักเพื่ออัลไล น้องเธียรทรมานใจจะแย่แล้วนะ อย่ามายึกยักเล่นตัวเยอะ คนอ่านเครียด!
คือลุ้นจริง ดราม่าจริง อึดอัดจริง คิดดู๊ววว ดราม่าเรื่องต้องแยกตัวกลับบ้านก็ว่าหนักแล้ว ยังมีเรื่องที่คิดว่าน้องไม่ได้รักจริงๆอีก ยังไม่รวม ตัวคนพี่(ผู้กองนั้นแหละ)ผลักไส้ไล่ส่งกันขนาดนั้น แต่ตัวเองก็น้ำตาตกในเองคนเดียวเงียบๆ เธอเอ๊ย อยากจะเอามือตีกล้ามผู้กองแขนแรงๆสักสามสี่ที หงุดหงิด!
เป็นความหงุดหงิดแกมหยอกของคนอ่านนะเธอ ไม่ใช่หงุดหงิดแบบอารมณ์เสีย #บอกก่อนเดี๋ยวตีความไปแบบผิดๆ

กว่าจะลงเอยกันได้ ลุ้นจนผ้าห่มจะขาด! แต่น้องจะแตกเพราะเสียงกรี๊ดแทน
อะไรคือน้องอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวพี่พยายามปีนขึ้นไปหา(แบบเงียบๆ)เอง และอะไรคือไม่เคยโทรหากันเลยแต่พอโทรหาก็บอกแค่คิดถึงคำเดียว อะไรคือการยกดาวบนไหล่ให้อธิษฐาน
เธออออออออออ หญิงอยากได้แบบนี้ หาผู้ชายแบบนี้ได้อีกที่ไหนนนนนน เจา!!!! #ฟินเบอร์ไหนถามใจดู ฮืออออ ดีต่อใจจริงจัง #ความอยากได้ก็จริงจังนะ #บอกตรง

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีฉากเรทนะ เพราะมาแนวรักใสๆ ผู้กองไม่กล้าแตะต้อง มีจับมือ โอบกอดบ้างให้พอสะกิดใจ
ที่ไหนได้ ผู้กองรอน้องเรียนจบต่างหาก! พี่ท่านเสิร์ฟตอนจบเรื่องแบบจัดเต็มเลยทีเดียว ถถถถ

แต่เดี๋ยวๆๆ พามานั่งนึกดู ฉากให้ดาวก็ชวนเขินนะเธออออ
เก๊าชอบบบบ

พอๆๆ เรื่องรักผ่านไป มาหาความตระหนักรู้กันดีกว่า

อย่างที่บอกๆไปแล้วตอนต้น น้องเธียรนางไปเป็น “ครูอาสา”
พอได้อ่านก็เข้าใจในความยากลำบากและความเสียสละของกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่ใช่แค่น้องเธียรที่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของการไปเป็นครูอาสา คนอ่านอย่างน้ำฝนก็พอซึมซับตรงจุดนี้ไปด้วย ทั้งความเสียสละ ความลำบากของทั้งครูและนักเรียน และชาวบ้านโดยรอบ

ยังมีเรื่อง “ทุนเด็กด้อยโอกาสจากพ่อหลวง” ซึ่งตรงนี้น้ำฝนเพิ่งรู้ว่ามี ไม่เชิงว่าเพิ่งรู้ คือก็รู้ว่ามีทุนพระราชทาน แต่ไม่คิดว่าจะมีในพื้นที่แถวๆชายแดน เพราะตั้งแต่เด็กจนโต นี่ก็โตในเมือง ก็เข้าใจว่าคนที่ได้ทุนก็มีแต่คนที่อยู่ในโรงเรียนดังๆ แล้วก็ทำให้รู้ว่า กลุ่มคนที่ได้ทุน มักจะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านของตัวเองต่อ เป็นทั้งล่ามให้กับคนในหมู่บ้านเวลาติดต่อกับคนในเมือง เป็นคนส่งต่อความรู้ และเป็นอะไรหลายๆอย่าง

มีเรื่อง “โครงการฝนหลวง” ที่ทุกคนรู้จักกัน แต่เราก็แค่รู้จักกันในตำรา ในหนังสือ และในสื่อต่างๆ แต่คนที่รู้จักและรู้ซึ้งจริงๆถึงโครงการฝนเหลวง คือคนที่ไม่ได้อ่านแต่ตำรา แต่ได้สัมผัสจากประสบการณ์ในชีวิตจริง

สุดท้าย “โครงการที่ทำให้ชาวดอยเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นปลูกกัญชามาปลูกชา” ซึ่งน้ำฝนไม่แน่ใจว่าชื่อเรียกจริงๆ คืออะไร โครงการนี้ก็พอรู้ข้อมูลข่าวสารมาจากหนังสืออีกเช่นกันว่ามีนะ

