สามชาติสามภพ ลิขิตเหนือเขนย : ถังชีกงจื่อ

Standard

ชื่อหนังสือ : 三生三世,枕上书 – สามชาติสามภพ ลิขิตเหนือเขนย
ชื่อชุด : 三生三世 – สามชาติสามภพ
ผู้แต่ง : 唐七公子 – ถังชีกงจื่อ
ผู้แปล : หลินโหม่ว
สำนักพิมพ์ : สุรีย์พร
ISBN :
#1 | 978-616-91564-2-0
#2 | 978-616-91564-3-7
#3 | 978-616-91564-4-4
#4 | 978-616-91564-5-1
พิมพ์ครั้งที่ : 1 (เมษายน 2558)
จำนวนหน้า : 1,456 หน้า (314+362+365+415) ไม่รวมหน้าเชิงอรรถ


หนังสือในชุดเดียวกัน :
三生三世, 十里桃花 – สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่


บันทึกหลังการอ่าน…

พออ่านป่าท้อสิบหลี่จบ ก็ต่อด้วยลิขิตเหนือเขนยต่อเลยค่ะ
เปิดมาหน้าแรก ตกใจมาก….
ตกใจกับความใหญ่และระยะห่างของตัวหนังสือในเรื่อง ที่ต่างจากภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด

ตอนที่ได้หนังสือมา ฝนก็แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมเปลี่ยนไป? (เป็นเหตุในดองไว้ไม่อ่านจนมาถึงวันนี้)
เลยสอบถามไปทาง สนพ. เขาก็บอกมาว่า “เขาขยายตัวอักษรเพื่อเอื้อให้กับนักอ่านรุ่นใหญ่ค่ะ แล้วภาคแรกที่กำลังจะพิมพ์ใหม่ก็จะใช้ขนาดตัวอักษรใหม่เหมือนกันค่ะ” แล้วเขาก็บอกว่ามีการชี้แจงไปแล้วใช่ช่วงแรกๆ
ซึ่งน้ำฝนที่ไม่ได้ตามเลยไม่รู้ข่าว มาจ๊ะเอ๋เจอตอนได้เล่มแล้ว

ส่วนตัวนะ..
อันนี้ความเห็นส่วนตัว คือดราม่าช่วงแรกๆที่หนังสือมีเชิงอรรถมากมายในท้ายเล่ม ก็พอเข้าใจได้ ถือว่าเป็นหนังสือนิยายที่ได้กลิ่นอายสารานุกรมไรงี้ ฝนไม่ติด (ตอนมัธยมต้นก็ชอบอ่านสารานุกรม…) ดีซะอีกที่มีอะไรขยายความไม่ต้องไปเปิดหาในเน็ต (น้ำฝนโลกสวย)
แต่พอมาเจอการขยายตัวอักษรและช่วงว่างระหว่างบรรทัดแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าถูกเอาเปรียบ…
ดูจากจำนวนเนื้อหาแล้ว รวมเป็นสามเล่มหนาก็ได้ ไม่ก็สี่เล่มแต่บางอย่างเดิม (จำนวนหน้าน้อย ราคาหนังสือก็น้อยตาม) แล้วจากสามเล่ม ขยายออกเป็นสี่เล่มหนาๆ มัน…….
หนังสือเขาราคาแพงนะ (เล่มละ 500+) ต่อเล่มก็แพงอยู่แล้วพอมาเจอแบบนี้ก็เลยรู้สึกเฟล
ไม่ใช่ว่าไม่เห็นใจนักอ่านรุ่นใหญ่นะ ก็เข้าใจถึงความลำบากในการอ่านหนังสือ เพราะฝนก็สายตาสั้น บอกเลยว่าสั้นมาก (ึ700++) ตัวหนังสือเล็กๆก็มองไม่เห็น แถมช่วงนี้ ถ้ามองในที่มืดนิดๆหน่อยๆก็ไม่ไหวแล้ว แม่ฝนก็สายตาไม่ดี เวลาอ่านบทละครในหนังสือพิมพ์ก็ต้องอ่านใกล้ซะจนเป็นห่วง แต่ถ้าจะต้องมาเสียเพิ่มหนึ่งเล่ม 500 บาท เพื่อให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้น ก็คิดว่าไม่โอเค… เอา 500 นั้นไปซื้อหนังสือเรื่องอื่นได้อีก 2 เล่มเลยนะ
ความคิดหนึ่งในหัวคิดมาว่า มี สนพ.หนึ่งที่รู้จัก ก่อนที่เขาจะมาทำนิยายแปลจีนเหมือนอย่างตอนนี้ เขาทำหนังสือซีรีย์หนึ่งมาก่อน ดังมาก(ในหมู่คนอ่านหนังสือ) ทั้งเนื้อเรื่องและความหนากับความหายากของหนังสือ ตอนนั้นแฟนนักอ่านรุ่นใหญ่มีมากกว่ารุ่นเล็กๆอีก ฝนรู้จัก สนพ. และหนังสือเซตนั้นผ่านทางเพื่อนของเพื่อนอีกที ตอนนั้นเขาก็ไม่เห็นมีปัญหาในตัวหนังสือที่ทำออกมาเลย (หรือมีแต่ฝนไม่รู้ เพราะไม่เห็นเขาปรับอะไรเลย) หนังสือเขาหนามาก แพงมากเหมือนกัน แต่ขนาดตัวอักษรก็เท่าๆกับหนังสือเล่มอื่นๆ ในท้องตลาด ตอนซื้อมาก็ไม่รู้สึกว่าเสียดายเงินอะไร เขาก็เป็น สนพ. ขนาดเล็กๆ ทำงานกันเองเหมือนกันด้วยนะ แล้วตอนนี้ก็เห็นกลับมารีปริ้นเล่มเก่าๆ เขาก็ทำตัวเท่าเดิม! ไม่ได้เปลี่ยนขนาดตัวอักษรแต่อย่างใด…..
คิดแบบนี้ออกมา แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
ฝนเป็นผู้บริโภคอะ เมื่อมีให้เปรียบเทียบก็อดเอามาเปรียบเทียบไม่ได้ พอเทียบแล้วก็ถอนหายใจอีกครั้ง

