Good Morning Mr. Bad Love อรุณสวัสดิ์รักร้าย : ร เรือในมหาสมุท

ชื่อหนังสือ : Good Morning Mr. Bad Love อรุณสวัสดิ์รักร้าย
ผู้แต่ง : ร เรือในมหาสมุท
สำนักพิมพ์ : EverY
ISBN : 978-616-06-2109-5
จำนวนหน้า : 248 หน้า

รายละเอียด :
เมื่อครั้งหนึ่งได้รักใครสักคน รักจนหัวใจเป็นของเขา
ต่อให้สุดท้ายเลือกที่จะทอดทิ้ง แต่ร่องรอยของความรักนั้นจะยังคงอยู่
…ชัดเจนราวกับสลักลึกในหัวใจ

การพบกันระหว่างสอง ‘จุลเกียรติ’
ทำให้ค่ำคืนที่แสนเรียบง่ายกลายเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน
และตั้งแต่วันนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
จากคนรู้จักแปรเปลี่ยนเป็นคนข้างกาย
ทว่า… แม้จะมีความบังเอิญอันน่าประหลาดผูกพันพวกเขาเอาไว้
ราวกับว่านี่คือรักแท้ที่เกิดมาเพื่อดูแลกันและกัน
แต่ควรจะทำอย่างไร ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่อาจลบเลือน ‘คนในอดีต’ที่ยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวใจ

หรือรักแท้จะเป็นแค่รักร้ายที่ทำให้สุดท้ายต้องกลายเป็นการจากลา


บันทึกหลังอ่าน…

อะแฮ่มๆ
หญิงกลับมาแล้ววววว หลังจากปล่อยบันทึกฯร้างมาเกือบปี (ปิดหน้าเขิน)
กลับมารอบนี้ด้วยนิยายวายไทยที่ได้รับมาจากกิจกรรม Book Blind Date 2018 ของกลุ่มกองดองเธอนั้น อ่านมันเถอะนะ
ตอนเห็นหนังสือ หญิงหลุดขำเลย ไม่คิดว่าคู่เดทจะส่งนิยายวายมาให้ เกินความคาดหมายมากกกกกกกก
แล้วก็หนักใจด้วย
ไม่ใช่ว่าอ่านนิยายวายไม่ได้นะ แต่ติดที่อารมณ์อ่านไม่มี ช่วงนี้หญิงมีภารกิจมากมายวุ่นวายเหลือหลายมาก (เธอจะใช้คำเปลืองไปไหม) ทำให้หาสมาธิและเวลาอ่านหนังสือยาวๆ ยากมากกกกกกก

แต่เธออออออออออออออ
เรื่องนี้คือดีย์~~~~~~~~~~
เปิดมาหน้าแรกด้วยอารมณ์เฉยๆ แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ก็เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนจบเล่มเฉยเลย จบได้ไงก็ไม่รู้ เพลินมากอะไรมาก
ดีย์~~~

เล่าเรื่องก่อนๆ
เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละครเอก (น้องจุล) ที่กำลังนั่งทอด(?)อารมณ์อยู่ในผับแล้วบังเอิญถูกจีบ แค่นั้นไม่พอคนที่มาจีบดันชื่อบังเอิญมีชื่อจริงเหมือนกัน
ความบังเอิญนี้ไม่จบแค่นี้ เพราะต่างฝ่ายต่างบังเอิญถูกใจ บังเอิญคุยกันถูกคอ แล้วก็บังเอิญ(?)ตกลงคบหากัน
เป็นการเริ่มความสัมพันธ์ที่จะบอกว่าแปลก แต่ในความแปลกมีความนวลและความลงตัวอยู่
ต่างฝ่ายต่างมีแผลที่ต้องการการเยียวยา ต้องการการรักษา แล้วอีกฝ่ายก็เยียวยารักษาให้ได้
เหมือนคนที่ต่างฝ่ายต่างมีชีวิตอยู่ไปวันๆ กับแผลทางใจของตัวเอง แล้ววันหนึ่งก็เจอคนที่เข้ามาเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง ทั้งมุมมอง ทั้งแง่คิด ทั้งการใช้ชีวิต จนเกิดความเคยชิน เกิดความผูกพัน และความเคยชินกับความผูกพันของทั้งคู่นั้นดันเยียวยารักษาแผลของกันและกันได้ และทำได้ดี ทำได้อย่างลงตัวด้วย

โอ๊ยยย คือ ดีย์~~~~~
เป็นนิยายที่นวลมาก อ่านเพลินมาก ว่างไม่ลงเลยทีเดียว อ่านจบในวันเดียวด้วยนะเธออออออ
อยากจะเล่า แต่ไม่รู้จะเล่าต่อยังไง แค่รู้ว่าอ่านแล้วมันดีย์~~~
บอกเลยว่า ต้องหามาอ่านนะ พี่เกียรติกับน้องจุลคือดี~~~~~~~~~~

ฮืออออ
ขอบคุณคู่เดทที่ส่งหนังสือดีๆแบบนี้มาให้นะคะ
เป็นหนังสือที่ทำให้อยากกลับมาอ่านหนังสือได้จริงๆ อ่านจบในวันเดียวได้เนี่ยต้องดีขนาดไหนกัลลลล
รักกกกก

PS.
→ หญิงจำได้ หญิงยืมนิยายวายอีกเรื่องของนักเขียนท่านนี้มาจากพี่ชะนีรีวิว หญิงจะหาเวลาอ่านนนนนน หญิงติดใจนักเขียน หญิงชอบบบบบบบ
→ คิดถึงการเม้าท์หนังสือจัง จะหาเวลามาชดใช้หนี้สิน(?) ติดแปะเรื่องไหนจะหาเวลามาแปะนะ แง๊


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


Advertisements

นิทานพันดาว : Bacteria



ชื่อหนังสือ : นิทานพันดาว
ผู้แต่ง : Bacteria
สำนักพิมพ์ : Nabu Publishing
ISBN : 978-616-7936-20-8
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มีนาคม 2559)
จำนวนหน้า : 381 หน้า

หลังปก :
หากร้อยพันคำอธิษฐานที่ล่องลอยระยิบระยับในหมู่ดาว
…จะเป็นจริงสักครั้ง
ฉันก็ขอภาวนาแค่ได้อยู่เคียงข้าง ‘เขา’ คนนั้นตลอดไป
เพราะประโยคสุดท้ายในไดอารีสีหวานทำให้ ‘เธียร’ ตัดสินใจเดินทางไปเป็นครูอาสาบนดอยเพื่อทำตามคำขอสุดท้ายของ ‘เธอ’ ให้เป็นจริง ในโลกที่ไม่รู้จัก… เขาได้เรียนรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง และการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน รวมถึงการได้เจอกับ ‘ร้อยเอกภูผา’
ความใกล้ชิดก่อเกิดสายใยผูกพันท่ามกลางขุนเขาที่งดงามสุดเขตชายแดนประเทศ หัวใจ ของเธียรอัดแน่นไปด้วยความทรงจำที่มีต่อนายทหารร่างยักษ์จนเริ่มสับสนว่าความรู้สึกดีๆ เหล่านี้เป็นของเขาหรือของ ‘ใคร’ กันแน่?
ความรักที่มีกาลเวลาเป็นเครื่องทดสอบช่างยากที่จะก้าวผ่าน หรือพวกเขาต้องอ้อนวอนต่อร้อยพันดวงดาวบนฟากฟ้าเพื่อให้คำสัญญาเพียงหนึ่งเดียวนี้เป็นจริง


บันทึกหลังการอ่าน…

น้ำฝนไม่ค่อยอ่านนิยายวายสายไทยเท่าไร เพราะหาที่ถูกจริตยาก (เป็นคนเรื่องมากและเลือกยาก) คนที่เขียนถูกจริตก็นานๆออกที ไม่ก็ออกหนังสือแนวที่ไม่อ่าน แต่นักเขียนท่านนี้ออกผลงานมาเยอะและมักเห็นตามชั้นหนังสือบ่อยๆ เห็นจนเหมือนมีแรงดึงดูดคอยเรียก “หญิงควรลอง หญิงควรลอง หญิงควรลอง” เสมอ #มโนไปเอง น้ำฝนก็ชอบลองของใหม่ไง ถ้าเราไม่ลองอ่านเราจะรู้เหรอว่าถูกจริตเราไหม แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที เพราะความอยากลองเนี่ยแหละ ทำเอาเจ็บมาเยอะ หลังๆสงบจิตสงบใจ ไม่ชักพาตัวเองไปลองอะไรแล้ว

แต่ทำไมได้ลองอ่านเรื่องนี้?
บอกตรงๆว่าใช้ความสาว(?) #ผิด เอาใหม่ ใช้ความวอแวเต๊าะ(ตื้อ)คนอื่นมา…

เรื่องนี้น้ำฝนไปวอแวมาจากพี่หญิงบ้านชะนีรีวิว นี่ก็อยากลองไง แล้วก็เม้าท์มอยกัน หลังจากเจอประโยคว่าเป็นนิยายวายสายนวลที่ดีต่อใจ น้ำฝนผู้ซึ่งอยู่ในอารมณ์อยากอ่านนิยายวายไทยๆก็ไปวอแวว่าอยากอ่าน พี่เขาก็เลยขนมาให้หยิบยืม #ยกมือไหว้พร้อมถอนสายบัวงามๆ แล้วหลังจากหยิบยืมมานานหลายวัน(ร่วมเดือน) #สำนึกผิดเบาเบา ก็ได้อารมณ์อยากอ่านพอดีเพราะหงุดหงิดจากนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปก่อนหน้า (ซึ่งขอทำใจก่อนแล้วจะเขียนรีวิวเรื่องนั้น) อยากหาอะไรที่ดีต่อใจมาอ่าน หันไปมองผู้กองบนหน้าปกพอดี ก็จัดค่ะ จัดมาอ่านเลยทันที

ผลคือ… เธออออออออ นางดีต่อใจจริงๆ!!

เรื่องนี้นักเขียนเครมไว้ว่าเป็นนิยายตระหนักรู้(?) ซึ่งน้ำฝนก็มโนไปว่าน่าจะหมายถึงมีความสาระไม่ใช่มีแต่เรื่องรัก ซึ่งยอมรับว่าจริง เนื้อหาหลักๆอยู่ที่โครงการในพระราชดำริให้คนอ่านได้ตระหนักรู้ แน่นอนน้ำฝนเป็นสาวน้อยที่ค่อนข้างจะอ่อนไหวง่าย อ่านไปใจก็กระตุกไป น้ำตาก็ซึมเป็นพักๆ (คิดว่าทุกคนน่าจะรู้สาเหตุเนอะ)

แล้วตระหนักรู้ยังไงและเรื่องอะไร
ป่ะ เรามาเม้าท์กัน!