ทั้งหมดนี้ นักเขียนถ่ายทอดและแทรกเข้าไปได้อย่างลงตัว ทำให้ตอนอ่านเรานึกภาพตามได้ไม่ยาก และตระหนักรู้มากขึ้นด้วยจริงๆ
น้ำฝนชอบนะ คือชอบจริงๆ ยิ่งอ่านในช่วงเวลาแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกอินมากขึ้น จนตอนนี้ ตอนพิมพ์บันทึกหลังอ่านอยู่นี้ก็น้ำตาคลอด้วยความคิดถึง T^T (ตอนอ่านก็ไม่รอด ร้องซิจะเหลืออะไร) ไม่ใช่แค่อ่านแล้วอินเบาๆนะ นี่อินหนัก ช่วงฉากไฟไหม้ (เพิ่งผ่านมรสุมนั้นมาเหมือนกัน) จากตอนแรกก็น้ำตาไหลแบบสวยๆ เจอฉากไฟไหม้ปุ๊บ น้ำตาแตกเลยค่ะ แง๊

แต่ด้วยเพราะสอดแทรกเรื่องความตระหนักรู้มากไปหรือว่าน้ำฝนไม่ได้แตะงานสายวายมานาน เลยทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้ขาดอะไรไปสักอย่าง แต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร เดี๋ยวหาเวลาอ่านใหม่อีกสักรอบสองรอบน่าจะตอบได้ว่าที่ขาดไปคืออะไร

โดยรวมแล้ว คือชอบ คืองานดี อ่านช่วงนี้ยิ่งอิน #งานดีที่ต้องบอกต่อ
ไปหามาอ่านซะ!!!

PS.
→ น้ำฝนกำลังตกหลุมรักนักเขียนคนนี้แล้วล่ะ! ซึ่งมาตุนไว้แล้วในพี่เมพ เก๊าจะหาเรื่องอื่นมาอ่านต่อ เก๊าชอบบบบบ
→ ความพี่หมอฝั่งน้องเธียรคือดีแต่บทน้อย หญิงเสียใจ หญิงรักเขา หญิงอยากให้เขาเป็นพระเอกบ้าง จะมีไหม? จะได้ไหม? อยากให้มีจัง


More :
Goodreads


Posted in การ์ตูน แปล, Elfy

วัยรุ่นวุ่นเกินพิกัด : Miyuki Abe



ชื่อหนังสือ : 困った時には星に聞け! – Ask the Stars for Help! – วัยรุ่นวุ่นเกินพิกัด (12 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : 美幸あべ – Miyuki Abe
สำนักพิมพ์ : Elfy
จำนวนหน้า : 3,977 หน้า (12 เล่ม)


บันทึกหลังการอ่าน…

ก่อนเม้าส์นิยาย ขอเม้าส์ส่วนตัวนิดนึง
หลังจากเก็บตัวทำนู้นนี่นั้นมาหลายเดือนก็กลับมาเขียนเม้าส์หนังสืออีกครั้งแล้ววว #เอาความจริง!!!!
สารภาพก็ได้…
หลังจากเจอเรื่องสะเทือนใจส่วนตัวเมื่อหลายเดือนก่อน พอทำใจอยากอ่านหนังสืออีกครั้งก็เจอมรสุมงานกองทับตัว ทำให้ได้แค่อ่านแต่รีวิวไม่ได้เพราะติดงาน #ร้องห้ายยยย แล้วเมื่อต้นเดือนก็เจอเรื่องส่วนตัวที่พาเอาเครียดไปสามสี่วัน พออารมณ์กลับมาได้ก็เจอ

เรื่องที่ทำให้สะเทือนใจคนทั้งแผ่นดิน…
หญิงไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยังไงดี พยายามหาที่พักใจพักความคิดจากเรื่องต่างๆรอบตัว ว่ากันง่ายๆ หาทางหนีความจริงจากงานที่เร่งด้วยเครียดด้วยแล้วก็อารมณ์ที่ไม่คงที่ ปกติเวลาอยู่ในช่วงสถานการณ์แบบคล้ายๆกันนี้ หญิงจะหนีความจริงไปอยู่ใน

โลกของตัวหนังสือ แต่…พอหยิบหนังสือเรื่องนั้นก็ไม่สนุก เรื่องนี้ก็ไม่โดน ที่อยากอ่านกลับได้แค่หยิบ ลูบปกแล้วก็วางลง
จนตัวเองเริ่มจะทนไม่ไหว #ฉันจะทำยังไงดี๊
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอหนีตัวเองไปในโลกการ์ตูนวายเลยแล้วกัน!
หนีให้สุดๆไปเล๊ยยยยย