แต่ก็นะ…
นโยบายของ สนพ. เขา เราจะไปงอแงว่าเขาทำไม่เหมือนกับ สนพ. ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ ถูกไหม?? (ปลอบใจตัวเอง)
ของเขาดี เขาจะทำออกมายังไง ถ้าเรายังอยากอ่านอยู่ก็ต้องซื้อ ถูกไหมละ ฮือออออออออออออออ

น้ำฝนค่ะ
น้ำฝนก็คิดซะว่า… เราเป็นคนกลุ่มน้อยที่อ่านเรื่องนี้แล้วกันเนอะ ถือว่าร่วมทุนให้ สนพ. เอานิยายจีนที่ดีๆมาแปลอีกเนอะ เป็นทุนให้กับปกที่งามและภาพประกอบที่สวยเนอะ #น้ำฝนเข้าโหมดโลกสวย

ฝนยอมรับในรูปเล่มเขานะ เขาทำออกมาสวยจริงๆ ภาพประกอบ แหล่งอ้างอิง คำจีน คำแปล และอื่นๆ เขาทำออกมาดีมากๆ แล้วเขาก็มีบทสัมภาษณ์นักเขียนที่ทางนักแปลสอบถามในเนื้อเรื่องว่าเข้าใจถูกไหม คือนักอ่านอย่างฝนมั่นใจเลยว่าไม่ได้ถูกนักแปลหรือ สนพ. เปลี่ยนพล็อตหรือเปลี่ยนอารมณ์เรื่องให้ต่างจากต้นฉบับ เพราะเขาโคงานกับนักเขียนโดยตรง พูดคุยกันตลอดการแปลงาน จุดนี้แหละที่ฝนโอเคมากๆ (ถึงจะงานช้า แต่ออกมาดีงามแบบนี้ ผ่านค่ะผ่านนนน) รู้สึกคุ้มค่าต่อการเก็บหนังสือมาก (ถึงจะงอแงในตัวหนังสือที่ใหญ่ขึ้นไปแล้วก็เถอะ) อย่างตอนอ่านนิยายแปลของ สนพ. หนึ่ง ที่นักแปลคนเดียวกัน แต่แปลอ่านขำๆ กับแปลวางขาย อารมณ์ต่างกันลิบเลย คนอ่านอย่างฝนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเซ็ง…

จบก่อนบ่น..