เรื่องนี้เป็นเรื่องของเธียร นายเอกผู้ซึ่งเกิดมาอยู่บนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรแค่เอ่ยปากก็ได้มา อยากซื้ออะไรก็ซื้อแบบโนสนโนแคร์ว่าเงินจะหมด เป็นแก้วตาดวงใจของคนเป็นแม่ ถ้ามองจากสายตาคนภายนอก น้องเธียรไม่ได้ขาดอะไร แถมยังเป็นเด็กที่ใครๆก็ต่างอิจฉา แน่นอน ชีวิตไม่ได้เรียบหรูดูแพงอย่างเดียว น้องเจอเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่เรียกได้ว่าทำให้ชีวิตของตัวเองเปลี่ยน

น้องมีปัญหาที่หัวใจ…. (หัวใจทางกายภาพนะเธอ อย่าเพิ่งคิดไปไหนไกล)

หัวใจของน้องต้องได้รับการเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน แต่ก็นะ ตามภาษาคนป่วย ที่พอรู้ว่าตัวเองป่วยก็ยังคงมีความหวังว่าตัวเองจะต้องหาย แต่เมื่อหวังไปจนรู้สึกเหมือนว่าความหวังนั้นช่างไกลเหลือเกิน ไกลจนไม่รู้จะหวังไปเพื่ออะไร ความหวังจะถูกเปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกอื่น
และน้องเปลี่ยนความหวังนั้นเป็นความรู้สึกด้านลบ ลบแบบกู่ไม่กลับด้วย
ความไม่อยากอยู่ ความเบื่อโลก ความขวางโลก น้องจัดเต็ม! เหล้าก็ดื่ม สตรีก็ควง แข่งรถก็ไป เถื่อนได้อย่างที่เด็กวัยรุ่นเถื่อนกัน #คนอ่านสยองแทน หนูใช้ร่างกายเปลื้องไปไหมลูกกกก

ตรงนี้อ่านแล้วอินมาก คือเข้าใจน้องเลย #ผ่านจุดนั้นมาแล้ว แต่ตอนน้ำฝนหมดหวังก็ไม่เถื่อนนะ แต่ละคนแสดงออกต่างกัน นี่จะมาแนวงอแงดื้อเงียบมากกว่า…

เข้าเรื่องต่อ
ความที่น้องจัดเต็มก็ถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหว ก็ต้องล้มไปตามระเบียบ ประจวบเหมาะกับที่เจอหัวใจที่เข้ากับน้องพอดี ก็ตามพล็อตของนิยายเปลี่ยนถ่ายหัวใจค่ะ
พอเปลี่ยนปุ๊บ ทุกคนก็ต้องอยากรู้ว่าเจ้าของหัวใจเป็นใคร น้องเธียรเองก็เช่นกัน ถึงไม่มีใครบอก น้องก็จัดหาเองได้ ทั้งที่สืบรู้ด้วยความบังเอิญ กับขวนขวายหามาเอง

แล้วด้วยความติดอกติดใจ หรืออะไรก็ตามแต่ หลังจากที่รู้ว่าเจ้าของหัวใจเป็นใคร โลกของน้องก็เปิดกว้างขึ้น เพราะเรื่องราวของเจ้าของหัวใจนี้ เป็นอีกโลกหนึ่ง อีกมุมมองหนึ่งที่น้องไม่เคยรู้ ไม่เคยสัมผัส แล้วก็ไม่เคยคิดว่ามีอยู่จริง

โลกของคนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่น
โลกของคนที่ใช้ชีวิตส่วนหนึ่งด้วยการเป็นครูอาสาสอนเด็กที่ด้อยโอกาส

และด้วยความอยากรู้ อยากสัมผัส บวกกับความอยากเอาชนะ ทำให้น้องเธียรแบกเป้พร้อมกับพกความมั่นใจ เดินตามรอยของเจ้าของหัวใจ ไปเป็นครูอาสาจนไปพบกับพระเอกของน้ำฝน #ผิด พระเอกของเรื่องค่ะ!

ผู้กองภูผา #กรี๊ดดดดดดดดดดดด

ผู้กองภูผารักษาการอยู่ที่ชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย ชายหนุ่มผู้คิดว่าตัวเองจะครองชีวิตโสดอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ก็ต้องมาตกหลุมน้องเธียรเข้า #หญิงมั่นใจผู้กองตกหลุมก่อนแน่นวลลล

จากตอนแรกที่คิดว่าเด็กคนนี้ไม่น่าจะอยู่ครบเทอม แต่ก็ต้องอึ้งในความถึก ทน เถื่อนของน้องเธียร
เถื่อนขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่าจะไปต่อยกับผู้มีอิทธิพลแถวนั้น แล้วยังจะไปวิ่งตามจับคนร้ายในป่าอีก #ทำอะไรขัดแย้งกับรูปร่างหน้าตามากเลยหนู

เรื่องราวเลิฟๆของคนทั้งคู่ เกิดขึ้นอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป ตามเหตุการณ์และวันเวลาที่ใช้ร่วมกัน
คู่นี้เขาไม่มาบอกรักกันตรงๆให้คนอ่านเห็นความหวานนะ แต่มาแบบมองตารู้ใจ ถ้าใช่ ก็เลิฟเลยไรงี้ (งงไหม ถ้างงไปหาอ่านเอาเอง!)
มีเลิฟก็ต้องมีดราม่า ตามภาษารักต่างฐานะ น้องเธียรเป็นลูกชายคนมีเงินไง ส่วนผู้กองอยู่ชายแดน จะเรียกว่าดอกฟ้ากับหมาวัดก็เกรงใจผู้กอง เลยขอเรียกว่า พี่รักน้องแต่อยากให้น้องเจอคนที่ดีกว่าพี่ พี่ขอกล้ำกลืนฝือใจทนความเจ็บอยู่ตรงนี้ พี่ไม่เป็นไรรรรรร
ก็นั้นแหละ ฉากดราม่าจึงบวกความหงุดหงิดใจของน้ำฝนไปด้วย

ฮัลโหลลลล พี่จะยึกยักเพื่ออัลไล น้องเธียรทรมานใจจะแย่แล้วนะ อย่ามายึกยักเล่นตัวเยอะ คนอ่านเครียด!
คือลุ้นจริง ดราม่าจริง อึดอัดจริง คิดดู๊ววว ดราม่าเรื่องต้องแยกตัวกลับบ้านก็ว่าหนักแล้ว ยังมีเรื่องที่คิดว่าน้องไม่ได้รักจริงๆอีก ยังไม่รวม ตัวคนพี่(ผู้กองนั้นแหละ)ผลักไส้ไล่ส่งกันขนาดนั้น แต่ตัวเองก็น้ำตาตกในเองคนเดียวเงียบๆ เธอเอ๊ย อยากจะเอามือตีกล้ามผู้กองแขนแรงๆสักสามสี่ที หงุดหงิด!
เป็นความหงุดหงิดแกมหยอกของคนอ่านนะเธอ ไม่ใช่หงุดหงิดแบบอารมณ์เสีย #บอกก่อนเดี๋ยวตีความไปแบบผิดๆ

กว่าจะลงเอยกันได้ ลุ้นจนผ้าห่มจะขาด! แต่น้องจะแตกเพราะเสียงกรี๊ดแทน
อะไรคือน้องอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวพี่พยายามปีนขึ้นไปหา(แบบเงียบๆ)เอง และอะไรคือไม่เคยโทรหากันเลยแต่พอโทรหาก็บอกแค่คิดถึงคำเดียว อะไรคือการยกดาวบนไหล่ให้อธิษฐาน
เธออออออออออ หญิงอยากได้แบบนี้ หาผู้ชายแบบนี้ได้อีกที่ไหนนนนนน เจา!!!! #ฟินเบอร์ไหนถามใจดู ฮืออออ ดีต่อใจจริงจัง #ความอยากได้ก็จริงจังนะ #บอกตรง

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีฉากเรทนะ เพราะมาแนวรักใสๆ ผู้กองไม่กล้าแตะต้อง มีจับมือ โอบกอดบ้างให้พอสะกิดใจ
ที่ไหนได้ ผู้กองรอน้องเรียนจบต่างหาก! พี่ท่านเสิร์ฟตอนจบเรื่องแบบจัดเต็มเลยทีเดียว ถถถถ

แต่เดี๋ยวๆๆ พามานั่งนึกดู ฉากให้ดาวก็ชวนเขินนะเธออออ
เก๊าชอบบบบ

พอๆๆ เรื่องรักผ่านไป มาหาความตระหนักรู้กันดีกว่า

อย่างที่บอกๆไปแล้วตอนต้น น้องเธียรนางไปเป็น “ครูอาสา”
พอได้อ่านก็เข้าใจในความยากลำบากและความเสียสละของกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่ใช่แค่น้องเธียรที่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของการไปเป็นครูอาสา คนอ่านอย่างน้ำฝนก็พอซึมซับตรงจุดนี้ไปด้วย ทั้งความเสียสละ ความลำบากของทั้งครูและนักเรียน และชาวบ้านโดยรอบ

ยังมีเรื่อง “ทุนเด็กด้อยโอกาสจากพ่อหลวง” ซึ่งตรงนี้น้ำฝนเพิ่งรู้ว่ามี ไม่เชิงว่าเพิ่งรู้ คือก็รู้ว่ามีทุนพระราชทาน แต่ไม่คิดว่าจะมีในพื้นที่แถวๆชายแดน เพราะตั้งแต่เด็กจนโต นี่ก็โตในเมือง ก็เข้าใจว่าคนที่ได้ทุนก็มีแต่คนที่อยู่ในโรงเรียนดังๆ แล้วก็ทำให้รู้ว่า กลุ่มคนที่ได้ทุน มักจะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านของตัวเองต่อ เป็นทั้งล่ามให้กับคนในหมู่บ้านเวลาติดต่อกับคนในเมือง เป็นคนส่งต่อความรู้ และเป็นอะไรหลายๆอย่าง

มีเรื่อง “โครงการฝนหลวง” ที่ทุกคนรู้จักกัน แต่เราก็แค่รู้จักกันในตำรา ในหนังสือ และในสื่อต่างๆ แต่คนที่รู้จักและรู้ซึ้งจริงๆถึงโครงการฝนเหลวง คือคนที่ไม่ได้อ่านแต่ตำรา แต่ได้สัมผัสจากประสบการณ์ในชีวิตจริง

สุดท้าย “โครงการที่ทำให้ชาวดอยเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นปลูกกัญชามาปลูกชา” ซึ่งน้ำฝนไม่แน่ใจว่าชื่อเรียกจริงๆ คืออะไร โครงการนี้ก็พอรู้ข้อมูลข่าวสารมาจากหนังสืออีกเช่นกันว่ามีนะ

ทั้งหมดนี้ นักเขียนถ่ายทอดและแทรกเข้าไปได้อย่างลงตัว ทำให้ตอนอ่านเรานึกภาพตามได้ไม่ยาก และตระหนักรู้มากขึ้นด้วยจริงๆ
น้ำฝนชอบนะ คือชอบจริงๆ ยิ่งอ่านในช่วงเวลาแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกอินมากขึ้น จนตอนนี้ ตอนพิมพ์บันทึกหลังอ่านอยู่นี้ก็น้ำตาคลอด้วยความคิดถึง T^T (ตอนอ่านก็ไม่รอด ร้องซิจะเหลืออะไร) ไม่ใช่แค่อ่านแล้วอินเบาๆนะ นี่อินหนัก ช่วงฉากไฟไหม้ (เพิ่งผ่านมรสุมนั้นมาเหมือนกัน) จากตอนแรกก็น้ำตาไหลแบบสวยๆ เจอฉากไฟไหม้ปุ๊บ น้ำตาแตกเลยค่ะ แง๊

แต่ด้วยเพราะสอดแทรกเรื่องความตระหนักรู้มากไปหรือว่าน้ำฝนไม่ได้แตะงานสายวายมานาน เลยทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้ขาดอะไรไปสักอย่าง แต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร เดี๋ยวหาเวลาอ่านใหม่อีกสักรอบสองรอบน่าจะตอบได้ว่าที่ขาดไปคืออะไร

โดยรวมแล้ว คือชอบ คืองานดี อ่านช่วงนี้ยิ่งอิน #งานดีที่ต้องบอกต่อ
ไปหามาอ่านซะ!!!