ตรงจังหวะที่เมื่อต้นเดือนบังเอิญรู้ข่าวว่าการ์ตูนของอาจารย์อาเบะเรื่องนี้ในฉบับแปลไทยรีปริ้นต์แล้ว! #กรี๊ดดังลั่นห้าง เธออออ หญิงรอเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว
แฝดฝ้ายหอบหิ้วการ์ตูนที่ทั้งหนาและหนัก 12 เล่มจบให้อ่านตอนสมัยเรียน ป.ตรี พออ่านแล้วก็ติด พอติดแล้วก็อยากได้ แต่ตอนที่อยากได้คือไม่มีแล้ว #ครายยยยยย
มือสองราคาก็สูงจนไม่สู้ สู้ไม่ไหวจริงๆ ตอนนั้นหญิงเป็นเพียงนักศึกษาใสใสตัวน้อยๆที่ยังไม่มีรายได้ จะมาเสียค่าหนังสือที่มากกว่าราคาปกสามถึงห้าเท่าเพื่ออัลไล ตอนนี้แก่แล้วไง งานก็มีทำ อารมณ์ก็อินดี้เต็มขั้น ประจวบเหมาะกับที่เขาประกาศวางขายฉบับรี

ปริ้นต์พอดี จัดไปซิค่ะ จะเหลืออะไรรรร 12 เล่มสวยๆ ก่อนงานหนังสือมาพอดีเลย….

แล้วช่วงอยากหนีความจริง ต้องการอะไรบางอย่างมาเยี่ยวยาจิตใจเล็กๆน้อยๆบ้าง ก็หยิบขึ้นมาอ่านทวนความจำและเยียวยาจิตใจ
เธออออ ดีงามงานอาเบะเซนเซย์มากเลยเจ้าค่ะ! #น้ำตาไหล อ่านรอบสองก็ยังรู้สึกดีงามมมมมม
จำได้เลยว่า ตอนที่อ่านงานของอาจารย์อาเบะครั้งแรกนั้น เป็นการชิมผลงานแบบลองดู เพราะแฝดฝ้ายแนะนำมาว่างานดี งานที่คู่ควรแก่การอ่าน
ชิมปุ๊บ รู้ปั๊บ …ถ้ามีแปลไทยเรื่องอื่นอีกหญิงต้องได้มา!!!!
แล้วก็ได้มาจริงๆนะ #หัวเราะแห้ง สะสมเกือบครบหมดแล้ววววววว

นอกเรื่องไปไกล มาเล่าหนังสือกันดีกว่า

เปิดเรื่องมาก็เจอโควตจากหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยเลยทีเดียว
​[[ สุนัขจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อยว่า “หากไม่ใช้ใจมองสรรพสิ่ง ก็จะไม่มีวันเห็นถึงแก่นแท้ของสิ่งนั้น” ]]
ซึ่งมองจากภาพรวมแล้ว ประโยคนี้บอกเล่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จริงๆ

เดี๋ยวๆๆ เกือบลืมบอกไป
เรื่องนี้เป็นการ์ตูนวายนะเจ้าค่ะ แต่… สาวสายนอร์มอลอย่างหญิง(?) สามารถอ่านได้ เพราะไม่มีฉากร่วมรักให้เห็น วายใสใสวัยเรียนไฮสคูลลลลลล เหมือนอ่านการ์ตูนตาหวาน(?)ปกติเลยยย #จริงๆนะ
ใสใสยังไง ป่ะ เดี๋ยวพาไปรู้กัน
อย่างที่บอก เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มในวัยเรียนที่อยู่ร่วมกัน เรียนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน จนเป็นความผูกพันธ์และเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเราเป็นอะไรกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกชัดเจน แต่บอกได้ว่าอีกฝ่ายคือคนสำคัญ

ตัวเองของเรื่อง คือ โฮซากะ คิโยมิเนะ กับ ฟูจิชิมะ ทาคาระ
จะเรียกว่าพระเอกกับนายเอกก็เรียกได้ไม่เต็มปาก ขอเรียกว่า คิโยมิเนะ (คนตัวโต) กับ ทาคาระ (หนุ่มตัวเล็ก) แล้วกันเนอะ

ทาคาระย้ายมาเรียนโรงเรียนเอกชนเพราะเรื่องทางบ้าน คุณยายเสีย คุณพ่อไปทำงานต่างประเทศแบบนานๆกลับมาสักที แล้วไม่มีใครอยู่บ้านเลย ความรู้สึกคือเขาไม่สามารถอยู่บ้านที่ทำให้ต้องคิดถึงคนในครอบครัวของเขาอีกได้ เพราะบ้านหลังนี้มีความทรงจำ