เข้าสู่เนื้อเรื่องๆ
ตอนอ่านภาคแรกนั้น ฝนก็ว่ายากแล้ว ตอนนี้น้ำฝนสตองแล้ว ผ่านภาคแรกมา 4 รอบแล้ว น่าจะผ่านต่อไปได้อย่างดงาม แต่พออ่านเล่มนี้จริงๆ ดันยากกว่าอีก!
คือยากมาก เหมือนต้องมาทำการเรียนรู้ใหม่หมด ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่อ่านไปก็หงุดหงิดตัวเองไปว่าจะยากไปไหม ทำไมรู้สึกไม่เหมือนเดิม??? ฝนเลยไปแอบอ่านคนรีวิวใน goodreads มา เขาว่าประดิษฐ์คำมากขึ้นทำให้อ่านยากกว่าเดิม ซึ่งฝนก็ไม่เข้าใจว่าประดิษฐ์คำคืออะไร แต่ใจชื้นขึ้นมา เพราะมีคนรู้สึกว่าอ่านยากกว่าเดิมเหมือนกัน!!! #ก้มน้ำซับน้ำตาแล้วอ่านต่อ คือเขาปรับเปลี่ยนวิธีการเรียกขาน แล้วยังมีการอธิบายลำดับขั้นเพิ่มเติมจากภาคแรกด้วย #ร้องไห้หนักมาก ยากสุดอะไรสุด

เรื่องนี้เป็นเรื่องของจิ้งจอกลูกครึ่ง(ครึ่งจิ้งจอกเก้าหางกับจิ้งจอกแดง กลายเป็นจิ้งจอกแดงเก้าหาง…) ที่ในอดีตแอบรักหาเทพตงหัว แต่เมื่อช้ำใจช้ำรักจากการรักข้างเดียวมาหลายพันปี จนวันหนึ่งตั้งใจว่าจะตัดใจ
เรื่องมาเกิดในช่วงที่คิดว่าตัดใจได้แล้ว แต่ลิขิตสวรรค์เล่นตลก จากอดีตที่ไม่เคยพบเจอหน้ามหาเทพตงหัวเลยถ้าตัวเองไม่เข้าหา ตอนนี้ก็ไม่เข้าหา ตัดใจแล้ว ไม่ยุ่งแล้ว แต่มักมีเหตุให้พบเจอและเกี่ยวข้องกับท่านมหาเพตตงหัวบ่อยครั้ง จนทำให้เกิดเรื่องราว เดี๋ยวหนี เดี๋ยวทะเลาะ เดี๋ยววิ่งตาม เดี๋ยวยื้อแย้ง จนที่สุดแล้วนั้น คำว่าไม่ทันและชะตาลิขิตไว้ ใครจะสู้ได้ ยกเว้น มหาเทพตงหัว……

เตือนก่อนนะว่า
ใครที่อ่านภาคแรกแล้วแต่ยังไม่ได้อ่านภาคนี้ แล้วหวังว่าจะได้อ่านเหตุการณ์ที่เฟิ่งจิ๋วตามตอบแทนคุณพระเอก(ตงหัว)ในโลกมนุษย์ น้ำฝนบอกเลยว่า ไม่มี…… (ฝนนี่หวังเลยนะว่าจะอ่านช่วงนั้น แต่ก็อกหักกลับมา ถถถ)
เหตุการณ์เริ่มขึ้นในช่วงหลังจากภาคแรกเลยค่ะ คือพระ/นางในภาคแรกแต่งงานกัน(ซะที) แล้วหลังจากนั้นพระ/นางภาคนี้ก็บรรเลงเรื่องราวออกมา