PS.
→ น้ำฝนกำลังตกหลุมรักนักเขียนคนนี้แล้วล่ะ! ซึ่งมาตุนไว้แล้วในพี่เมพ เก๊าจะหาเรื่องอื่นมาอ่านต่อ เก๊าชอบบบบบ
→ ความพี่หมอฝั่งน้องเธียรคือดีแต่บทน้อย หญิงเสียใจ หญิงรักเขา หญิงอยากให้เขาเป็นพระเอกบ้าง จะมีไหม? จะได้ไหม? อยากให้มีจัง


More :
Goodreads


วัยรุ่นวุ่นเกินพิกัด : Miyuki Abe



ชื่อหนังสือ : 困った時には星に聞け! – Ask the Stars for Help! – วัยรุ่นวุ่นเกินพิกัด (12 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : 美幸あべ – Miyuki Abe
สำนักพิมพ์ : Elfy
จำนวนหน้า : 3,977 หน้า (12 เล่ม)


บันทึกหลังการอ่าน…

ก่อนเม้าส์นิยาย ขอเม้าส์ส่วนตัวนิดนึง
หลังจากเก็บตัวทำนู้นนี่นั้นมาหลายเดือนก็กลับมาเขียนเม้าส์หนังสืออีกครั้งแล้ววว #เอาความจริง!!!!
สารภาพก็ได้…
หลังจากเจอเรื่องสะเทือนใจส่วนตัวเมื่อหลายเดือนก่อน พอทำใจอยากอ่านหนังสืออีกครั้งก็เจอมรสุมงานกองทับตัว ทำให้ได้แค่อ่านแต่รีวิวไม่ได้เพราะติดงาน #ร้องห้ายยยย แล้วเมื่อต้นเดือนก็เจอเรื่องส่วนตัวที่พาเอาเครียดไปสามสี่วัน พออารมณ์กลับมาได้ก็เจอ

เรื่องที่ทำให้สะเทือนใจคนทั้งแผ่นดิน…
หญิงไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยังไงดี พยายามหาที่พักใจพักความคิดจากเรื่องต่างๆรอบตัว ว่ากันง่ายๆ หาทางหนีความจริงจากงานที่เร่งด้วยเครียดด้วยแล้วก็อารมณ์ที่ไม่คงที่ ปกติเวลาอยู่ในช่วงสถานการณ์แบบคล้ายๆกันนี้ หญิงจะหนีความจริงไปอยู่ใน

โลกของตัวหนังสือ แต่…พอหยิบหนังสือเรื่องนั้นก็ไม่สนุก เรื่องนี้ก็ไม่โดน ที่อยากอ่านกลับได้แค่หยิบ ลูบปกแล้วก็วางลง
จนตัวเองเริ่มจะทนไม่ไหว #ฉันจะทำยังไงดี๊
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอหนีตัวเองไปในโลกการ์ตูนวายเลยแล้วกัน!
หนีให้สุดๆไปเล๊ยยยยย

ตรงจังหวะที่เมื่อต้นเดือนบังเอิญรู้ข่าวว่าการ์ตูนของอาจารย์อาเบะเรื่องนี้ในฉบับแปลไทยรีปริ้นต์แล้ว! #กรี๊ดดังลั่นห้าง เธออออ หญิงรอเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว
แฝดฝ้ายหอบหิ้วการ์ตูนที่ทั้งหนาและหนัก 12 เล่มจบให้อ่านตอนสมัยเรียน ป.ตรี พออ่านแล้วก็ติด พอติดแล้วก็อยากได้ แต่ตอนที่อยากได้คือไม่มีแล้ว #ครายยยยยย
มือสองราคาก็สูงจนไม่สู้ สู้ไม่ไหวจริงๆ ตอนนั้นหญิงเป็นเพียงนักศึกษาใสใสตัวน้อยๆที่ยังไม่มีรายได้ จะมาเสียค่าหนังสือที่มากกว่าราคาปกสามถึงห้าเท่าเพื่ออัลไล ตอนนี้แก่แล้วไง งานก็มีทำ อารมณ์ก็อินดี้เต็มขั้น ประจวบเหมาะกับที่เขาประกาศวางขายฉบับรี

ปริ้นต์พอดี จัดไปซิค่ะ จะเหลืออะไรรรร 12 เล่มสวยๆ ก่อนงานหนังสือมาพอดีเลย….

แล้วช่วงอยากหนีความจริง ต้องการอะไรบางอย่างมาเยี่ยวยาจิตใจเล็กๆน้อยๆบ้าง ก็หยิบขึ้นมาอ่านทวนความจำและเยียวยาจิตใจ
เธออออ ดีงามงานอาเบะเซนเซย์มากเลยเจ้าค่ะ! #น้ำตาไหล อ่านรอบสองก็ยังรู้สึกดีงามมมมมม
จำได้เลยว่า ตอนที่อ่านงานของอาจารย์อาเบะครั้งแรกนั้น เป็นการชิมผลงานแบบลองดู เพราะแฝดฝ้ายแนะนำมาว่างานดี งานที่คู่ควรแก่การอ่าน
ชิมปุ๊บ รู้ปั๊บ …ถ้ามีแปลไทยเรื่องอื่นอีกหญิงต้องได้มา!!!!
แล้วก็ได้มาจริงๆนะ #หัวเราะแห้ง สะสมเกือบครบหมดแล้ววววววว

นอกเรื่องไปไกล มาเล่าหนังสือกันดีกว่า

เปิดเรื่องมาก็เจอโควตจากหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยเลยทีเดียว
​[[ สุนัขจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อยว่า “หากไม่ใช้ใจมองสรรพสิ่ง ก็จะไม่มีวันเห็นถึงแก่นแท้ของสิ่งนั้น” ]]
ซึ่งมองจากภาพรวมแล้ว ประโยคนี้บอกเล่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จริงๆ

เดี๋ยวๆๆ เกือบลืมบอกไป
เรื่องนี้เป็นการ์ตูนวายนะเจ้าค่ะ แต่… สาวสายนอร์มอลอย่างหญิง(?) สามารถอ่านได้ เพราะไม่มีฉากร่วมรักให้เห็น วายใสใสวัยเรียนไฮสคูลลลลลล เหมือนอ่านการ์ตูนตาหวาน(?)ปกติเลยยย #จริงๆนะ
ใสใสยังไง ป่ะ เดี๋ยวพาไปรู้กัน
อย่างที่บอก เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มในวัยเรียนที่อยู่ร่วมกัน เรียนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน จนเป็นความผูกพันธ์และเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเราเป็นอะไรกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกชัดเจน แต่บอกได้ว่าอีกฝ่ายคือคนสำคัญ

ตัวเองของเรื่อง คือ โฮซากะ คิโยมิเนะ กับ ฟูจิชิมะ ทาคาระ
จะเรียกว่าพระเอกกับนายเอกก็เรียกได้ไม่เต็มปาก ขอเรียกว่า คิโยมิเนะ (คนตัวโต) กับ ทาคาระ (หนุ่มตัวเล็ก) แล้วกันเนอะ

ทาคาระย้ายมาเรียนโรงเรียนเอกชนเพราะเรื่องทางบ้าน คุณยายเสีย คุณพ่อไปทำงานต่างประเทศแบบนานๆกลับมาสักที แล้วไม่มีใครอยู่บ้านเลย ความรู้สึกคือเขาไม่สามารถอยู่บ้านที่ทำให้ต้องคิดถึงคนในครอบครัวของเขาอีกได้ เพราะบ้านหลังนี้มีความทรงจำ

ของทุกคนอยู่ แต่พอแม่เสีย พ่อไปทำงานต่างประเทศ ตาแท้ๆเสีย จนสุดท้าย ยายเสียไป เลยต้องมาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ และยื่นเรื่องของเข้าพักที่หอพักของโรงเรียน เรื่องราวมากมายกับความสัมพันธ์ต่างๆ เริ่มที่ตรงนี้ เป็นเรื่องราวที่ทำให้จิตใจของทาคาระดีขึ้น

แม้กระทั้งนิสัยลึกๆของทาคาระด้วย

ส่วนคิโยมิเนะ เป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวที่มีชื่อเสียง ถึงจะเป็นทายาทสายรองแต่ก็มีอิทธิพลพอตัว แล้วด้วยเพราะเป็นลูกชายคนเล็กเลยถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ เขาเลยมีความเอาแต่ใจสูงมาก ขี้หวงและติดพี่สาวหนักมากด้วย เรียกว่าติดถึงขั้นว่าเป็นปมในใจ

เลยก็ว่าได้ ใครก็แตะต้องไม่ได้ ตอนแรกเขาก็คิดว่าเขามาเรียนที่โรงเรียนนี้แล้วบังเอิญได้อยู่ห้องคนเดียว อยู่ดีๆก็มีคนที่คนที่จะเรียกว่าเป็นผู้ชายก็เรียกได้ไม่เต็มปากเพราะหน้าสวยมาก แต่จะบอกว่าสาวก็บอกไม่ได้ เพราะพวกเขาทะเลาะเตะต่อยกันแบบนักเลง
ใช่แล้ว คนที่มาเป็นคนร่วมห้องของคิโยมิเนะคือทาคาระ

ทั้งคู่มีบางสิ่งที่เหมือนกัน แต่บางอย่างที่ต่างกัน
จุดที่เหมือนกันคือ ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจเหมือนกัน ทาคาระเป็นลูกคนเดียว ดังนั้นความรักของตา ยาย แม่และพ่อก็จะอยู่ที่ตัวเขาทั้งหมด เป็นคนขี้อ้อนและค่อนข้างจะขี้แย นิสัยส่วนนี้เขาจะเปิดเผยให้กับคนที่เขาไว้ใจเท่านั้น เป็นอีกปมที่อยู่ในใจของทาคาระ

เพราะว่าเขาเก็บความเป็นตัวตนของเขาไว้ตั้งแต่ยายเขาป่วย เขาเชื่อว่า ถ้าเขาเป็นเด็กดี มีเรื่องชกต่อยน้อยลง ยายของเขาจะอยู่กับเขาไปนานๆ
ส่วนคิโยมิเนะ เป็นคนที่ติดการสัมผัส (skinship) และชี้หวงอย่างที่สุด แล้วก็อย่างที่บอกเนอะ เป็นลูกชายคนเล็กที่ถูกตามใจแต่เด็ก แต่เพราะพ่อกับแม่งานยุ่งทั้งคู่ อีกทั้งมีพี่ชายกับพี่สาวที่เป็นพี่ต่างพ่อซึ่งอายุห่างกันเยอะมาก ทำให้เขาโตมากับครอบครัวที่ตาม

ใจทุกอย่าง แต่ขาดความรักที่เป็นการแสดงความรัก พ่อ แม่ และพี่ๆของเขารักเขา แต่เพราะยุ่ง เลยใช้สิ่งอื่นมาแสดงความรัก มีเพียงพี่สาวที่คอยดูแลเขาใกล้ชิดที่สุด เขาเลยคิดแค่เพียงว่า มีแค่พี่สาวก็พอ คนอื่นเขาไม่อยากได้ แต่ก็ใช่ว่าพี่ชายเขาไม่รักนะ คุณพี่

ชายนางมีวิธีแสดงความรักที่ค่อนข้างแปลกไปซะหน่อย รวมไปถึงครอบครัวฝั่งแม่ด้วย เรียกได้ว่าแปลกทั้งตระกูลเลย!
เมื่อคนที่ทั้งเหมือนกันและต่างกัน ต้องมาอยู่ห้องนอนเดียวกัน เรียนก็นั่งติดกัน ตอนแรกก็ตบตีกันเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้าตัวเอง แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด และเกิดแรงดึงดูด(?)บางอย่างที่ทำให้สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่แค่อยู่ด้วย

กันเฉยๆ ต่างฝ่ายก็ต่างดูแลจิตใจซึ่งกันและกันอย่างไม่รู้ตัว
คิโยมิเนะทำให้ทาคาระกลับไปบ้านของตัวเองและนอนหลับอย่างสบายใจได้ ส่วนทาคาระทำให้คิโยมิเนะมีบรรยากาศรอบตัวที่ต่างจากเดิม ดูเป็นมิตรขึ้น (แต่ก่อนนางไม่สนใจใครเลย) ถึงจะทะเลาะกันจนเลือดตกยางออก โดนลักพาตัว โดนจับแต่งสาว เกือบโดน