ของทุกคนอยู่ แต่พอแม่เสีย พ่อไปทำงานต่างประเทศ ตาแท้ๆเสีย จนสุดท้าย ยายเสียไป เลยต้องมาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ และยื่นเรื่องของเข้าพักที่หอพักของโรงเรียน เรื่องราวมากมายกับความสัมพันธ์ต่างๆ เริ่มที่ตรงนี้ เป็นเรื่องราวที่ทำให้จิตใจของทาคาระดีขึ้น

แม้กระทั้งนิสัยลึกๆของทาคาระด้วย

ส่วนคิโยมิเนะ เป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวที่มีชื่อเสียง ถึงจะเป็นทายาทสายรองแต่ก็มีอิทธิพลพอตัว แล้วด้วยเพราะเป็นลูกชายคนเล็กเลยถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ เขาเลยมีความเอาแต่ใจสูงมาก ขี้หวงและติดพี่สาวหนักมากด้วย เรียกว่าติดถึงขั้นว่าเป็นปมในใจ

เลยก็ว่าได้ ใครก็แตะต้องไม่ได้ ตอนแรกเขาก็คิดว่าเขามาเรียนที่โรงเรียนนี้แล้วบังเอิญได้อยู่ห้องคนเดียว อยู่ดีๆก็มีคนที่คนที่จะเรียกว่าเป็นผู้ชายก็เรียกได้ไม่เต็มปากเพราะหน้าสวยมาก แต่จะบอกว่าสาวก็บอกไม่ได้ เพราะพวกเขาทะเลาะเตะต่อยกันแบบนักเลง
ใช่แล้ว คนที่มาเป็นคนร่วมห้องของคิโยมิเนะคือทาคาระ

ทั้งคู่มีบางสิ่งที่เหมือนกัน แต่บางอย่างที่ต่างกัน
จุดที่เหมือนกันคือ ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจเหมือนกัน ทาคาระเป็นลูกคนเดียว ดังนั้นความรักของตา ยาย แม่และพ่อก็จะอยู่ที่ตัวเขาทั้งหมด เป็นคนขี้อ้อนและค่อนข้างจะขี้แย นิสัยส่วนนี้เขาจะเปิดเผยให้กับคนที่เขาไว้ใจเท่านั้น เป็นอีกปมที่อยู่ในใจของทาคาระ

เพราะว่าเขาเก็บความเป็นตัวตนของเขาไว้ตั้งแต่ยายเขาป่วย เขาเชื่อว่า ถ้าเขาเป็นเด็กดี มีเรื่องชกต่อยน้อยลง ยายของเขาจะอยู่กับเขาไปนานๆ
ส่วนคิโยมิเนะ เป็นคนที่ติดการสัมผัส (skinship) และชี้หวงอย่างที่สุด แล้วก็อย่างที่บอกเนอะ เป็นลูกชายคนเล็กที่ถูกตามใจแต่เด็ก แต่เพราะพ่อกับแม่งานยุ่งทั้งคู่ อีกทั้งมีพี่ชายกับพี่สาวที่เป็นพี่ต่างพ่อซึ่งอายุห่างกันเยอะมาก ทำให้เขาโตมากับครอบครัวที่ตาม

ใจทุกอย่าง แต่ขาดความรักที่เป็นการแสดงความรัก พ่อ แม่ และพี่ๆของเขารักเขา แต่เพราะยุ่ง เลยใช้สิ่งอื่นมาแสดงความรัก มีเพียงพี่สาวที่คอยดูแลเขาใกล้ชิดที่สุด เขาเลยคิดแค่เพียงว่า มีแค่พี่สาวก็พอ คนอื่นเขาไม่อยากได้ แต่ก็ใช่ว่าพี่ชายเขาไม่รักนะ คุณพี่

ชายนางมีวิธีแสดงความรักที่ค่อนข้างแปลกไปซะหน่อย รวมไปถึงครอบครัวฝั่งแม่ด้วย เรียกได้ว่าแปลกทั้งตระกูลเลย!
เมื่อคนที่ทั้งเหมือนกันและต่างกัน ต้องมาอยู่ห้องนอนเดียวกัน เรียนก็นั่งติดกัน ตอนแรกก็ตบตีกันเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้าตัวเอง แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด และเกิดแรงดึงดูด(?)บางอย่างที่ทำให้สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่แค่อยู่ด้วย

กันเฉยๆ ต่างฝ่ายก็ต่างดูแลจิตใจซึ่งกันและกันอย่างไม่รู้ตัว
คิโยมิเนะทำให้ทาคาระกลับไปบ้านของตัวเองและนอนหลับอย่างสบายใจได้ ส่วนทาคาระทำให้คิโยมิเนะมีบรรยากาศรอบตัวที่ต่างจากเดิม ดูเป็นมิตรขึ้น (แต่ก่อนนางไม่สนใจใครเลย) ถึงจะทะเลาะกันจนเลือดตกยางออก โดนลักพาตัว โดนจับแต่งสาว เกือบโดน