พระเอกเป็นพวก… ยังไงดีละ หน้าหนา ปากร้าย ใจร้าย โหดร้าย คืออะไรร้ายๆ ยกให้นางหมด แต่นางเป็นเทพ… นางก็เก่ง คือเก่งมากกกกก รบราฆ่าฟัน ธรรมะ สอนหนังสือ คาถาอาคม นางเก่งหมด แต่นิสัย…(จงเติมคำในช่วงว่างได้ตามใจชอบ)…
ฝนเนี่ยทีมพระเอกเล่มนู้นนนน ส่วนพระเอกเล่มนี้อ่านทีไรก็อยากจะตีมือแรงๆซะที อ่านไปก็ขัดใจไป ยิ่งอ่านตอนที่นางเอกเล่าเรื่องตอนที่แอบรักพระเอก แล้วทำอะไรเพื่อพระเอกไปบ้าง ก็หงุดหงิด แล้วก็บอกนางเอกในใจว่า “ดีแล้วลูก ตัดใจซะ อย่ารักเลยคนแบบนี้!!”
พออ่านไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นใจนาง นางเริ่มจะรักและสนใจนางเอกจริงๆ แต่ชะตาไม่ได้ลิขิตให้นางเป็นพระเอก เพราะทุกครั้งที่นางเอกโดนทำร้าย หรือเกิดเหตุร้ายอะไร นางจะมาไม่ทันหรือไม่รู้เรื่องหรือเข้าใจผิดเสมอ
ถามว่าฝนสงสารไหม… ก็นิดนึง ถือว่าเอาคืนในช่วงที่นางเอกแอบรักได้
แล้วความเข้าใจผิดหรือจำผิดคนนั้นก็ทำให้นางพลาดโอกาสในหลายๆอย่างไป จนนางเจ็บใจ แล้วก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้นางเอกมา ทำทุกอย่างจริงๆค่ะ (ต้องไม่ลืมว่าตงหัวเป็นพระเอกหน้าหนา) นางไปถามเทพชะตาเลยว่า ตกลงเขากับนางเอกเนี่ยเป็นยังไง ทำไมมักจะคลาดกันตลอด พอถามจนรู้ลิขิตฟ้า นางก็คิดได้…ว่าจะกำหนดลิขิตฟ้าให้ตัวเอง!! ทำไมล่ะ เขาจะรักนางเอก เขาจะอยู่กับนางเอก เขาจะทำวิธีนี้ ถึงจะผิดต่อนางเอกแต่เขาก็จะทำ แล้วจะชดเชยให้ จะเอาความรักของนางเอกเมื่อหลายร้อยปีก่อนกลับมาให้ได้… เรื่องที่ผิดต่อนางเอกคือ เปลี่ยนความทรงจำนางเอกค่ะ นางไปแก้ไขความทรงจำนางเอกก่อนที่จะทะเลาะและเข้าใจผิดกันใหม่
แน่นอน ความลับไม่มีในโลก เมื่อวันที่นางเอกรู้ความจริง มหาเทพตงหัวก็ต้องปวดใจหนักเป็นครั้งแรก เพราะนางเอกใจเด็ดจริงๆ นางทิ้งความรักของตัวเองแล้วหายตัวไป!!
ถามว่าพระเอกยอมไหม?
แน่นอนว่าไม่! นางไม่เคยรักมาก่อน พอได้รัก นางก็รักของนางคนเดียว นางก็วางแผนนู้นนี่นั้นเพื่อเจอนางเอกอีกครั้ง แล้วก็มอบสิ่งที่นางเอกพูดแบบขำๆ(แต่พระเอกจริงจัง)มาให้ คืออะไร… หัวใจค่ะ
ขอสปอยเบาๆนะคะ
คือช่วงที่ปรับความจำ พระเอกเคยหลอกถามนางเอกว่า ว่าทำังไงให้นางเอกเชื่อว่าเขารักจริงๆ นางเอกก็เล่าถึงนิยายในโลกมนุษย์ที่ผู้หญิงมักจะขอหัวใจจากฝ่ายชายไป ตอนนั้นฝนอ่านก็ปล่อยผ่านนะ ไม่คิดว่าพระเอกจะจริงจัง! (น้ำตาซึม) นางเอาหัวใจตัวเองครึ่งดวงมาให้นางเอกจริงๆ โดยทำออกมาให้รูปแบบแหวน ไม่ใช่มาง้อเท่านั้นนะคะ ให้ไว้เผื่อว่าวันหนึ่งที่เขาไม่อยู่แล้ว แหวนวงนี้จะคุ้มครองนางเอกแทนตัวเขาได้ โฮฮฮฮฮฮฮฮ (น้ำตาไหลอีกรอบ) เรียกว่าเป็นการง้อและเอาใจนางเอกที่ได้ใจฝนมาก
อื้ม ยอมแล้ว รักมากใช่ไหมนั้น หญิงปล่อยเฟิ่งจิ๋วไปให้ท่านก็ได้ เอาไปเลยถ้าจะขนาดนี้!!
แล้วก็มาคิดว่า พระเอกหนังสือชุดนี้ยังไงกันเนี่ย เดี๋ยวแขน เดี๋ยวหัวใจ ชักจะอิจฉานางเอกแล้วนะ!!