ฆ่า หรือแม้แต่ทำงานพิเศษที่ทำเอาวงการแฟชันสะเทือน ทุกเหตุการทำให้หญิงอ่านแล้วเข้าใจตัวละครทั้งสองตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และตัวละครก็เข้าใจกันมากขึ้นด้วย
ที่หนักสุดคิอ คิโยมิเนะไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อ แต่ยอมให้ทาคาระเรียก มีครั้งหนึ่งที่ทะเลาะกันเรื่องพ่อของทาคาระกับพี่สาวของคิโยมิเนะ ไม่ได้ทะเลาะต่อยตีกันแบบปกติ แต่เป็นคิโยมิเนะที่ออกอาการหวงพี่สาว จนลืมไปว่าพูดกระทบจิตใจทาคาระ จนทาคาระรู้สึกได้ว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ใช่อย่างที่คิด (ทาคาระมองว่ามิเนะคือที่พักใจของเขา และทำให้เขากลับไปเป็นทาคาระคนเก่าได้ แต่มันไม่แน่นอน) จนไม่ยอมเรียกชื่อ กลับเรียกนามสกุลแทน พ่อคนหวงพี่ก็หงุดหงิด รู้ตัวว่าผิด รู้ตัวว่าพูดไม่ดี และไม่ชอบให้ทาคาระเรียกนามสกุล อยากให้เรียกชื่อ เพราะคนๆนี้คือคนพิเศษ คนที่เขาจัดลำดับไว้เทียบเท่ากับพี่สาว ก็งอแง(แบบแมนๆ)ให้ทาคาระกลับมาเรียกชื่อเหมือนกัน
…หญิงชอบตอนนี้มากกกกกกกกกกก
แล้วก็ก่อนจบเรื่องด้วย ชอบมากๆ เพราะเหตุการณ์นั้น(เหตุการณ์ไหน?!!!) ทำให้มิเนะยอมทาคาระทุกอย่าง ทั้งด้วยความรู้สึกผิด ความเข้าใจ ความอยากเอาใจ และจัดลำดับว่าทาคาระคือคนสำคัญของเขา แบบที่อ้อนอยากทานขนมที่แสนแพงและไกล นางก็ไปซื้อให้! ฮืออออ ชอบบบบบ #วิ่งกลับไปอ่านฉากนั้นอีกรอบบบบ

แต่ก็นะ อยู่ในโหมดการ์ตูนวายก็ต้องมีแฟน service เนอะ
ฉากจูบ ฉากกอดก็มีให้เห็น แต่เป็นจูบแบบที่ต่างจากนิยายหรือการ์ตูนวายเรื่องอื่น ยังไงดีล่ะ จูบเพราะชิมขนม จูบเพราะยอมให้ถ่ายรูป จูบเพราะจะแกล้ง แต่ไม่ใช่จูบเพราะอยากร่วมรัก กอดเพราะจะชั่งน้ำหนัก กอดเพราะคิโยมิเนะนางติด skinship กอดเพราะรั้ง และกอดเพราะจะแหย่ในช่วงเทศกาลของโรงเรียน
เธออออ ดีต่อใจมาก ชอบอะไรแบบนี้ ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก แต่อีกฝ่ายคือคนสำคัญ service เล็กๆ ไม่ต้องเยอะ แค่มีให้ฟิน ให้กรี๊ดก็พออออ

ในเรื่องไม่ได้มีแค่คู่เดียวนะ บรรดาเพื่อนร่วมหอและรุ่นพี่ก็เข้ามาร่วมบรรยากาศ สร้างสีสันในเรื่องด้วย มีหลายคู่ในเลือกลงเรือกันเลยทีเดียว แต่ละคู่ก็จะมี story ร่วมกัน มีดราม่าเล็กๆสร้างความสัมพันธ์ และ service หน่อยๆ สร้างความฟิน แน่นอนว่าอยู่ในขอบเขตของความสัมพันธ์แบบเดิมเลยคือ ไม่มีชื่อเรียก แต่อีกฝ่ายคือคนสำคัญ
แต่หญิงก็มาคิดๆดูนะว่าอาจจะเพราะอยู่ในวัย ม.ปลาย ด้วยหรือเปล่า เลยมาแบบฟินๆ จิกหมอนแบบนี้ ถ้าเนื้อเรื่องมาแนววัยทำงานคงไม่เหลือ #หันมองเรื่องอื่นของอาจารย์ ฮ่าๆๆ

12 เล่มนี้เวลาในแบบเต็มๆก็ 3 ปี กับอีก 1 กว่าๆที่โผล่มาแค่ไม่กี่หน้า ตั้งแต่ช่วงไฮสคูลปีหนึ่ง จนเรียนจบเข้ามหา’ลัย แน่นอนค่ะว่า คิโยมิเนะที่ขี้หวงจะปล่อยให้ทาคาระไปใช้ชีวิตในโลกกว้างคนเดียวเหรอ? #ปล่อยซิเพราะทาคาระจะไปเที่ยว ถถถ พอทาคาระกลับมานางก็งอแงตามภาษาคนแมนๆคุยกัน แล้วพอทาคาระยื่นข้อเสนอว่าจะไปอยู่ด้วยกันเหมือนตอนเรียนเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอพ่อ (พ่อนางจะแต่งงาน) ตอนแรกมิเนะก็โวยวายแล้วสุดท้ายก็ยอมมมมม นางยอมตั้งแต่เจอเหตุการณ์นั้นแล้วววว (เหตุการณ์ไหน?!!!)

สุดท้าย ขอบอกอีกรอบว่า ชอบมากกกก ฮืออออ ดีใจที่ได้มาครอบครองแล้ว และเยี่ยวยาจิตใจของหญิงได้

ในเรื่องมีประโยคที่ชอบหลายประโยคอยู่นะแต่จดมาแค่นี้
– อย่าละเลยเรื่องที่ไม่เข้าใจ แต่ควรละเลยต่อสิ่งที่เราไม่รู้ว่าจะตั้งคำถามอะไรกับมัน (เล่ม 6)
– เพราะรู้ว่าชีวิตช่างสั้น แสงสว่างนั้นก็เลยดูสวยงามหรือเปล่านะ? (เล่ม 10)

ขออีกนิด
ในเรื่องมีสตรีเพศด้วยนะยูววว ไม่ใช่มีแต่แมนๆคุยกัน สาวเล็กสาวน้อยก็มี เพราะวัยเด็กของทาคาระก็สาวๆ น่ารักด้วยยยย สาวใหญ่ก็แอบมีเพราะแต่ก่อนมิเนะนางคบแต่ผู้หญิงแก่กว่า!!!

PS.
→ อ่านรอบสองก็ยังชอบอยู่ ปริ่มใจที่ได้มาครองแล้ว ฮือออออ
→ กลับมาเขียนบันทึกหลังอ่านอีกครั้งก็รู้สึกเขินเหมือนกันนะ แง๊ เป็นการกลับมาที่วายจริงๆ #ทำไมไม่เริ่มที่เรื่องอื่นก่อนนนนนน
→ ใช้เวลาเขียนสี่วันเลยนะ! ไม่ใช่เพราะว่ายาวเลยใช้เวลานาน แต่มีเวลาวันละไม่กี่นาทีเพื่อเขียน ถถถถ


More :
Goodreads


บทเพลงสีเทา เล่ม 1-3 : Tokoro Kemeko



ชื่อหนังสือ : 鈍色ムジカ – บทเพลงสีเทา
ผู้แต่ง : 所ケメコ – Tokoro Kemeko
สำนักพิมพ์ : Elfy
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (กุมภาพันธ์ 2559)
จำนวนหน้า : 474 หน้า (156+156+162)

หลังปก :
#1
แค่นายเท่านั้น ที่ฉันไม่อยากให้รุบรู้ความปรารถนานี้…
ยูกิ เพื่อนสนิทที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นนักเชลโล และเดินทางไปเรียนต่อที่อิตาลีได้ขาดการติดต่อไปถึง 10 ปี
แต่แล้ว ทาคุมิที่ทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยได้พบกับยูกิอีกครั้ง ในสถาพที่ถูกทำร้ายจนต้องพันผ้าพันแผลไว้ที่ดวงตาทั้งสองข้าง
ทาคุมะพยายามช่วยเหลือยูกิโดยไม่เปิดเผยเรื่องของตัวเอง
จนได้ล่วงรู้เรื่องที่ว่ายูกิตกหลุมรักตนอย่างลับๆ มาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น…
ท่วงทำนองแห่งความรักที่ซื่อตรงเสมอต้นเสมอปลาย และมิอายเอื้อนเอ่ยไปตลอดกาล
#2
ทาคุมะล่วงรู้ว่ายูกิ เพื่อนสนิทซึ่งเป็นนักเชลโลแอบรักตนมาโดยตลอด
เขาที่ทำงานเป็นผู้ดูแลยูกิ ได้ตอบรับความรู้สึกนั้นไว้
และในตอนนั้นเอง นักไวโอลินที่เคยร่วมวงเดียวกันกับยูกิก็ปรากฏตัวขึ้น
ดูเหมือนว่าเขาจะมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับบาดแผลที่ดวงตาของยูกิ…?
#3
ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงาม ความนิยมในตัวยูกิซึ่งเป้นนักเชลโลจึงพุ่งทะยานจนได้ให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารและได้แสดงดนตรีออกโทรทัศน์
แม้จะได้พบกับทาคุมะน้อยลง ทว่าในใจของเขาก็ “เตรียมพร้อม” ที่จะ…
ในระหว่างนั้นเอง “มิตรภาพ” ระหว่างโนเอลกับยูกิก็กลายเป็นสกู๊ปข่าว!?


บันทึกหลังการอ่าน…

มาแบบเขินๆ
การ์ตูน 3 เล่มนี้ พี่สาวให้มายืมอ่าน (โดยที่น้ำฝนก็ไปเต๊าะมานั้นแหละ) แบบน้ำฝนแพ้หนุ่มเล่นดนตรีเครื่องสายไง เลยอยากอ่าน แฮ่

เป็นเรื่องของยูกิ นักเชลโล่ที่หลงรักเพื่อน แต่เพราะกลัวถูกรังเกลียดก็ค่อยๆ หายหน้าหายตาไป ด้วยระยะทาง ด้วยสายการเรียนและงานที่ทำ ต่างฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนมาวันหนึ่ง ทาคุมะบังเอิญไปเจอยูกิอีกครั้ง!
นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของสองหนุ่มค่ะ

จริงๆอ่านหลังปกก็รู้เรื่องย่อนะ แทบจะบอกหมดแล้ว ฮาาา

ฝนมาเม้าท์ส่วนของฝนดีกว่าเนอะ
คือยูกิคุงเนี่ย กลัวการถูกเกลียดมาก เลยไม่บอกออกไปและพยายามตีตัวห่าง ด้วยตั้งใจว่าเมื่อมีชื่อเสียงจะกลับมาหาทาคุมะอีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยังไม่ทันได้มีชื่อเสียงก็ผิดแผน โดนทำร้ายจนต้องรักษาตัว และมาเจอกันอีกครั้ง ความใกล้ชิดและความในใจของยูกิคุง ทำให้ทาคุมะที่จากแมนๆคุยๆกันอยู่ดีๆ ก็ตกหลุมยูกิคุงจนได้ (ชายเหนือชายจริงๆ… #แซว)
แน่นอนค่ะ งาน Elfy ฉากบนเตียงก็มีให้เห็นในเล่มอยู่่ #ปาดเลือดที่จมูก
ยูกิคุงงงงงงงงงงงง น้องเก็บกดช่ะ?? ถ้านิสัยปรกติกับนิสัยบนเตียงจะต่างกันขนาดนี้ #วิ่งไปหานักเชลโล่เป็นแฟนด่วนเลย #ผิด
แต่เวลาเขาคุยกับ มีปัญหากัน เขาคุยกันดีไม่มีดราม่านะ คือทางยูกิคุงเนี่ย นางเป็นเด็กมีปัญหาตามภาษาพวกบ้านรวย ทำให้เงียบๆ นิ่งๆ และเก็บตัว แต่น้องทาคุมะเป็นเด็กร่าเริง ช่วยเหลือสังคม รักเด็กแฮปปี้กับคนแก่เห็นใจคนป่วยไรงี้ ทำให้เวลามีปัญหาอะไร ทาคุมะคุงจะมองในแง่ดีแล้วค่อยๆแก้ไขเสมอ เลยไม่มีดราม่าเท่าไร รอดูเล่มต่อว่าจะอะไรยังไง
เพราะเหลือปมเรื่องครอบครัวของยูกิคุง ที่ไม่ยอมรับในตัวน้องจนน้องไม่กล้ากลับบ้าน
และปมตกค้างในช่วงที่ยูกิคุงถูกทำร้ายร่างกาย (ไม่แน่ใจว่าจะมีไหม???) เพราะยูกิคุงกำลังจะกลับไปอิตาลี… หรือดราม่าจะอยู่ส่วนนี้?? รออออออออ

PS.
→ นางยังไม่จบ! นี่หลวมตัวอ่านเพราะคิดว่าจบแล้วนะเนี่ย!!
→ เรื่องนี้คู่รองก็น่ารักนะ นักไวโลลินกับผู้จัดการหนุ่มแว่น ดูใสใสดี (ไม่รู้ว่าเล่มต่อจะใสไหม???)