ฆ่า หรือแม้แต่ทำงานพิเศษที่ทำเอาวงการแฟชันสะเทือน ทุกเหตุการทำให้หญิงอ่านแล้วเข้าใจตัวละครทั้งสองตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และตัวละครก็เข้าใจกันมากขึ้นด้วย
ที่หนักสุดคิอ คิโยมิเนะไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อ แต่ยอมให้ทาคาระเรียก มีครั้งหนึ่งที่ทะเลาะกันเรื่องพ่อของทาคาระกับพี่สาวของคิโยมิเนะ ไม่ได้ทะเลาะต่อยตีกันแบบปกติ แต่เป็นคิโยมิเนะที่ออกอาการหวงพี่สาว จนลืมไปว่าพูดกระทบจิตใจทาคาระ จนทาคาระรู้สึกได้ว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ใช่อย่างที่คิด (ทาคาระมองว่ามิเนะคือที่พักใจของเขา และทำให้เขากลับไปเป็นทาคาระคนเก่าได้ แต่มันไม่แน่นอน) จนไม่ยอมเรียกชื่อ กลับเรียกนามสกุลแทน พ่อคนหวงพี่ก็หงุดหงิด รู้ตัวว่าผิด รู้ตัวว่าพูดไม่ดี และไม่ชอบให้ทาคาระเรียกนามสกุล อยากให้เรียกชื่อ เพราะคนๆนี้คือคนพิเศษ คนที่เขาจัดลำดับไว้เทียบเท่ากับพี่สาว ก็งอแง(แบบแมนๆ)ให้ทาคาระกลับมาเรียกชื่อเหมือนกัน
…หญิงชอบตอนนี้มากกกกกกกกกกก
แล้วก็ก่อนจบเรื่องด้วย ชอบมากๆ เพราะเหตุการณ์นั้น(เหตุการณ์ไหน?!!!) ทำให้มิเนะยอมทาคาระทุกอย่าง ทั้งด้วยความรู้สึกผิด ความเข้าใจ ความอยากเอาใจ และจัดลำดับว่าทาคาระคือคนสำคัญของเขา แบบที่อ้อนอยากทานขนมที่แสนแพงและไกล นางก็ไปซื้อให้! ฮืออออ ชอบบบบบ #วิ่งกลับไปอ่านฉากนั้นอีกรอบบบบ

แต่ก็นะ อยู่ในโหมดการ์ตูนวายก็ต้องมีแฟน service เนอะ
ฉากจูบ ฉากกอดก็มีให้เห็น แต่เป็นจูบแบบที่ต่างจากนิยายหรือการ์ตูนวายเรื่องอื่น ยังไงดีล่ะ จูบเพราะชิมขนม จูบเพราะยอมให้ถ่ายรูป จูบเพราะจะแกล้ง แต่ไม่ใช่จูบเพราะอยากร่วมรัก กอดเพราะจะชั่งน้ำหนัก กอดเพราะคิโยมิเนะนางติด skinship กอดเพราะรั้ง และกอดเพราะจะแหย่ในช่วงเทศกาลของโรงเรียน
เธออออ ดีต่อใจมาก ชอบอะไรแบบนี้ ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก แต่อีกฝ่ายคือคนสำคัญ service เล็กๆ ไม่ต้องเยอะ แค่มีให้ฟิน ให้กรี๊ดก็พออออ

ในเรื่องไม่ได้มีแค่คู่เดียวนะ บรรดาเพื่อนร่วมหอและรุ่นพี่ก็เข้ามาร่วมบรรยากาศ สร้างสีสันในเรื่องด้วย มีหลายคู่ในเลือกลงเรือกันเลยทีเดียว แต่ละคู่ก็จะมี story ร่วมกัน มีดราม่าเล็กๆสร้างความสัมพันธ์ และ service หน่อยๆ สร้างความฟิน แน่นอนว่าอยู่ในขอบเขตของความสัมพันธ์แบบเดิมเลยคือ ไม่มีชื่อเรียก แต่อีกฝ่ายคือคนสำคัญ
แต่หญิงก็มาคิดๆดูนะว่าอาจจะเพราะอยู่ในวัย ม.ปลาย ด้วยหรือเปล่า เลยมาแบบฟินๆ จิกหมอนแบบนี้ ถ้าเนื้อเรื่องมาแนววัยทำงานคงไม่เหลือ #หันมองเรื่องอื่นของอาจารย์ ฮ่าๆๆ