ก่อนจะเจอฉากมอบใจนี้ มาเนื้อหาย่อยที่ฝนชอบมากอยู่ ในช่วงเล่มสามกับต้นเล่มสี่ เป็นเนื้อหาที่ฝนบอกได้เลยว่า นี้แหละที่รอมานานนนน ทนอ่านมาตั้งนานเพิ่งถูกใจช่วงนี้แหละ เป็นเนื้อหาของคู่รอง (*จริงๆไม่ใช่คู่รองค่ะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของปมที่ฝนบอกไม่ได้จริงๆ ขอเรียกว่าคู่รองเนอะ)
ที่เป็นปมปริศนาในคิดและสงสัยมาก วิญญาณนางเอกดันตกไปอยู่ในห้วงอดีต และแทนที่องค์หญิงคนกลางของเผ่านกที่เป็นองค์หญิงที่น่ารังเกียจของพ่อและแม่…
แน่นอนตอนแรกก็ไม่อยากอยู่ แต่จำใจต้องอยู่เพราะต้องสืบหาความจริงของการตายขององค์หญิงองค์นี้ แล้วเรื่องราวก็ชลมุนวุ่นวายกับเทพ มาร และความทรงจำอีกมากมาย จนรู้สาเหตุการตายที่แท้จริงขององค์หญิงและความรู้สึกนึกคิดในใจต่อคนที่เธอรัก เศร้ามากกกกกกกกกก ทำไมเทพฝ่ายชายใจร้ายแบบนี้ห่ะ!! #พาล
ยัง ยังไม่จบ พอรู้เรื่องฝ่ายองค์หญิงไป น้ำฝนก็ซึมแล้ว พอมารู้เรื่องฝ่ายชาย คนที่องค์หญิงรักเท่านั้นแหละ สะอื้นเลยค่ะ! ดราม่าหนักมาก สะเทือนใจมาก รักที่ไม่ได้บอกแล้วก็บอกไม่ได้เพราะอีกฝ่ายไม่อยู่ให้บอก ทำทุกอย่างให้เพราะรัก แต่สิ่งที่วางไว้ไม่เป็นไปตามนั้น กลับมารู้ว่าที่พลาดก็เพราะตัวเขาเอง โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ องค์หญิงยังรักและได้บอกรัก ที่เจ็บมาเพราะเข้าใจว่าได้ครอบครองแต่ก็ถูกหักหลัง แต่เจ็บสุดที่ฝ่ายชาย รักมาก ดูแลมาก ผลักดันตัวเองให้อยู่สูงเพื่อปกป้องคนที่รัก แต่เมื่อกลับมาก็รู้ว่าฝ่ายหญิงเป็นของคนอื่น แล้วเมื่อวันที่ได้ใกล้ชิดก็ไม่กล้าบอกความในใจ แต่เฝ้ารอให้ปลอดภัยก่อนแล้วบอก เมื่อถึงวันนั้น.. คำรักก็ไม่ได้บอกออกไป
ฮืออ นี้เศร้าจริง ดราม่าจริง ฝนชอบมากเลยตอนอ่านเนื้อเรื่องช่วงนี้
เข้าใจเลยว่า เขาทำทุกอย่างมาเพื่ออะไร! นี่แอบคิดเลยนะว่า พล็อตคู่รองนี้คือดีงามมาก ดีงามกว่าคู่รักอีก
แค่คิดแบบนี้ไม่ทันจบเรื่อง เพราะ เนื้อหาคู่รองก็คือ 1 ในปมของคู่หลักค่ะ
ผลที่เกิดในนี้ มีสาเหตุในอดีตอยู่ เรื่องราวใหญ่โตมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก #กระซิก