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3


ฝังจิตฝังใจ (ตอนพิเศษรัชทายาท) : เฟิงน่ง

ชื่อหนังสือ :
太子番外之秋後算賬 – ฝังจิตฝังใจ (ตอนพิเศษรัชทายาท)
ผู้แต่ง : 风弄 – เฟิงน่ง
ผู้แปล : เฟื่อง
สำนักพิมพ์ : Fu Novels
พิมพ์ครั้งที่ : 2 (สิงหาคม 2558)
จำนวนหน้า : 32 หน้า


หนังสือในชุดเดียวกัน :
รัชทายาท
เมื่อหิมะโปรย (ตอนพิเศษรัชทายาท)


บันทึกหลังการอ่าน…

เล่มนี้เป็นการ์ตูนค่ะ
แนว BDSM ที่ชัดเจนมาก ในนิยายเขาก็แบบนี้นะ แต่พอมาเป็นการ์ตูนจะชัดเจนกว่าเดิม เพิ่มเติมคือการสมยอม….

เนื้อเรื่องหลังจากที่จบเล่ม 5 ในเวอร์ชั่นนิยาย
เหตุการณ์ที่พระเอกขึ้นครองราชแล้ว ก็จัดการงานราชการและทุกคนให้อยู่ในกฏระเบียบที่ควรจะเป็น
แต่ก็มีการแง่งอนระหว่างพระเอกกับนายเอกอยู่
พระเอกงอนนายเอก นายเอกเลยทำการง้อแบบที่เรียกเลือดได้เลยทีเดียว

การขัดตาเรื่องภาษาบรรยายที่เกิดในเล่มนิยายไม่มีในเล่มนี้
เป็นการเซอร์วิซนักอ่านย่างแรงกล้า (อ่านไปใจสั่นไป)
อย่างที่บอกไปว่าหายแนวหนักๆแบบนี้มานานแล้ว กลับมาอ่านอีกทีก็ไปไม่เป็น เขินแรงไปอีก ดีที่อ่านที่บ้าน =.,=

PS.
→ อย่าได้ถามถึงเล่ม น้ำฝนปล่อยออกแล้วจ้า (ยิ้มหวาน)
→ อ่านจบตั้งแต่เดือนตุลาปี 2015 ค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้อัพ
→ หญิงเป็นสาวเรื่องมาก ดังนั้นทั้งหมดนี้คือความเห็นส่วนตัวในรสนิยมการอ่านของหญิง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Fu Novels

เมื่อหิมะโปรย (ตอนพิเศษรัชทายาท) : เฟิงน่ง

ชื่อหนังสือ :
太子番外之賞雪 – เมื่อหิมะโปรย (ตอนพิเศษรัชทายาท)
ผู้แต่ง : 风弄 – เฟิงน่ง
ผู้แปล : เฟื่อง
สำนักพิมพ์ : Fu Novels
พิมพ์ครั้งที่ : 2 (สิงหาคม 2558)
จำนวนหน้า : 24 หน้า


หนังสือในชุดเดียวกัน :
รัชทายาท
ฝังจิตฝังใจ (การ์ตูนตอนพิเศษ)


บันทึกหลังการอ่าน…

เป็นตอนสั้นๆในช่วงพี่ใหญ่ (นายเอก) เพิ่งได้ตำแหน่งรัชทายาท ไม่มีอะไรมาก อารมณ์ไม่แตกต่างจากในเล่มหลัก
บอกถึงความชอบของน้องรอง (พระเอก) แล้วก็เหตุการณ์ที่ทำให้น้องรองอิจฉาน้องสามที่เป็นฝาแฝดตัวเอง

แน่นอนว่า ยังคงอ่านแล้วชวนหงุดหงิดเหมือนเดิม
มักจะเจอคำที่อ่านแล้วสะดุดใจตลอด
– “เหมือนกันเปี๊ยบ” ในประโยคพูดที่ข้ารับใช้พูดกับองค์ชาย อ่านแล้วคิดว่ามันไม่ใช่
– “ไม่มีอะไรหรอก/ไม่มีราคาค่างวดอะไรหรอก/ไม่ต้องหรอก” ยังคงมีอยู่ พอๆกับเล่มหลักที่มี “นี่นา” เยอะๆ เจอบ่อยมาก เจอบ่อยจนชวนถอนหายใจ

ฝนลองอ่านแต่ประโยคพูดโดยที่ไม่อ่านคำบรรยาย อ่านแล้วไม่คิดว่าน้องสาม (ฝาแฝดพระเอก) เป็นองค์ชายเลย ร่าเริง ขี้เล่น ไม่จริงจัง ส่วนนี้ฝนเข้าใจ แต่ต้องไม่พูดออกสาวขนาดนี้ก็ได้ (ถอนหายใจยาวๆ)

PS.
→ อย่าได้ถามถึงเล่ม น้ำฝนปล่อยออกแล้วจ้า (ยิ้มหวาน)
→ อ่านจบตั้งแต่เดือนตุลาปี 2015 ค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้อัพ
→ หญิงเป็นสาวเรื่องมาก ดังนั้นทั้งหมดนี้คือความเห็นส่วนตัวในรสนิยมการอ่านของหญิง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Fu Novels

รัชทายาท : เฟิงน่ง

ชื่อหนังสือ : 太子 – รัชทายาท
ผู้แต่ง : 风弄 – เฟิงน่ง
ผู้แปล : เฟื่อง
สำนักพิมพ์ : Fu Novels
พิมพ์ครั้งที่ : 2 (สิงหาคม 2558)
จำนวนหน้า : 980 หน้า (196+192+202+197+193)

รายละเอียด :
#1
เรือนอาญาเป็นสถานที่ที่เหล่าเชื้อพระวงศ์กริ่งเกรงเป็นที่สุด
เวลานี้หย่งฉี รัชทายาทที่ถูกถอดถอนจากตำแหน่งเมื่อหกเดือนก่อน ต้องตกมาอยู่ในที่แห่งนี้
ผู้คนในวังหลวงไร้หัวใจ ผลของความปราชัยรุนแรงเพียงไร เขาย่อมเข้าใจดี
สิ่งเดียวที่ไม่เข้าใจ นั่นคือทำไมน้องชายที่ไม่เคยผิดใจกันจึงได้ทรมานเขาอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้
ฝ่ายนั้นบีบคั้นจนเขาต้องเอ่ยปากอ้อนวอน ยอมรับความพ่ายแพ้
และถึงกับ…มอบความสุขสมอันน่าอัปยศให้
หย่งซ่าน เวลานี้รัชทายาทคือเจ้า แล้วเจ้ายังจะต้องการอะไรอีก?
สิบหกปีที่ผ่านมา หย่งฉีไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตาเลยสักครั้ง
กับหย่งหลินที่เป็นน้องชายฝาแฝด หย่งฉีมักจะยิ้มแย้มให้เสมอ
ทีกับเขากลับหมางเมินเหินห่าง
เขาไม่เข้าใจ ทั้งที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน ทั้งที่เป็นน้องชายของฝ่ายนั้นเหมือนกัน
แต่ทำไมหย่งฉีถึงไม่เคยให้ความสนิทสนมเช่นนั้นกับเขาบ้าง…
หย่งฉี ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมเข้าใจ สิ่งที่ข้าต้องการเรียบง่ายเท่านี้เอง…

#2
หย่งหลิน น้องชายฝาแฝดของเขากลับมาแล้ว
สายตาที่หย่งฉียอมมองมาทางเขาในที่วุดจะเบนจากไปหรือเปล่า?
ไม่! เขาไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่!
ยากเย็นเหลือเกินกว่าที่เขาจะทำให้คนคนนั้นมองแต่ตัวเอง คิดถึงแต่ตัวเอง
หย่งซ่านจะไม่ให้ใครมาพรากสิ่งนี้ไปเด็ดขาด
ต่อให้เป็นน้องชายฝาแฝดของเขาก็ตาม…
หย่งฉีไม่เคยคิดมาก่อนว่าที่แท้หย่งซ่านจะมองตนในแง่นั้น
อีกฝ่ายปรารถนาที่จะครอบครองสายตาของเขา
เป็นเจ้าของความเอาใจใส่ของเขา
ทั้งยัง…เรียกร้องความรักของเขา
‘หย่งฉี ข้าจะดีกับเจ้าอีกนิด…ดีหรือไม่?’
ความรักอันบ้าคลั่งเช่นนี้ทำให้เขาไร้
เรี่ยวแรงจะทานรับ แต่ทว่า
ก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะหลีกหนีเช่นกัน…

#3
หย่งซ่านไม่เคยคิดมาก่อน
ว่าความรักของตนจะทำให้หย่องฮีเป็นอันตราย
แต่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายหย่งฉีได้เป็นอันขาด!
แม้จะต้องแลกด้วยตำแหน่งรัชทายาทก็ตาม…
หัวใจของหย่งฉีสับสนเลื่อนลอย
ความรักของหย่งซ่านบ้าคลั่งแผดเผาใจ ความอ่อนโยนหวานล้ำจนเขาแทบสำลัก
แต่ทั้งหมดนั้นกลับทำให้เขาเปิดใจยอมรับทีละน้อย
ซ้ำยังลุ่มหลงจนลืมความสัมพันธ์ของตนเองกับอีกผ่าน ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง
ทว่าคำขอร้องอันขมขื่นของมารดาได้นำความลังเลมาให้…
หย่งซ่าน หย่งซ่าน อย่าดีกับข้าขนาดนี้เลย ข้ากลัวว่า…
คนที่ทำร้ายเจ้ามากที่สุด…จะเป็นตัวข้าเอง…

#4
เขาไม่เคยคิดดึงหย่งซ่านลงจากตำแหน่งรัชทายาท
ไม่เคยคิดทำร้ายฝ่ายนั้นเลยสักครั้งเดียว
แม้จะปวดใจกับชีวิตอันอ้างว้างของมารดา
ทว่าเรื่องที่หย่งซ่านลอบใช้ยากับเขาก็ยังความรวดร้าวมาให้หัวใจสุดทานทน!
หรือว่าความรู้สึกใจเต้นที่เขามีให้หย่งซ่าน แล้วยังความอ่อนโยนที่ฝ่ายนั้นมีให้เขา
จะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา…
เพื่อปกป้องตำแหน่งรัชทายาท เขาจำเป็นต้องปล่อยมือจากหย่งฉีด้วยหรือ!?
ตำแหน่งรัชทายาทมีผลต่อความปลอดภัยของญาติพี่น้อง รวมทั้งตัวเขาเอง
ส่วนหย่งฉีคือรักแท้ที่เขาไม่มีทางสละทิ้งไปได้
ทว่าหากการแยกจากกันคือทางออกที่ดีที่สุดในการปกป้องหย่งฉี
เช่นนั้น…เขาก็จะยอมตัดใจ…