12 เล่มนี้เวลาในแบบเต็มๆก็ 3 ปี กับอีก 1 กว่าๆที่โผล่มาแค่ไม่กี่หน้า ตั้งแต่ช่วงไฮสคูลปีหนึ่ง จนเรียนจบเข้ามหา’ลัย แน่นอนค่ะว่า คิโยมิเนะที่ขี้หวงจะปล่อยให้ทาคาระไปใช้ชีวิตในโลกกว้างคนเดียวเหรอ? #ปล่อยซิเพราะทาคาระจะไปเที่ยว ถถถ พอทาคาระกลับมานางก็งอแงตามภาษาคนแมนๆคุยกัน แล้วพอทาคาระยื่นข้อเสนอว่าจะไปอยู่ด้วยกันเหมือนตอนเรียนเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอพ่อ (พ่อนางจะแต่งงาน) ตอนแรกมิเนะก็โวยวายแล้วสุดท้ายก็ยอมมมมม นางยอมตั้งแต่เจอเหตุการณ์นั้นแล้วววว (เหตุการณ์ไหน?!!!)

สุดท้าย ขอบอกอีกรอบว่า ชอบมากกกก ฮืออออ ดีใจที่ได้มาครอบครองแล้ว และเยี่ยวยาจิตใจของหญิงได้

ในเรื่องมีประโยคที่ชอบหลายประโยคอยู่นะแต่จดมาแค่นี้
– อย่าละเลยเรื่องที่ไม่เข้าใจ แต่ควรละเลยต่อสิ่งที่เราไม่รู้ว่าจะตั้งคำถามอะไรกับมัน (เล่ม 6)
– เพราะรู้ว่าชีวิตช่างสั้น แสงสว่างนั้นก็เลยดูสวยงามหรือเปล่านะ? (เล่ม 10)

ขออีกนิด
ในเรื่องมีสตรีเพศด้วยนะยูววว ไม่ใช่มีแต่แมนๆคุยกัน สาวเล็กสาวน้อยก็มี เพราะวัยเด็กของทาคาระก็สาวๆ น่ารักด้วยยยย สาวใหญ่ก็แอบมีเพราะแต่ก่อนมิเนะนางคบแต่ผู้หญิงแก่กว่า!!!

PS.
→ อ่านรอบสองก็ยังชอบอยู่ ปริ่มใจที่ได้มาครองแล้ว ฮือออออ
→ กลับมาเขียนบันทึกหลังอ่านอีกครั้งก็รู้สึกเขินเหมือนกันนะ แง๊ เป็นการกลับมาที่วายจริงๆ #ทำไมไม่เริ่มที่เรื่องอื่นก่อนนนนนน
→ ใช้เวลาเขียนสี่วันเลยนะ! ไม่ใช่เพราะว่ายาวเลยใช้เวลานาน แต่มีเวลาวันละไม่กี่นาทีเพื่อเขียน ถถถถ


More :
Goodreads


Posted in การ์ตูน แปล, Elfy

บทเพลงสีเทา เล่ม 1-3 : Tokoro Kemeko



ชื่อหนังสือ : 鈍色ムジカ – บทเพลงสีเทา
ผู้แต่ง : 所ケメコ – Tokoro Kemeko
สำนักพิมพ์ : Elfy
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (กุมภาพันธ์ 2559)
จำนวนหน้า : 474 หน้า (156+156+162)

หลังปก :
#1
แค่นายเท่านั้น ที่ฉันไม่อยากให้รุบรู้ความปรารถนานี้…
ยูกิ เพื่อนสนิทที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นนักเชลโล และเดินทางไปเรียนต่อที่อิตาลีได้ขาดการติดต่อไปถึง 10 ปี
แต่แล้ว ทาคุมิที่ทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยได้พบกับยูกิอีกครั้ง ในสถาพที่ถูกทำร้ายจนต้องพันผ้าพันแผลไว้ที่ดวงตาทั้งสองข้าง
ทาคุมะพยายามช่วยเหลือยูกิโดยไม่เปิดเผยเรื่องของตัวเอง
จนได้ล่วงรู้เรื่องที่ว่ายูกิตกหลุมรักตนอย่างลับๆ มาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น…
ท่วงทำนองแห่งความรักที่ซื่อตรงเสมอต้นเสมอปลาย และมิอายเอื้อนเอ่ยไปตลอดกาล
#2
ทาคุมะล่วงรู้ว่ายูกิ เพื่อนสนิทซึ่งเป็นนักเชลโลแอบรักตนมาโดยตลอด
เขาที่ทำงานเป็นผู้ดูแลยูกิ ได้ตอบรับความรู้สึกนั้นไว้
และในตอนนั้นเอง นักไวโอลินที่เคยร่วมวงเดียวกันกับยูกิก็ปรากฏตัวขึ้น
ดูเหมือนว่าเขาจะมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับบาดแผลที่ดวงตาของยูกิ…?
#3
ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงาม ความนิยมในตัวยูกิซึ่งเป้นนักเชลโลจึงพุ่งทะยานจนได้ให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารและได้แสดงดนตรีออกโทรทัศน์
แม้จะได้พบกับทาคุมะน้อยลง ทว่าในใจของเขาก็ “เตรียมพร้อม” ที่จะ…
ในระหว่างนั้นเอง “มิตรภาพ” ระหว่างโนเอลกับยูกิก็กลายเป็นสกู๊ปข่าว!?