สรุป…
ฝนชอบเรื่องนี้น้อยกว่าเล่มแรกค่ะ
ด้วยความยากของภาษาที่มากขึ้น คาดว่าอ่านรอบสองก็ยังคิดว่ายากอยู่ (และไม่คิดว่าจะอ่านในเร็วๆนี้….)
ภาษายาก ไม่เท่ามีธรรมะ คือ สองเล่มแรก อัดแน่นไปด้วยหลักธรรมเลยจริงๆ (สารภาพว่าอ่านข้ามจุดนี้)
ถามว่าควรอ่านไหม… ถ้ามีแล้ว และมีเวลาว่างมากๆ และพร้อมที่จะเจออะไรยากๆ ก็อ่านเลยค่ะ พระเอกงานดีที่น่าหมั่นไส้จริงๆ นางเอกก็น่ารัก และมีดีที่ลูกชายตัวน้อยที่ออกมาน้อยจนอยากจะเขย่าหนังสือ…

PS.
→ ถ้าอ่านช่วงแรกๆจะงงว่า ทำไมนางเอกเป็นหญิงม่าย แล้วต้องไว้ทุกข์ ให้รอจนเล่มสุดท้าย จะเฉลยตอนนั้น
→ ใครที่หวังเจอพระ/นางในเล่มก่อน มีให้เห็นบ้าง โดยเฉพาะก้อนแป้งข้าวเหนียว ที่วิ่งเล่นกับนางเอกเรื่องนี้บ่อยๆ
→ ตงหัวที่เขากรี๊ดกร๊าดกัน ฝนบวกคะแนนให้ในช่วงเล่มสามกับเล่มสี่ ด้วยความสงสารในโชคชะตาที่มักจะแกล้งให้นางมาไม่ทันในเวลาที่นางเอกต้องการจริงๆ นางพลาดมาตลอดเรื่องตั้งแต่อดีตจนจบเรื่อง!
→ ตอนพิเศษน้อยจนน่าขัดใจ ไม่ใช่จำนวนตอนพิเศษนะ แต่จำนวนบรรทัดต่อบทที่น้อยมาก!


More :
Goodreads : #1 | #2 | #3 | #4


Advertisements

3 thoughts on “สามชาติสามภพ ลิขิตเหนือเขนย : ถังชีกงจื่อ

  1. Anonymous

    คนแปลตำหนิคนอื่นใช้คำสูงคนอ่านเข้าใจยาก พอถึงงานของตัวเองกลับยัดคำสูงเสียท่วมล้นทุ่ง

    Like

  2. Kamonrat Tangjituabun

    อ่านรอบแรกข้ามคำยากๆไปเยอะคะ แล้วก็ยังงงๆกับเนื้อหาการลำดับเรื่อง แต่พออ่านรอบสองเข้าใจมากขึ้นเยอะเลยคะ แล้วก็ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกด้วย ชอบเรื่องของอาหลานเร่อ กับ เฉินเยี่ยมากๆๆ มันเป็นอะไรที่สะเทือนใจสุดๆๆ ส่วนเฟิ่งจิ่วกับตงหัวเหมือนอะไรที่ฮา ตลก ถูกแกล้ง แต่พอมาตอนสุดท้าย น้ำตาไหลพลากสุดๆๆคะ และก็ยังเป็นเฟิ่งจิ่ว ที่รักตงหัว แม้ว่าจะตายก็ขอตายด้วยกัน ตามไปอีกครั้ง อีกแล้วละ ฮือๆๆๆ

    Like

    • หญิงก็ชอบอาหลานเร่อ กับ เฉินเยี่ยเหมือนกันนน อ่านแล้วแบบ เธอออ นี้แหละคือเนื้อเรื่องที่ต้องการจริงๆ
      ช่วงท้ายๆเรื่องหญิงก็น้ำตาซึมนะ ฮือออ มามุขให้ใจใครจะไม่หวั่นไหวละพ่อคุณณณณ
      ว่าแล้วก็คิดถึงเฟิ่งจิ๋ววว

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s