#5
ต่อเมื่อได้ยินว่าหย่งซ่านยอมเข้าไปอยู่ในเรือนอาญาโดยไม่ปัดความผิดมาให้
หย่งฉีที่แสนปวดใจถึงเพิ่งตระหนักความรู้สึกของตัวเอง
ว่าแท้จริงแล้วเขาหลงรักหย่งซ่านลึกล้ำถึงเพียงนี้
ทั้งความดุดันเอาแต่ใจ ความอ่อนโยน ความทะนุถนอม และการยอมตัดใจของหย่งซ่าน
ล้วนแต่สร้างความอ่อนหวานและความอาลัยรักให้หัวใจอย่างสุดซึ้ง
หย่งซ่าน หย่งซ่าน เจ้าจะยอมรับความรักที่สายเกินไปของข้าหรือไม่?
สิ่งล้ำค่าที่สุดที่บิดาทิ้งไว้ให้เขา ไม่ใช่บัลลังก์จักรพรรดิอันสูงส่ง
หากเป็นพี่ชายผู้อ่อนโยนคนนี้ หย่งฉีคือของขวัญอันน่าปลื้มเปรม
ที่สวรรค์ประทานมาให้ชีวิตจักรพรรดิอันแสนเดียวดายของเขา
ทั้งยังเป็นของขวัญที่บิดาผู้รักเขาเหลือล้นทิ้งไว้ให้
นับจากนี้ เขาไม่ใช่รัชทายาทอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นผู้ที่อยู่เหนือผู้คนทั้งมวล
เป็นเจ้าของแผ่นดินอันไพศาลผืนนี้ ส่วนหย่งฉี…


หนังสือในชุดเดียวกัน :
เมื่อหิมะโปรย (ตอนพิเศษ)
ฝังจิตฝังใจ (การ์ตูนตอนพิเศษ)


บันทึกหลังการอ่าน…

เรื่องนี้เป็นหนังสือทดลองอ่านค่ะ

ทำไมถึงว่าเรื่องทดลองอ่าน?
คือฝนไม่เคยอ่านของนักเขียนท่านนี้ แล้วก็ไม่เคยอ่านแนววายที่แปลจากประเทศจีน แล้วก็ไม่เคยอ่านงานแปลของสำนักพิมพ์นี้ด้วยค่ะ ทุกอย่างคือครั้งแรกหมด

เสียงลือเสียงเล่าต่อๆกันมาว่า งานเฟิงน่งเลยนะเธออออ เป็นงานเล่อค่า งานที่เธอต้องลองงงงงงง น้ำฝนก็เลยจัดนางมาลอง (ระหว่างรองานเฟิงน่งแนวปกติที่เขาว่าเด็ดมาส่ง) ห่างหายวงการนี้มานาน ขอหวนคือด้วยเรื่องนี้แล้วกัน!

อ่านแล้วผลเป็นไง?
ไม่ใช่ ไม่โดน ไม่โอเค อย่างแรงด้วยค่ะ!!

ไม่ใช่ว่าฝนไม่เคยอ่านแนววายนะ เคยอ่านค่ะ แนววายเอสเอ็มหนักๆก็เคยค่ะ แต่เล่มนี้อ่านแล้วฝนว่ามันไม่ใช่

เนื้อเรื่องฝนจะไม่เล่าเนอะ เพราะอ่านจากปกหลังก็มีตามนั้นค่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่ฝนจะมาบ่นอย่างที่เคยบ่นๆใน Goodreads ไว้

ด้วยความที่อยากลองนักเขียนใหม่ที่ไม่เคยลอง ทำให้ฝนตั้งใจอ่านอย่างมาก แล้วก็สะดุดแรงมากด้วย อ่านไปก็สะดุดไปหงุดหงิดในใจไป

ทำไม?

– ฝนไม่แน่ใจว่าเป็นที่สำนวนต้นฉบับหรือว่าสำนวนการแปลที่ทำให้อ่านแล้วมันไม่โอเค อ่านไปก็ถามตัวเองในใจไปว่า เราอ่านนิยายแปลอยู่ใช่ไหม? ไม่ใช่นิยายไทยใช่ไหม?

– หย่งซ่าน (พระเอก)
เป็นพวกซึนและยันและเอสและเอ็มในคนๆเดียวกัน เขารักนายเอก แต่ไม่ยอมพูด ไม่ยอมบอก ไม่เข้าหา แต่หึงถ้านายเอกเข้าใกล้ใครหรือถูกใครเข้าใกล้ เมื่อมีโอกาสก็ใช้ความได้เปรียบในหลายๆอย่างครอบครองนายเอกอย่างรุนแรง พอเสร็จก็ค่อยมาทำดีด้วยทีหลัง พอไม่ได้เป็นคนที่ถูกรักก็น้อยใจอยู่กับตัวเองเงียบ เป็นนายเอกก็งง โดนทำร้ายสารพัดแล้วมาบอกว่าที่ทำไปเพราะรัก ใครจะเชื่อ!!!
ข่มขื่นก่อน หยามเกียรติก่อน แล้วมาอ่อนโยนทีหลัง เสียสละทีหลัง มันไม่โอเค

– หย่งฉี (นายเอก)
คำจำกัดความง่ายๆของนายเอกคือ สาวดุ้น….
เพราะหาความแมนของนางไม่เจอ สาวมาก หญิงมาก ระหว่างอ่านอยู่ก็คิดว่าเป็นนางเอก ย้ำ อ่านไปคิดว่าเป็นนางเอก (ผู้หญิง) ขนาดหลอนว่านางพูดคำว่า “เพคะ” เลยนะ!
ไม่ชอบนิยายวายที่มีลักษณะนายเอกแบบนี้ อ่านไปแล้วรู้สึกไม่ต่างกับอ่านแนวปรกติเท่าไรเลย แล้วก็งงว่า ความรักของนางเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่? โดนทำร้ายทั้งกายและจิตใจขนาดนั้น

– หย่งซ่าน เป็นลูกคนที่สอง เป็นรัชทายาท บรรดาน้องๆเวลาคุยกับพี่จะแทนด้วยคำว่า เจ้า!
“ข้ามั่นใจว่าเจ้าทำได้!” ตกลงนี่น้องคุยกับพี่? พี่ซึ่งมีฐานะรัชทายาทด้วยนะ!!!!!!
อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงตำแหน่งที่ต่างเลย ไม่ใช่ว่าองค์ชายทุกคนต้องยกย่องรัชทายาทเหรอ?
ยังไงกันแน่?

– อ่านช่วงเล่มแรกๆ เจอคนสนิทของรัชทายาทคือหัวหน้าพ่อบ้าน เลยสงสัยว่า พ่อบ้านตำหนักรัชทายาทเป็นขันทีไหม? อ่านไปจนถึงเล่ม 3 ถึงได้รู้ว่านางเป็นขันทีจริงๆ!! ทำไมไม่บอกหญิงแต่แรก เรียกหัวหน้าพ่อบ้านทำไมให้งง!

– เจอประโยคที่ว่า “เอาปืนมายิงทิ้ง?”
ประโยคนี้คนที่คิดคือมารดาของรัชทายาทด้วยนะ ยูวววววว ยุคสมัยนั้นมีปืนแล้วใช่ไหม??????
แล้วทำไมตอนพี่น้องตีกันถึงใช้ดาบใช้มีดแทงกันละ?
ตกลงยังไง ยุคไหนกันแน่ หรือยุคนั้นมีปืนแล้ว????

– ผู้ชายเรื่องนี้ ร้องไห้เก่งมาก!!! น้ำตาไหลง่ายกว่าสตรีเพศอีกแหละเธอออออออ
อย่างบรรดาองค์ชายอายุ 16 ทะเลาะกับพี่ พี่สองคนไม่พูดด้วย ก็ร้องไห้น้ำตาไหลเหมือนเด็ก 5 ขวบ!! OMG!!!!!
จะมาบอกว่า 16 ยังเด็กอยู่ ไม่ค่ะ ใช้เหตุผลนั้นไม่ได้ บังเอิญว่าหญิงมีน้องชายอายุ 15 ทะเลาะกันสองคนหรือโดนดุ นางยังไม่มีน้ำตาเลยค่ะ!!! แล้วองค์ชายนะคะ องค์ชาย สภาพแวดล้อมหล่อหลอมให้เขาต้องแกร่ง ต้องโตกว่าวัย เพราะการแก่งแย่งชิงดีกันระหว่างองค์ชายและบรรดาสนม จะมาร้องไห้งอแงเหมือนคุณหนูบ้านรวยที่พ่อแม่รักแล้วให้แต่เงินมันไม่ใช่! คาเรกเตอร์ตัวละครองค์ชายไม่สมกับความเป็นองค์ชายที่แย่งตำแหน่งรัชทายาทอย่างแรง!

– คำพูดของหมอหลวง
“ฝ่าบาททรง… จวนจะไม่ไหวแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงพูดกับรัชทายาท
“ฝ่าบาทตื่นมาขึ้นมาสิพ่ะย่ะค่ะ…” หมอหลวงพูดกับจักรพรรดิ
นั้นคือคำพูดที่หมอหลวงคุยกับคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า? รู้สึกเหมือนนางสนมพูดเลย…. หรืออยากให้จะจิ้นคู่นี้เพิ่มด้วย?

เท่าที่อ่านแล้วติดใจสุดๆเรื่องเหล่านี้แหละค่ะ

ส่วนพล็อตเรื่อง….ยังพอไหวค่ะ ถ้าไม่ติดใจเรื่องการขมขื่นก่อนแล้วรักกัน นอกนั้นก็โอเคค่ะ อ่านเก็บพล็อตได้

จะบอกว่าฝนสวนกระแสก็ได้ค่ะ เรื่องนี้สำหรับฝนฉากดราม่าก็เรียกน้ำตาฝนไม่ได้ (ปกติน้ำตาไหลง่ายมากเพราะเป็นคนชอบงานดราม่า)
ทำเอากลัวงานสายปกติที่กำลังมาส่งเลย….

PS.
→ อย่าได้ถามถึงเล่ม น้ำฝนปล่อยออกแล้วจ้า (ยิ้มหวาน)
→ อ่านจบตั้งแต่เดือนตุลาปี 2015 ค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้อัพ
→ หญิงเป็นสาวเรื่องมาก ดังนั้นทั้งหมดนี้คือความเห็นส่วนตัวในรสนิยมการอ่านของหญิง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Fu Novels

10 count : Takarai Rihito

ชื่อหนังสือ : テンカウント – 10 Count
ผู้แต่ง : 宝井理人 – Takarai Rihito
ผู้แปล : นิตา
สำนักพิมพ์ : LuckPim
ISBN :
#1 | 978-616-373-118-0
#2 | 978-616-373-303-0
#3 | 978-616-373-377-1
พิมพ์ครั้งที่ :
#1 | 1 (เมษายน 2558)
#2 | 1 (กันยายน 2558)
#2 | 1 (ธันวาคม 2558)
จำนวนหน้า : 525 หน้า (175+176+174)

รายละเอียด :
#1
‘เวลาอยู่กับคุโรเสะคุง เรารู้สึกเหมือนเป็นคนธรรมดาขึ้นมาบ้าง’
‘ชิโรทานิ’ เลขาประธานบริษัทผู้มีอาการหวาดกลัวเชื่อโรคขั้นรุนแรงได้พบกับ’คุโรเสะ’ นักจิตวิทยาโดยบังเอิญ เพื่อรักษาอาการดังกล่าว เขาตกลงเข้ารับการบำบัดกับคุโรเสะเป็นการส่วนตัว ระหว่างเดินหน้าเคลียร์ภารกิจบำบัดพฤติกรรม 10 ข้อ ชิโรทานิก็ค่อยๆถูกดึงดูดเข้าหาคุโรเสะที่ล่ะน้อย แต่ทว่า….?
นี่คือเรื่องราวการบำบัดรักอันแสนละเอียดอ่อน ระหว่างนักจิตวิทยาหน้าตายกับเลขาประธานอนามัยจัด
#2
‘วันนี้ผมเอาแต่นึกภาพตอนคุโรเสะคุงสัมผัสผม’
ทั้งที่ชิโรทานิค่อยๆเริ่มเปิดใจให้ แต่จู่ๆ คูโรเสะกลับบอกว่าจะหยุดให้คำปรึกษาเสี่ยนี่ ระหว่างที่ชิโรทานิได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้องด้วยความช็อก เขาก็ได้รับข้อความจากคุโรเสะขอให้ออกมาพบกันอีกครั้ง…
เมื่อชิโรทานิได้รับรู้ความในใจที่คุโรเสะซ่อนไว้ เขาจะทำอย่างไรต่อไป…?
ความสัมพันธ์ของนักจิตวิทยาหน้าตายกับนายเลขาอนามัยจัดจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในเล่ม 2 นี้
#3
‘ตัวเรา มีแต่กลิ่นคุโรเสะคุงเต็มไปหมด’
ระหว่างออกไปช็อปปิ้งกันสองคน ชิโรทานิจินตนาการภาพตอนจูบกับคุโรเสะแล้วเกิดมีอารมณ์ขึ้นมา แม้ยังสับสนว่าทำไมร่างกายตัวเองถึงมีปฏิกริยาเช่นนี้แต่ชิโรทานิก็ไม่อาจหยุดมือของคุโรเสะที่ไล้มาปลอบประโลมร่างกายอันร้อนผ่าวได้ ชิโรทานิที่ถูกคุโรเสะหยอกล้อเอาดื้อๆ จะทำเช่นไรเมื่อร่างกายและจิตใจแสดงออกสวนทางกันโดยสิ้นเชิง…?
เชิญติดตามวิธีบำบัดระหว่างนักจิตวิทยาหน้าตายกับนายเลขาอนามัยจัดที่ต่างก็ถลำลึกลงเรื่อยๆ