บันทึกหลังการอ่าน…

มาแบบเขินๆ
การ์ตูน 3 เล่มนี้ พี่สาวให้มายืมอ่าน (โดยที่น้ำฝนก็ไปเต๊าะมานั้นแหละ) แบบน้ำฝนแพ้หนุ่มเล่นดนตรีเครื่องสายไง เลยอยากอ่าน แฮ่

เป็นเรื่องของยูกิ นักเชลโล่ที่หลงรักเพื่อน แต่เพราะกลัวถูกรังเกลียดก็ค่อยๆ หายหน้าหายตาไป ด้วยระยะทาง ด้วยสายการเรียนและงานที่ทำ ต่างฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนมาวันหนึ่ง ทาคุมะบังเอิญไปเจอยูกิอีกครั้ง!
นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของสองหนุ่มค่ะ

จริงๆอ่านหลังปกก็รู้เรื่องย่อนะ แทบจะบอกหมดแล้ว ฮาาา

ฝนมาเม้าท์ส่วนของฝนดีกว่าเนอะ
คือยูกิคุงเนี่ย กลัวการถูกเกลียดมาก เลยไม่บอกออกไปและพยายามตีตัวห่าง ด้วยตั้งใจว่าเมื่อมีชื่อเสียงจะกลับมาหาทาคุมะอีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยังไม่ทันได้มีชื่อเสียงก็ผิดแผน โดนทำร้ายจนต้องรักษาตัว และมาเจอกันอีกครั้ง ความใกล้ชิดและความในใจของยูกิคุง ทำให้ทาคุมะที่จากแมนๆคุยๆกันอยู่ดีๆ ก็ตกหลุมยูกิคุงจนได้ (ชายเหนือชายจริงๆ… #แซว)
แน่นอนค่ะ งาน Elfy ฉากบนเตียงก็มีให้เห็นในเล่มอยู่่ #ปาดเลือดที่จมูก
ยูกิคุงงงงงงงงงงงง น้องเก็บกดช่ะ?? ถ้านิสัยปรกติกับนิสัยบนเตียงจะต่างกันขนาดนี้ #วิ่งไปหานักเชลโล่เป็นแฟนด่วนเลย #ผิด
แต่เวลาเขาคุยกับ มีปัญหากัน เขาคุยกันดีไม่มีดราม่านะ คือทางยูกิคุงเนี่ย นางเป็นเด็กมีปัญหาตามภาษาพวกบ้านรวย ทำให้เงียบๆ นิ่งๆ และเก็บตัว แต่น้องทาคุมะเป็นเด็กร่าเริง ช่วยเหลือสังคม รักเด็กแฮปปี้กับคนแก่เห็นใจคนป่วยไรงี้ ทำให้เวลามีปัญหาอะไร ทาคุมะคุงจะมองในแง่ดีแล้วค่อยๆแก้ไขเสมอ เลยไม่มีดราม่าเท่าไร รอดูเล่มต่อว่าจะอะไรยังไง
เพราะเหลือปมเรื่องครอบครัวของยูกิคุง ที่ไม่ยอมรับในตัวน้องจนน้องไม่กล้ากลับบ้าน
และปมตกค้างในช่วงที่ยูกิคุงถูกทำร้ายร่างกาย (ไม่แน่ใจว่าจะมีไหม???) เพราะยูกิคุงกำลังจะกลับไปอิตาลี… หรือดราม่าจะอยู่ส่วนนี้?? รออออออออ

PS.
→ นางยังไม่จบ! นี่หลวมตัวอ่านเพราะคิดว่าจบแล้วนะเนี่ย!!
→ เรื่องนี้คู่รองก็น่ารักนะ นักไวโลลินกับผู้จัดการหนุ่มแว่น ดูใสใสดี (ไม่รู้ว่าเล่มต่อจะใสไหม???)


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3


Posted in การ์ตูน แปล, Fu Novels

ฝังจิตฝังใจ (ตอนพิเศษรัชทายาท) : เฟิงน่ง

ชื่อหนังสือ :
太子番外之秋後算賬 – ฝังจิตฝังใจ (ตอนพิเศษรัชทายาท)
ผู้แต่ง : 风弄 – เฟิงน่ง
ผู้แปล : เฟื่อง
สำนักพิมพ์ : Fu Novels
พิมพ์ครั้งที่ : 2 (สิงหาคม 2558)
จำนวนหน้า : 32 หน้า


หนังสือในชุดเดียวกัน :
รัชทายาท
เมื่อหิมะโปรย (ตอนพิเศษรัชทายาท)


บันทึกหลังการอ่าน…

เล่มนี้เป็นการ์ตูนค่ะ
แนว BDSM ที่ชัดเจนมาก ในนิยายเขาก็แบบนี้นะ แต่พอมาเป็นการ์ตูนจะชัดเจนกว่าเดิม เพิ่มเติมคือการสมยอม….