บันทึกหลังการอ่าน…

เรื่องนี้การ์ตูนวายค่ะ แนวดราม่า
ทำไมดราม่า?
มาม่ะ มาดูกัน

นายเอกมีปมที่ค่อนข้างใหญ่ นางเป็นโรคไมโซโฟเบีย (Mysophobia) หรือ โรคกลัวเชื้อโรคขั้นรุนแรง
ระหว่างที่กำลังเดินทางท่านประธานของนายเอกเกิดอุบัติเหตุโดยที่นายเอกไม่สามารถช่วยเหลือได้ (เพราะกลัวเชื้อโรคที่เกิดจากการสัมผัสร่างกายคนอื่น) คนที่มาช่วยไว้คือพระเอกที่กำลังปั่นจักรยานอยู่ พระเอกก็พาท่านประธานส่งโรง’บาล
แล้วที่นั้นพระเอกก็สังเกตนายเอกครั้งแรกแล้วรู้เลยว่านายเอกเป็นโรคไมโซโฟเบีย นางก็แนะให้ไปรักษา เพราะมีสิทธิหายได้
แล้วด้วยความอายของนายเอกที่มีคนที่ไม่รู้จักกันมาทักในเรื่องส่วนตัว ก็บอกออกไปว่า เขาไม่เดือดร้อน! อยู่แบบนี้ได้!!
พระเอกก็ไม่พูดอะไรต่อ (เรื่องของยูเลยย) แล้วก็จากมา

แล้วพรหมลิขิตบันดาลชักพา ‪#‎ผิด‬ ให้นายเอกเดินทางไปที่คลินิกจิตเวช คือใจจริงแล้วนางก็อยากหายแหละ นางเดินไปเดินมาจะเข้าดีหรือไม่เข้าดี แล้วระหว่างที่กำลังหันหลังกลับ ก็ป่ะเข้าให้กับพระเอกที่ปั่นจักรยานมาที่คลินิกเดียวกัน!! (พรหมลิขิตไหมละเธออออ) คุยกันไปคุยกันมาก็รู้ว่าพระเอกนางเป็นหมอจ้าาาา วันนั้นนางเลยรู้ว่านายเอกเป็นโรคอะไร แล้วก็แนะให้รักษา
คุยกันไปคุยกันมาก็มาจบกันที่พระเอกจะช่วยรักษานายเอกให้ โดยใช้วิธี ERP (Exposure and Response Prevention)
แล้วก็มาเจอกันอาทิตย์ละครั้งที่ร้านอาหารเดิม

หนึ่งในวิธีการรักษาของคุณหมอ (พระเอก) คือให้นายเอกเขียนพฤติกรรม 10 ข้อที่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้แน่ๆ โดยเรียงจากน้อยไปมาก แล้วก็มาให้นายเอกฝึกทำ (10 ข้อนั้นคือที่มาของชื่อเรื่องจ้า)
เรื่องราวก็เกิดขึ้นในระหว่างฝึกทำ 10 ข้อนั้น ระหว่างนั้นก็เกิดความผูกพันธ์ขึ้นระหว่างทั้งคู่
คุณหมอนางก็หน้าตาย พูดนิ่งๆ เฉยๆ
นายเอกก็มักจะคิดเยอะ คิดไปเรื่อย มโนไปต่างๆนานา

มีครั้งหนึ่งที่นายเอกถามคุณหมอว่าทำไมอยู่ดีๆถึงหยุดรักษาเขาล่ะ
คุณหมอนางก็บอกตรงๆ ว่า รู้ตัวว่าชอบนายเอก ที่ทำไปเพราะชอบ แต่ยิ่งอยู่ด้วยก็ยิ่งอยากสัมผัส เลยพยายามออกห่างเพราะรู้ว่านายเอกไม่อยากให้สัมผัส (กรี๊ดซิค่ะ)
นายเอกก็ตกใจ ทำไมพูดสารภาพตรงๆ ทั้งๆที่หน้านิ่งแบบนั้น! นางก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรนะ แต่ก็บอกว่าไม่อยากให้หยุดเจอกัน ยังอยากเจอกันอยู่ไรงี้ (เธอก็ชอบเขาอยู่ลึกๆนั้นแหละ เรารู้!!!)
ความเด็ดอยู่ที่… คุณหมอค่ะ
คือนางรู้ตัวว่าชอบแล้ว นางก็เผยความ S มาเลย มาแบบนิ่งๆ เนี่ยแหละ ทุกครั้งที่เจอกัน จะต้องมีการสัมผัสนายเอกเสมอ ส่วนนายเอกก็ไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมกลับคนอื่นเขารังเกียจไม่อยากอยู่ใกล้ แต่กับคุณหมอเขาไม่รู้สึกแบบนั้น ไม่ซิ กับคุณหมอ นางรู้สึกอยากถูกสัมผัส!!
คุณหมอนางก็จัดหนักขึ้นเรื่อยๆค่ะ กลางวันฝึกทำตาม 10 ข้อนั้น ฝึกไปวันละข้อสองข้อ แต่ตกเย็นไม่รู้ไปไงมาไง มาอยู่ที่ห้องคุณหมอได้ (คนอ่านเริ่มหน้าแดง)

เดี๋ยวๆๆๆ

อย่าเพิ่งคิดว่าเรียบร้อยโรงเรียนคุณหมอแล้วนะคะ
ยังค่ะยัง (เพิ่ง 3 เล่มเอง ยังไม่เรียบร้อยเร็วแบบนั้น)
จูบก็ยังไม่ได้จูบกัน (นายเอกยังดื่มน้ำร่วมแก้วกับคนอื่นไมไ่ด้ คุณหมอเธอจะไม่จูบค่ะ) แต่นางข้ามจูบไปอีกสเต็ปเรียบร้อยแล้วค่ะ ‪#‎เดี๋ยวนะ‬
แล้วก็อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องจะมีแค่…..เอ่ม….. ฉากเซอร์วิชแบบนั้นนะคะ
ระหว่างที่กำลังจัดการเคลียร์ 10 ข้อนั้น (ลืมบอกว่า เด็ดสุดที่ข้อ 10! คุณหมอเธออยากได้ข้อ 10 แน่ๆ เรารู้!!) นายเอกจะคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นโรคนี้มาเรื่อยๆ
จุดนี้แหละค่ะที่ฝนอยากรู้ คือคนที่เป็นโรคโฟเบียบางอย่าง เขาน่าจะมีปัญหามาก่อน สาเหตุของปัญหานั้นคืออะไร ทำไมนายเอกถึงเป็นถึงขั้นนั้น อยากรู้มากกกกกกกก อ่านมา 3 เล่ม ฝนรู้แค่ว่าต้องมีปัญหาซักอย่างตอนเด็กๆ ที่ทำให้ขนาดพ่อของนายเอกก็จับไม่ได้ แล้วสาเหตุนั้นต้องเกิดตอนที่นายเอกตอนเด็กไปซ่อนตัวอยู่ในล็อกเกอร์!!!

รอลุ้นที่เล่ม 4 แล้วเล่มต่อๆไปค่ะ……

แต่เล่ม 3 นี้ อยากจะตีนายเอกมากเลย
นางรู้ว่าคุณหมอชอบนาง ชอบมาก (อยากได้มากด้วย) คุณหมอก็อยากสัมผัสมากๆ แต่นางบอกให้คุณหมอหยุดทั้งๆที่ตัวนางก็อยาก อะฮืออออ สงสารคุณหมอมาก นายเอกใจร้ายมากกกกก กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแล้วเชียว อะฮือออออออ ‪#‎ลุ้นตัวโก่ง‬ ‪#‎ถือป้ายไฟเชียร์คุณหมอ‬

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง :
ฝนชอบประเด็นที่ซ่อนอยู่ในเรื่องมากค่ะ
เรื่องของคนรอบข้างที่ไม่รังเกียจคนที่มีความผิดปรกติในด้านนี้
ทั้งท่านประธานและเพื่อนร่วมงานของนายเอก ทั้งคู่ไม่รังเกียจ พวกเขาเข้าใจและอยู่ร่วมกันได้
มีครั้งหนึ่ง นายเอกลืมสมุดบันทึกไว้ ท่านประธานก็ใช้ทิชชูจับสมุดบันทึกของนายเอกแล้วก็เอาไปคืนให้ พร้อมกับบอกว่า เขาไม่ได้จับตรงๆแน่นอน
เพื่อนของนายเอกเหมือนกัน เขารู้ว่านายเอกไม่ชอบให้คนมาโดนตัว ไม่ชอบอยู่ใกล้ๆ เวลาคุยกันหรือยังเอิญเจอกัน เขาก็จะรักษาระยะห่างในระยะที่สังเกตุแล้วว่านายเอกโอเคระหว่างที่ยืนคุยกันเสมอ
ฝนชอบอ่ะ เขาเขียนให้แง่ของคนที่เข้าใจและคนที่ไม่เข้าใจได้โอเคเลย ถือว่านายเอกไม่น่าสงสารเกินไป เพราะยังมีคนที่เขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้

น้ำฝนเมาส์ :
เป็นการ์ตูนที่ฝนไม่สามารถถือไปอ่านนอกบ้านแบบครบเล่มได้!
ดูจากปกซิค่ะ ดูปก เล่มสามนี่ไม่เท่าไร หนึ่งกับสองนี่ชวนน้ำลายหกมาก ‪#‎หื่น‬ ฝนต้องถอดปกนอกออกแล้วค่อยหยิบใส่กระเป๋าไปอ่านที่ออฟฟิศ อ่านบนรถก็ไม่ได้ด้วยนะ! เล่มแรกไม่เท่าไร ‪#‎ใสใสวัยรุ่นชอบ‬ เล่มสอง เล่มสาม นี่มาขั้นกว่า หน้าแดง มือสั่น เขินไปอ่านไปเลยทีเดียว (อะไรจะขนาดนั้นค่ะคุณหมอ!!!!)
ฝนถึงได้บอกว่า ไม่เหมาะกับคนเพิ่งหัดวายจริงๆ ห่างหายจะอ่านแบบนี้มาหลายปี พอกลับมาอ่านใหม่ก็เหมือนเด็กสาวใสใสกำลังใจแตกเลย ‪#‎เดี๋ยว‬

PS.
→ นายเอกอายุ 31 พระเอกอายุ 26 นี่มันการ์ตูนล่อลวงคนแก่ชัดๆ!!
→ ผ.อ. คลีนิกเป็นสาววายแน่นอน! ฝนรู้ ฝนสัมผัสได้!!!! ‪#‎ขำ‬
→ ชอบปกการ์ตูนมากเลย ฝนเพิ่งเคยซื้อของค่ายนี้ ลูบปกแล้วชอบ (สาบานว่าไม่เกี่ยวกับภาพปกแต่อย่างใด!) เนื้อกระดาษก็ชอบค่ะ อ่านแล้วสบายตาดี
→ ไปแอบอ่านสปอยเล่ม 4 มาแล้ว แต่รอเล่มไทยออกแล้วจะมาเม้าส์ใหม่แล้วกัน


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3


Date:

In These Words : Guilt|Pleasure

ชื่อหนังสือ : In These Words
ผู้แต่ง : Guilt|Pleasure, TogaQ
ผู้แปล : hongsamut
สำนักพิมพ์ : ห้องสมุด
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (กรกฎาคม 2558)

รายละเอียด :
#1
อาซาโนะ คัทซึยะ คุณหมอผู้จบจิตวิทยาจากอเมริกา ได้รับคัดเลือกจากกรมตำรวจโตเกียวให้ทำรายงานสรุปคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนับสิบราย
ทางกรมตำรวจมีการวางแผนล่อตัวฆาตกรให้เผยตัวโดยใช้ผลประมวลข้อมูลและกลยุทธ์ของอาซาโนะเป็นหลัก
แล้วแผนการก็ประสบผลสำเร็จ
เพราะก่อกรรมทำเข็ญถึงสามปี มีคนตกเป็นเหยื่อถึงสิบสองคน ทำให้ชิโนะฮาระ เคนจิ ถูกจับได้ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมให้คำมั่นจะสารภาพทุกอย่าง แต่จะสารภาพกับคุณหมออาซาโนะคนเดียวเท่านั้น
ข้อเรียกร้องของฆาตกรทำให้อาซาโนะเกิดความสงสัย นากจากนั้น ฝันร้ายที่น่าหวาดหวั่นก็ตามหลอกหลอนเขาตั้งแต่เริ่มรับทำคดีนี้!