เนื้อเรื่องหลังจากที่จบเล่ม 5 ในเวอร์ชั่นนิยาย
เหตุการณ์ที่พระเอกขึ้นครองราชแล้ว ก็จัดการงานราชการและทุกคนให้อยู่ในกฏระเบียบที่ควรจะเป็น
แต่ก็มีการแง่งอนระหว่างพระเอกกับนายเอกอยู่
พระเอกงอนนายเอก นายเอกเลยทำการง้อแบบที่เรียกเลือดได้เลยทีเดียว

การขัดตาเรื่องภาษาบรรยายที่เกิดในเล่มนิยายไม่มีในเล่มนี้
เป็นการเซอร์วิซนักอ่านย่างแรงกล้า (อ่านไปใจสั่นไป)
อย่างที่บอกไปว่าหายแนวหนักๆแบบนี้มานานแล้ว กลับมาอ่านอีกทีก็ไปไม่เป็น เขินแรงไปอีก ดีที่อ่านที่บ้าน =.,=

PS.
→ อย่าได้ถามถึงเล่ม น้ำฝนปล่อยออกแล้วจ้า (ยิ้มหวาน)
→ อ่านจบตั้งแต่เดือนตุลาปี 2015 ค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้อัพ
→ หญิงเป็นสาวเรื่องมาก ดังนั้นทั้งหมดนี้คือความเห็นส่วนตัวในรสนิยมการอ่านของหญิง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Fu Novels

Posted in นิ(ยาย)วาย แปล, Fu Novels

เมื่อหิมะโปรย (ตอนพิเศษรัชทายาท) : เฟิงน่ง

ชื่อหนังสือ :
太子番外之賞雪 – เมื่อหิมะโปรย (ตอนพิเศษรัชทายาท)
ผู้แต่ง : 风弄 – เฟิงน่ง
ผู้แปล : เฟื่อง
สำนักพิมพ์ : Fu Novels
พิมพ์ครั้งที่ : 2 (สิงหาคม 2558)
จำนวนหน้า : 24 หน้า


หนังสือในชุดเดียวกัน :
รัชทายาท
ฝังจิตฝังใจ (การ์ตูนตอนพิเศษ)


บันทึกหลังการอ่าน…

เป็นตอนสั้นๆในช่วงพี่ใหญ่ (นายเอก) เพิ่งได้ตำแหน่งรัชทายาท ไม่มีอะไรมาก อารมณ์ไม่แตกต่างจากในเล่มหลัก
บอกถึงความชอบของน้องรอง (พระเอก) แล้วก็เหตุการณ์ที่ทำให้น้องรองอิจฉาน้องสามที่เป็นฝาแฝดตัวเอง

แน่นอนว่า ยังคงอ่านแล้วชวนหงุดหงิดเหมือนเดิม
มักจะเจอคำที่อ่านแล้วสะดุดใจตลอด
– “เหมือนกันเปี๊ยบ” ในประโยคพูดที่ข้ารับใช้พูดกับองค์ชาย อ่านแล้วคิดว่ามันไม่ใช่
– “ไม่มีอะไรหรอก/ไม่มีราคาค่างวดอะไรหรอก/ไม่ต้องหรอก” ยังคงมีอยู่ พอๆกับเล่มหลักที่มี “นี่นา” เยอะๆ เจอบ่อยมาก เจอบ่อยจนชวนถอนหายใจ

ฝนลองอ่านแต่ประโยคพูดโดยที่ไม่อ่านคำบรรยาย อ่านแล้วไม่คิดว่าน้องสาม (ฝาแฝดพระเอก) เป็นองค์ชายเลย ร่าเริง ขี้เล่น ไม่จริงจัง ส่วนนี้ฝนเข้าใจ แต่ต้องไม่พูดออกสาวขนาดนี้ก็ได้ (ถอนหายใจยาวๆ)

PS.
→ อย่าได้ถามถึงเล่ม น้ำฝนปล่อยออกแล้วจ้า (ยิ้มหวาน)
→ อ่านจบตั้งแต่เดือนตุลาปี 2015 ค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้อัพ
→ หญิงเป็นสาวเรื่องมาก ดังนั้นทั้งหมดนี้คือความเห็นส่วนตัวในรสนิยมการอ่านของหญิง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Fu Novels