#2
อาซาโนะ คัทซึยะ เข้าใจความหมายของฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดวนกลับมา…ณ จุดเริ่มต้น
ในที่สุดคัทซึยะก็รู้ว่าชิโนะฮาระ เคนจิเป็นใคร และรู้ถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในความฝันของตน
คำตอบบางข้อปรากฏเด่นชัด แต่คำถามอีกมากมายก็ตามติดมาด้วย
In These Words เล่มนี้จะพาคุณย้อนเวลากลับไปในอดีต… ณ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่าง


บันทึกหลังการอ่าน…

สูดน้ำลาย เอ๊ย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกรี๊ดค่ะ!!

สารภาพเลยว่า ฝนไม่เคยรู้จักเรื่องนี้มาก่อนเลย เพราะห่างหายแนวทางสายวายตั้งแต่เริ่มเรียน ป.โท แล้วววววว ไม่ได้อ่านทั้งการ์ตูน นิ(ยาย)วาย และแฟนฟิคเลย (ไม่นับที่เพื่อนแต่งมาให้ลองชิมนะ) พอเริ่มมีเวลา และสำนักพิมพ์ห้องสมุดมาแว๊บๆข่าวบอก ก็อยากรู้ซิ เรื่องนี้ดังขนาดที่ห้องสมุดจะทำเลยเหรอ? หาข่าวไปเรื่อยๆ ก็รู้ว่าดังมากกกกกกกกกกกกก (ฉันไปอยู่ส่วนไหนของดลกมาถึงไม่รู้!!!) แล้วแบบว่า #แพ้หมอ ไง ตัวเอกเป็นหมอ แถมเป็นจิตแพทย์ด้วยนะ น้ำฝนไม่พลาดค่ะ น้ำฝนต้องได้ น้ำฝนจะเอา!!!!

จิ้มสั่งแบบไม่ปรึกษาตู้หนังสือในห้องป๊ะเลยยยยยย (หัวเราะ)

พอได้มา ก็อ่านวันนั้น จบคืนนั้นเลยนะ (เที่ยงคืน ตื่นเช้าไปทำงานด้วยอาการปวดหัวหนักจากการนอนน้อย ฮาา)

รู้สึกถูกใจมากกกกกกกกกกกกก
ไม่ใช่เพราะฉาก 18+ นะ แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ถูกจริตสุดๆ มีอะไรๆที่มากกว่าการพบกัน ได้กัน โกรธกัน แล้วจบ มันมีเยอะกว่านั้น ชอบอ่ะ ชอบมากกกก ปริศนาที่ทิ้งไว้ให้ลุ้นและให้คิดตลอด ตอนแรกฝนอ่านไปก็ไหลตามตัวละครไป สงสัยว่าทำไมฆาตรกรถึงต้องเรียกร้องหาคุณหมอ อ่านไปซักพักก็ ฮึยยย โหดดดดดดแท้ จบตอนที่เล่ม 2 ร้อง “คุณหลอกดาว” ดังลั่นห้องงงง ถึงขั้นกรีดกำแพงร้ำร้องหาเล่ม 3 เลยทีเดียว

ตอนพิเศษก็มุ้งมิ้งน่ารักดี แบบว่า แบบว่า ชอบบบบบบบบ คุณหมออออออออ #เพ้อ

PS.
→ ยังไม่จบนะจ๊ะ รอไปซิปีหน้า ฮาาาาา ค้างคามาก บอกเลย
→ เล่าเรื่องไม่ถูก กลัวสปอยหนักมาก อัพนี้มีแต่ความฟินอย่างเดียว ฮาาา


More :
Goodreads : #1 | #2


Date: July 19, 2015

F.L.Y. Fall in Love with You ตกหลุม(อากาศ)รัก : วายศรี สาววายในตำนาน

ชื่อหนังสือ : F.L.Y. Fall in Love with You ตกหลุม(อากาศ)รัก
ผู้แต่ง : วายศรี สาววายในตำนาน
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (2014)
จำนวนหน้า : 197 หน้า

คำโปรย :
เรื่องราวความรักของนักบินหนุ่มกับคุณหมอตัวเล็ก

รายละเอียด :
เรื่องราวความรักของนักบินหนุ่มกับคุณหมอตัวเล็ก
ชีวิตของกัปตันหนุ่มคนหนึ่ง ก็ได้แต่บินไป บินมา ไม่เคยเป็นคนติดที่ อยู่ไหนนานๆไม่เคยรอด
แต่เดี๋ยวนี้ ให้ตายยังไงต้องหาเวลากลับไทยให้ได้
…เพราะหัวใจฝากไว้กับคุณหมอตัวเล็ก…
แต่ความรักของพวกเขาจะราบรื่นได้อย่างไร?
เมื่อคนหนึ่งบินเยอะ อีกคนก็เวรเยอะ ไม่ค่อยมีช่วงเวลาโรแมนติกเหมือนคนอื่นเขา
จบบางทีก็อดคิดมากไม่ได้…
ระหว่างเรา ยังมีคำว่ารักเชื่อมกันอยู่ไหม?


บันทึกหลังการอ่าน…

เมื่อปีที่แล้ว (ครบรอบพอดีมีเศษวันนิดหน่อย ฮา) ได้เม้าท์มอยบอกความฟินถึงตอนเดินไปหยิบนิยายวายที่แอบตามอย่างเงียบๆในงานหนังสือ ไม่ซิ งานฟิค ในบล็อคไปแล้ว –อยากส่องก็จิ้มซะ– ปีนี้ได้ฤกษ์งามยามดี (ใช้คำนี้ใช่ไหม?) หยิบมาอ่านตอนไปเที่ยวระยองกับครอบครัวในช่วงเวลารถติด อ่านจบในวันเดียวอย่างสวยๆ พออ่านจบก็ได้อารมณ์นี้…

เธอออออออออออ อยากจะเม้าท์!!

อ่านแล้วรู้สึกฟิลกู๊ด ไม่ใช่เพราะฝนชอบนิยายแนวนี้เป็นพิเศษนะ ตัดความลำเอียงออกไปก็ยังชอบอยู่ดี มันมีอะไรๆให้คิดเยอะ อ่านแล้วก็บอกว่าจริง อื้มใช่ มันโดน อะไรแบบนั้น

เนื้อหาง่ายๆ สั้นๆ เบาๆ แต่โดน!

เป็นเรื่องของคู่รัก (ขอใช้คำนี้เนอะ) ที่เริ่มมีปัญหาเพราะเวลาไม่ตรงกัน ทำให้อะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น ทั้งความเข้าใจผิด ความหึงหวง ความไม่ไว้ใจกัน แล้วก็ความระแวงจากคนรอบตัว เป็นนิยายเข้าใจง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ แต่กระแทกความรู้สึกมาก แอบน้ำตาซึมในบางช่วงด้วย จากตอนแรกที่สงสารคุณนักบินติ๊กที่ต้องเหงา (อ่านแล้วมโนหน้า พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี หนูขอโทษนะพี่ติ๊ก หนูห้ามจินตนาการตัวเองไม่ได้!!) ทำไมคุณหมอแพทถึงได้ทำแบบนั้น ทำไมไม่บอกกกกก timing ไม่ได้อีก มีอะไรมาขัดตลอดดดด #ขัดใจ แต่อ่านไปอ่านมาก็ชักจะหงุดหงิดคุณนักบิน เธอออออออ เข้าใจไหมว่าหมอเขาไม่ว่าง!! คุณนักบินเธอก็คิดไปเอง คุณหมอก็ด้วย ทำอะไรไม่บอก พูดนะเป็นไหมมมม พูดซิ บอกซี่ (เสียงสูง) ยังมีปมความหลังเก่าเก็บอีก โอ๊ยยย แล้วพอถึงจุดหักของเรื่อง น้ำฝนน้ำตาตกค่ะ! สงสารคุณหมออออ “ถ้านับถึงสามแล้วไม่ออกมา เราจะทำยังไง” #ปวดความรู้สึกตามนิยายทันที

ฝนคิดว่าคนคบกันก็ควรจะคุยกันตรงๆ ไม่พอใจ อยากได้อะไร อยากให้ปรับอะไรก็ควรคุยกัน อย่าเห็นว่าเรื่องเล็กน้อยปล่อยไปเถอะ เพราะถ้าปล่อยปัญหาเล็กๆน้อยๆไว้ นานวันเข้าก็ปัญหาเล็กน้อยนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ๆที่ยากจะแก้แล้ว ความอนทนของคนมีจำกัด รักกัน เข้าใจกัน อยากอยู่ด้วยกันนานๆ ก็ต้องจูนเข้าหากัน เธอปรับ ฉันปรับ ปรับไม่ได้ก็ค่อยๆทำความเข้าใจกันไป รู้สึกอะไรก็บอกๆไปเถอะ

ชอบประโยคนี้มาก

สาวใสสาย normal ก็สามารถอ่านได้นะ เพราะฝนจัดเป็นนิยายที่อ่านแล้วรู้สึกดี อาจจะมีตะขิดตะขวงใจตอนมีฉากกุ๊กกิ๊กกันไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็เหมือนนิยายรักธรรมดานะ จริงๆ (หัวเราะ)

PS.
→ แพ้คุณหมอกับนักบิน น่าร๊ากกกก (ว่าแล้วก็ไปจิ้มดูเพจคุณหมอเกาลัด #เดี๋ยวๆๆๆๆ)
→ แอบอยากอ่านคุณหมอกับคุณ ร.ป.ภ. BTS จัง (จริงๆอยากไปรักษาแผลใจให้นางแทนนะ ฮาาา)
→ พิมพ์ตกเยอะอยู่นะ สระ เ- กับ สระ -ุ หายบ่อยมาก เรื่องปรกติของหนังสือทำมืออ่ะเนอะ แต่ถ้ามีรีปริ้นรอบต่อไปก็อยากให้แก้อ่ะ
→ อยากให้คุณวายศรีทำเรื่องอื่นเป็น eBook จัง แหมะ ถ้าจะตามเก็บเล่มอื่นมันเสี่ยงต่อการที่ป๊ะจะมาอ่านเจอ ใช่ป่ะ?!! (หัวเราะ)
→ แอบตามกรี๊ดเรื่องอื่นอยู่เงียบๆเหมือนเดิมนะคะ (เขิน)
→ เดี๋ยวจะอ่านนิยายเฉพาะสาย(นี้)มาแปะในบล็อคอีก ห่างหายไปนานก็ชักคิดถึง


More :
Goodreads
ทดลองอ่าน : Dek-D


Date: